สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา
| สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา | ||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||
พันโทหญิง สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา (10 มิถุนายน พ.ศ. 2445 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518) พระวรราชชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม คือ ประไพ สุจริตกุล เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) เข้ารับราชการฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศสูงสุดที่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้ออกการออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาแทน พระองค์สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 สิริพระชนมายุได้ 73 พรรษา
เนื้อหา |
[แก้] พระประวัติ
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงถือกำเนิดเป็นสามัญชน ชื่อว่า ประไพ สุจริตกุล ที่บ้านคลองด่าน ปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าคุณปู่คือ พระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) ซึ่งพระยาราชภักดีนี้เป็นน้องชายแท้ๆของ เจ้าจอมมารดาเปี่ยมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าในราชวงศ์จักรีเมื่อถึงอนิจกรรมไปแล้วขึ้นเป็น สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา เนื่องจากทรงเป็นพระชนนีในสมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึง 3 พระองค์ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น สมเด็จพระปิยมาวดีฯ ก็ทรงอยู่ในฐานะ พระอัยยิกาเจ้า ดังนั้น พระยาราชภักดีผู้เป็นน้องชายแท้ ๆ รวมทั้งบุตรหลานจึงมีความเกี่ยวข้องกับพระบรมราชจักรีวงศ์ในฐานะราชินิกุลที่ใกล้ชิดอย่างยิ่ง คุณประไพ สุจริตกุลเป็นธิดาคนที่ 5 ของ เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) เป็นน้องสาวของพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล)ซึ่งพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกท่านหนึ่ง และเป็นน้องสาวของท่านผู้หญิงพัว อนุรักษ์ราชมนเทียร (พัว สุจริตกุล มารดานายแก้วขวัญ-ขวัญแก้ว วัชโรทัย) ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนราชินี เมื่อ พ.ศ. 2454 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีได้นำเข้าเฝ้าถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
[แก้] เข้ารับราชการฝ่ายใน
คุณประไพ ได้รับราชการฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรส และโปรดเกล้าฯให้ท่านดำรงตำแหน่งพระสนมเอก มีราชทินนามว่า พระอินทราณี[1] (ซึ่งเป็นนามเรียกใหม่ในสมัยนั้น เพราะในรัชกาลก่อนๆมา พระสนมจะมีคำเรียกนำหน้านามว่า เจ้าจอม เท่านั้น ถ้ามีพระราชบุตรถึงจะได้เป็น เจ้าจอมมารดา ในกรณีพิเศษจริงๆ ก็จะได้รับสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าคุณจอมมารดา การที่ทรงพระราชทานยศชั้น"พระ"แก่พระสนมครั้งนี้จึงเป็นของใหม่ในเวลานั้นอย่างยิ่ง) พระราชพิธีอภิเษกสมรสมีขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2464 ทรงโปรดฯ ให้คุณท้าวภัณฑสารานุรักษ์ หัวหน้าคลังฝ่ายในนำเงินไปพระราชทานตามพระราชประเพณีเป็นเงิน 4,000 บาท โดยพระนาม อินทราณี เป็นพระนามหนึ่งของพระชายาของพระอินทร์
จากนั้นในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2465 ทรงสถาปนาให้ประไพ สุจริตกุล ขึ้นดำรงพระยศเจ้านายตำแหน่งมเหสีพระองค์หนึ่ง มีพระนามเรียกขานกันว่า พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี[2] พร้อมกับพระราชทานตราปฐมจุลจอมเกล้าอันเป็นตราชั้นสูงสุดสำหรับฝ่ายในแก่พระวรราชชายาเธอในโอกาสด้วย โดยพระนามอินทรศักดิศจี มีความหมายว่า "พระนางศจีผู้เป็นพระชายาของพระอินทร์"
ในเวลาต่อมา พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ทรงพระครรภ์ จึงเป็นสาเหตุให้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี ตำแหน่งสมเด็จพระอัครมเหสี เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2465 มีพระบรมราชโองการว่า[3]
"พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิ์ศจี ได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณมาโดยซื่อสัตย์กตเวที มีความจงรักภักดีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่า จะทรงสถาปนายกย่องขึ้นให้มีพระอิสริยยศสูงในตำแหน่งพระราชินีก็ควรแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยยศ พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี"
[แก้] ลดพระอิสริยยศ
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี มิได้ทรงพระครรภ์จนครบกำหนดประสูติ แต่ได้ทรงตก(แท้ง)เสียก่อนที่จะประสูติถึง 2 ครั้ง (บางตำรากล่าวว่า 3 ครั้ง) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการว่าด้วยการออกพระนาม โดยโปรดให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาแทน เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2468[4] และโปรดฯ ให้เสด็จไปประทับยังพระที่นั่งวิมานเมฆ ภายในพระราชวังดุสิต
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ดำรงตำแหน่งสภานายิกา ของโรงพยาบาลที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและพระราชทานนามว่า วชิรพยาบาล
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 2468 สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี ทรงย้ายไปประทับยังพระตำหนักสวนนกไม้ ในพระราชวังดุสิต ต่อมาจึงทรงย้ายไปประทับที่วังคลองภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรีซึ่งเป็นบ้านของท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พระบิดานั่นเอง เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาเสด็จมาประทับเป็นการถาวรแล้ว พระบิดาจึงกั้นบริเวณที่ดินว่างเปล่าด้านหลังของบ้านซึ่งเป็นที่กว้างขวาง ให้เป็นที่ประทับกับให้สร้างพระตำหนักสไตล์ยุโรปงดงาม เป็นพระตำหนักที่ประทับ โดยมีทางเชื่อมต่อกับตึกใหญ่ของท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีและท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรีอีกด้วย สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาได้ประทับอยู่ ณ วังภาษีเจริญนี้มาโดยตลอดท่ามกลางพระประยูรญาติอย่างอบอุ่นต่อมาอีกกว่า 40 ปี
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาตลอดพระชนมชีพ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2505 พระชนมายุครบ 5 รอบ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เฝ้าพระราชทานน้ำพระมหาสังข์และทรงเจิม เมื่อพระชนมายุครบ 6 รอบ ในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2517 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในการบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชนมายุ ณ อุโบสถวัดราชาธิวาส และโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ทรงเจิมและรับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
[แก้] พระเกียรติยศ
[แก้] พระอิสริยยศ
- ประไพ สุจริตกุล (10 มิถุนายน พ.ศ. 2445 - 12 มกราคม พ.ศ. 2464)
- พระอินทราณี (12 มกราคม พ.ศ. 2464 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2464)
- พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี (10 มิถุนายน พ.ศ. 2464 - 1 มกราคม พ.ศ. 2465)
- สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี (1 มกราคม พ.ศ. 2465 - 15 กันยายน พ.ศ. 2468)
- สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา (15 กันยายน พ.ศ. 2468 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518)
[แก้] พระยศทางทหาร
- สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาทรงได้รับพระราชทานยศพันโท (พ.ศ. 2465)
- ผู้บังคับการพิเศษกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกรมทหารบกราบที่ 11 รักษาพระองค์
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ฝ่ายใน)[5]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (ฝ่ายใน)[6]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์รัตนวราภรณ์ (ฝ่ายใน)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าปฐมจุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน)[7][8][9]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 1[10]
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7 ชั้นที่ 2
[แก้] สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา สิ้นพระชนม์ด้วยโรคพระหทัยวายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 เวลา 07.55 นาฬิกา สิริพระชนมายุ 73 พรรษา ณ โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทานพระโกศกุดั่นน้อย (ต่อมาทรงเลื่อนเป็นพระโกศทองน้อย) ฉัตรตาดทอง 5 ชั้นกางกั้นเหนือพระโกศพระศพ ประดิษฐานเหนือชั้นแว่นฟ้าลายสลัก ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป ฉันเพลวันละ 4 รูป และไว้ทุกข์ในพระราชสำนักกำหนด 15 วัน เมื่อถึงวาระการบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน ก็เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วยพระองค์เอง (7 วัน) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ (50 วัน) และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เสด็จแทนพระองค์ (100 วัน)[11] เมื่อถึงวาระพระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 [12]
[แก้] สถานที่อันเนื่องด้วยพระนามาภิไธย
- มูลนิธิสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
- โรงเรียนอินทรศักดิ์ศึกษาลัย (บ้านยาง) ตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
[แก้] ลำดับพงศาวลี
| ลำดับพงศาวลีของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
[แก้] อ้างอิง
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานบรรดาศักดิ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๘, ตอน ง, ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๔, หน้า ๓๐๒๑
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ ก, ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๕๖
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาพระอิสริยยศ พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี เป็นสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ก, ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๕๓๙
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ว่าด้วยการที่จะออกพระนามสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี, เล่ม ๔๒, ตอน ๐ ก, ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๘, หน้า ๑๕๙
- ^ ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักกรีบรมราชวงศ์, เล่ม ๓๙, ตอน ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๒๓๔๕
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๙, ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๕, หน้า ๓๔๐๑
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๒๓๔๗
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาตำแหน่งมหาสวามินีเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้าฝ่ายใน, เล่ม ๔๐, ตอน ๐ ก, ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖, หน้า ๑๒๗
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ถอนมหาสวามินีแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้าออกเสียจากตำแหน่ง, เล่ม ๔๒, ตอน ๐ ก, ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๘, หน้า ๑๘๗
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ ง, ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๕, หน้า ๒๐๙๔
- ^ ข้อถามบางเรื่องว่าราชวงศ์ของไทยกับราชวงศ์ในต่างประทศเหมือนหรือต่างกันอย่างไรค่ะ จากเว็บพันทิป
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, หมายกำหนดการ บำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุและพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาในรัชกาลที่ ๖ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส พุทธศักราช ๒๕๑๙, เล่ม ๙๓, ตอน ๑๒๗ ง ฉบับพิเศษ , ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙, หน้า ๗
[แก้] หนังสือ
- พิมาน แจ่มจรัส, รักในราชสำนัก, โอเดียนการพิมพ์, 2510 ISBN 974-341-064-3
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- http://www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=248&filename=country_infor_desc.html?topic_id=248&filename=rashinee45.htm
- http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/K3563682/K3563682.html
- http://www.khunnamob.info/board/print.php?Category=khunnamob&forum=5&No=195
| สมัยก่อนหน้า | สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง |
พระบรมราชินีแห่งราชอาณาจักรสยาม (1 มกราคม พ.ศ. 2465 - 15 กันยายน พ.ศ. 2468) |
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี |
|
|||||||||||||||||||||||
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2445
- บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2518
- พระภรรยาในรัชกาลที่ 6
- สกุลสุจริตกุล
- ชาวไทยเชื้อสายจีน
- ชาวกรุงเทพมหานคร
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.จ.ก. (ฝ่ายใน)
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ น.ร.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ร.ว.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป.จ. (ฝ่ายใน)
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ว.ม.
- สมาชิกเหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร.1
- สมาชิกเหรียญรัตนาภรณ์ ป.ป.ร.2
- ทหารบกชาวไทย
