สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา
ประไพ สุจริตกุล.jpg
ข้อมูล
วันประสูติ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2445
บ้านปากคลองด่าน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ไทย
วันสิ้นพระชนม์ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518
โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ไทย
พระอิสริยยศ พระวรราชชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบิดา เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล)
พระมารดา ท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล)
พระราชสวามี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
(พ.ศ. 2464 - 2468)
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี

พันโทหญิง สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา (10 มิถุนายน พ.ศ. 2445 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518) พระวรราชชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม คือ ประไพ สุจริตกุล เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) เข้ารับราชการฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศสูงสุดที่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้ออกการออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาแทน พระองค์สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 สิริพระชนมายุได้ 73 พรรษา

เนื้อหา

[แก้] พระประวัติ

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงถือกำเนิดเป็นสามัญชน ชื่อว่า ประไพ สุจริตกุล ที่บ้านคลองด่าน ปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าคุณปู่คือ พระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) ซึ่งพระยาราชภักดีนี้เป็นน้องชายแท้ๆของ เจ้าจอมมารดาเปี่ยมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าในราชวงศ์จักรีเมื่อถึงอนิจกรรมไปแล้วขึ้นเป็น สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา เนื่องจากทรงเป็นพระชนนีในสมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึง 3 พระองค์ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น สมเด็จพระปิยมาวดีฯ ก็ทรงอยู่ในฐานะ พระอัยยิกาเจ้า ดังนั้น พระยาราชภักดีผู้เป็นน้องชายแท้ ๆ รวมทั้งบุตรหลานจึงมีความเกี่ยวข้องกับพระบรมราชจักรีวงศ์ในฐานะราชินิกุลที่ใกล้ชิดอย่างยิ่ง คุณประไพ สุจริตกุลเป็นธิดาคนที่ 5 ของ เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) เป็นน้องสาวของพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล)ซึ่งพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกท่านหนึ่ง และเป็นน้องสาวของท่านผู้หญิงพัว อนุรักษ์ราชมนเทียร (พัว สุจริตกุล มารดานายแก้วขวัญ-ขวัญแก้ว วัชโรทัย) ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนราชินี เมื่อ พ.ศ. 2454 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีได้นำเข้าเฝ้าถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

[แก้] เข้ารับราชการฝ่ายใน

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์

คุณประไพ ได้รับราชการฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรส และโปรดเกล้าฯให้ท่านดำรงตำแหน่งพระสนมเอก มีราชทินนามว่า พระอินทราณี[1] (ซึ่งเป็นนามเรียกใหม่ในสมัยนั้น เพราะในรัชกาลก่อนๆมา พระสนมจะมีคำเรียกนำหน้านามว่า เจ้าจอม เท่านั้น ถ้ามีพระราชบุตรถึงจะได้เป็น เจ้าจอมมารดา ในกรณีพิเศษจริงๆ ก็จะได้รับสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าคุณจอมมารดา การที่ทรงพระราชทานยศชั้น"พระ"แก่พระสนมครั้งนี้จึงเป็นของใหม่ในเวลานั้นอย่างยิ่ง) พระราชพิธีอภิเษกสมรสมีขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2464 ทรงโปรดฯ ให้คุณท้าวภัณฑสารานุรักษ์ หัวหน้าคลังฝ่ายในนำเงินไปพระราชทานตามพระราชประเพณีเป็นเงิน 4,000 บาท โดยพระนาม อินทราณี เป็นพระนามหนึ่งของพระชายาของพระอินทร์

จากนั้นในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2465 ทรงสถาปนาให้ประไพ สุจริตกุล ขึ้นดำรงพระยศเจ้านายตำแหน่งมเหสีพระองค์หนึ่ง มีพระนามเรียกขานกันว่า พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี[2] พร้อมกับพระราชทานตราปฐมจุลจอมเกล้าอันเป็นตราชั้นสูงสุดสำหรับฝ่ายในแก่พระวรราชชายาเธอในโอกาสด้วย โดยพระนามอินทรศักดิศจี มีความหมายว่า "พระนางศจีผู้เป็นพระชายาของพระอินทร์"

ในเวลาต่อมา พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ทรงพระครรภ์ จึงเป็นสาเหตุให้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี ตำแหน่งสมเด็จพระอัครมเหสี เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2465 มีพระบรมราชโองการว่า[3]

"พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิ์ศจี ได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณมาโดยซื่อสัตย์กตเวที มีความจงรักภักดีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่า จะทรงสถาปนายกย่องขึ้นให้มีพระอิสริยยศสูงในตำแหน่งพระราชินีก็ควรแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยยศ พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี"

[แก้] ลดพระอิสริยยศ

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี มิได้ทรงพระครรภ์จนครบกำหนดประสูติ แต่ได้ทรงตก(แท้ง)เสียก่อนที่จะประสูติถึง 2 ครั้ง (บางตำรากล่าวว่า 3 ครั้ง) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการว่าด้วยการออกพระนาม โดยโปรดให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาแทน เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2468[4] และโปรดฯ ให้เสด็จไปประทับยังพระที่นั่งวิมานเมฆ ภายในพระราชวังดุสิต

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ดำรงตำแหน่งสภานายิกา ของโรงพยาบาลที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและพระราชทานนามว่า วชิรพยาบาล

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 2468 สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี ทรงย้ายไปประทับยังพระตำหนักสวนนกไม้ ในพระราชวังดุสิต ต่อมาจึงทรงย้ายไปประทับที่วังคลองภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรีซึ่งเป็นบ้านของท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พระบิดานั่นเอง เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาเสด็จมาประทับเป็นการถาวรแล้ว พระบิดาจึงกั้นบริเวณที่ดินว่างเปล่าด้านหลังของบ้านซึ่งเป็นที่กว้างขวาง ให้เป็นที่ประทับกับให้สร้างพระตำหนักสไตล์ยุโรปงดงาม เป็นพระตำหนักที่ประทับ โดยมีทางเชื่อมต่อกับตึกใหญ่ของท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีและท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรีอีกด้วย สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาได้ประทับอยู่ ณ วังภาษีเจริญนี้มาโดยตลอดท่ามกลางพระประยูรญาติอย่างอบอุ่นต่อมาอีกกว่า 40 ปี

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาตลอดพระชนมชีพ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2505 พระชนมายุครบ 5 รอบ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เฝ้าพระราชทานน้ำพระมหาสังข์และทรงเจิม เมื่อพระชนมายุครบ 6 รอบ ในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2517 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในการบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชนมายุ ณ อุโบสถวัดราชาธิวาส และโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ทรงเจิมและรับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2517พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

[แก้] พระเกียรติยศ

ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์

[แก้] พระอิสริยยศ

[แก้] พระยศทางทหาร

  • สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาทรงได้รับพระราชทานยศพันโท (พ.ศ. 2465)
  • ผู้บังคับการพิเศษกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกรมทหารบกราบที่ 11 รักษาพระองค์

[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

พระสุจริตสุดา (ซ้าย), สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา (กลาง) และท่านผู้หญิงพัว อนุรักษ์ราชมนเทียร (ขวา) ในปี พ.ศ. 2517

[แก้] สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา สิ้นพระชนม์ด้วยโรคพระหทัยวายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 เวลา 07.55 นาฬิกา สิริพระชนมายุ 73 พรรษา ณ โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทานพระโกศกุดั่นน้อย (ต่อมาทรงเลื่อนเป็นพระโกศทองน้อย) ฉัตรตาดทอง 5 ชั้นกางกั้นเหนือพระโกศพระศพ ประดิษฐานเหนือชั้นแว่นฟ้าลายสลัก ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป ฉันเพลวันละ 4 รูป และไว้ทุกข์ในพระราชสำนักกำหนด 15 วัน เมื่อถึงวาระการบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน ก็เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วยพระองค์เอง (7 วัน) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ (50 วัน) และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เสด็จแทนพระองค์ (100 วัน)[11] เมื่อถึงวาระพระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 [12]

[แก้] สถานที่อันเนื่องด้วยพระนามาภิไธย

[แก้] ลำดับพงศาวลี

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานบรรดาศักดิ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๘, ตอน ง, ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๔, หน้า ๓๐๒๑
  2. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ ก, ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๕๖
  3. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาพระอิสริยยศ พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี เป็นสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ก, ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๕๓๙
  4. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ว่าด้วยการที่จะออกพระนามสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี, เล่ม ๔๒, ตอน ๐ ก, ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๘, หน้า ๑๕๙
  5. ^ ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักกรีบรมราชวงศ์, เล่ม ๓๙, ตอน ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๒๓๔๕
  6. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๙, ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๕, หน้า ๓๔๐๑
  7. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๕, หน้า ๒๓๔๗
  8. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาตำแหน่งมหาสวามินีเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้าฝ่ายใน, เล่ม ๔๐, ตอน ๐ ก, ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖, หน้า ๑๒๗
  9. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ถอนมหาสวามินีแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้าออกเสียจากตำแหน่ง, เล่ม ๔๒, ตอน ๐ ก, ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๘, หน้า ๑๘๗
  10. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๙, ตอน ๐ ง, ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๕, หน้า ๒๐๙๔
  11. ^ ข้อถามบางเรื่องว่าราชวงศ์ของไทยกับราชวงศ์ในต่างประทศเหมือนหรือต่างกันอย่างไรค่ะ จากเว็บพันทิป
  12. ^ ราชกิจจานุเบกษา, หมายกำหนดการ บำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุและพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาในรัชกาลที่ ๖ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส พุทธศักราช ๒๕๑๙, เล่ม ๙๓, ตอน ๑๒๗ ง ฉบับพิเศษ , ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙, หน้า ๗

[แก้] หนังสือ

  • พิมาน แจ่มจรัส, รักในราชสำนัก, โอเดียนการพิมพ์, 2510 ISBN 974-341-064-3

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

สมัยก่อนหน้า สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา สมัยถัดไป
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
2leftarrow.png Queen's Standard of Thailand.svg
พระบรมราชินีแห่งราชอาณาจักรสยาม
(1 มกราคม พ.ศ. 2465 - 15 กันยายน พ.ศ. 2468)
2rightarrow.png สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
พระบรมราชินี


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น