พระสุจริตสุดา
| พระสุจริตสุดา | |
|---|---|
| เกิด | 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438 บ้านปากคลองด่าน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ไทย |
| เสียชีวิต | 9 มีนาคม พ.ศ. 2524 โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ไทย |
| รู้จักในฐานะ | พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| คู่สมรส | พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2464 - 2468) |
| บิดา มารดา | เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) ท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) |
พระสุจริตสุดา (13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438 -9 มีนาคม พ.ศ. 2524) พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นธิดาในเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) และเป็นพี่สาวของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
พระสุจริตสุดา มีเดิมชื่อว่า เปรื่อง สุจริตกุล เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438 ณ บ้านปากคลองด่าน ประตูน้ำภาษีเจริญ[1] เป็นธิดาคนโต จากบุตรจำนวน 12 คนของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) เป็นพี่สาวของ ประไพ สุจริตกุล (สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา) และท่านผู้หญิงพัว อนุรักษ์ราชมนเฑียร (มารดานายแก้วขวัญ-ขวัญแก้ว วัชโรทัย) ปู่ของพระสุจริตสุดาคือพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) ซึ่งเป็นน้องชายร่วมบิดามารดาของสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เปี่ยม สุจริตกุล)[2] เจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
เปรื่อง สุจริตกุล เป็นพี่สาวคนโตของครอบครัวที่ต้องดูแลน้องๆ โดยเฉพาะประไพ น้องสาวคนเล็ก ซึ่งโปรดการขี่ม้าเล่นด้วยกันเสมอ[2] ต่อมาเมื่อครั้งที่เธอจะโกนจุก ได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังเพื่อให้ท้าววนิดาพิจาริณี (เจ้าจอมเพิ่ม สุจริตกุล) ผู้เป็นอาแต่งตัวให้ตามประเพณี แล้วสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงทอดพระเนตรเห็นเข้า ก็ทรงโปรดให้เข้าถวายตัวหลังการโกนจุก และมีโอกาสเข้าศึกษาในโรงเรียนราชินี จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วลาออกจากโรงเรียน และทูลลาออกมาพำนักที่บ้าน[3]
ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงหมั้นกับพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ก็ทรงโปรดให้เปรื่องมาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของพระองค์เจ้าวัลลภาเทวี[3] และได้ตามเสด็จพระราชดำเนินในพระราชกรณียกิจต่างๆ เมื่อปี พ.ศ. 2463 ที่มีการจัดตั้งกองเสือป่าหญิงขึ้น ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ เปรื่อง สุจริตกุล รับพระราชทานยศนายกกองเสือป่าหญิงรุ่นแรกด้วย[4]
[แก้] อภิเษกสมรส
เมื่อคุณเปรื่องสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนราชินีแล้ว เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีผู้เป็นบิดาได้นำเข้าเฝ้าถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2464 และถือเป็นสุภาพสตรีสามัญชนคนแรกที่ได้เข้าพิธีดังกล่าว โดยเธอได้สวมชุดเป็นเจ้าสาวแบบอังกฤษคือสวมเสื้อกระโปรงสีขาว มีผ้าโปร่งสีขาวคลุมศีรษะ ประดับดอกส้ม และถือช่อดอกไม้[4] มีการพระราชทานน้ำสังข์เป็นทางการด้วยพระกรุณาของสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น พระสุจริตสุดา[5] ตำแหน่งพระสนมเอก พร้อมทั้งทรงพระราชทานตราจุลจอมเกล้าให้สมกับศักดิ์พระสนมเอก เป็นสตรีคนแรกๆ ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ "คุณพระ"[6] แต่อย่างไรก็ตามพระสุจริตสุดา มิได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้า เนื่องจากมิได้มีครรภ์ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระสุจริตสุดาสนใจเรื่องดนตรีโดยเฉพาะการขับร้อง ได้เคยเป็นต้นเสียงร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา เมื่อ พ.ศ. 2464 คราวที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงโขนตอนนางลอย และพระองค์ทรงพากย์ด้วยพระองค์เอง นอกจากนั้นพระสุจริตสุดายังได้จัดตั้งวงเครื่องสายผสมเปียโนหญิงวงแรกของคณะ “นารีศรีสุมิตร” เป็นวงดนตรีเครี่องคู่ ประกอบด้วยจะเข้ ซออู้ ซอด้วง ฉิ่ง โทน รำมะนา และเปียโน โดยมีนางสาวสุมิตรา สิงหลกะ (สุจริตกุล) เป็นผู้เล่นเปียโนและควบคุมวงดนตรี พระสุจริตสุดาสนใจในการเล่นเปียโนเป็นพิเศษ วงดนตรีคณะนี้ได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้แสดงถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระราชวังพญาไทเป็นประจำ[7]
[แก้] หลังการสวรรคตของพระสวามี
หลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสุจริตสุดาได้พำนักอยู่ภายในวังสวนสุนันทา แล้วจึงย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านถนนพระราม 5 อันเป็นที่ดินซึ่งได้รับพระราชทาน อย่างไรก็ตามพระสุจริตสุดายังคงสนใจเรื่องเกี่ยวกับดนตรี โดยได้แต่งคำร้อง เพลงสุดาสวรรค์ โดยมีนางสุมิตรา สุจริตกุล เป็นผู้แต่งทำนอง ด้านการกุศลได้บริจาคทรัพย์บำรุงโรงพยาบาลต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และบริจาคทรัพย์สร้างตึกสุจริตสุดา ในโรงพยาบาลศิริราชเป็นต้น[7]
[แก้] พระเกียรติยศ
พระสุจริตสุดา รับราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดรัชกาล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินไป ณ ที่ต่างๆ พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาเสมอ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระสุจริตสุดา ได้แก่ [7]
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ทุติยจุลจอมเกล้า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465
เหรียญรัตนาภรณ์ชั้นที่ 2 ว.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพชร เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2465
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7 ชั้นที่ 3
[แก้] พระยศทางทหาร
- พระสุจริตสุดาได้รับพระราชทานยศนายเสือป่าเป็นนายกองตรีสังกัดกองร้อยหลวง กรมเสือป่าม้าหลวงรักษาพระองค์ ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2464
[แก้] ตำแหน่งที่ได้รับ
- สภากาชาดสยาม (ชื่อในขณะนั้น) ได้รับพระสุจริตสุดาไว้ในตำแหน่งสมาชิก กิตติมศักดิ์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2464 เนื่องในโอกาสที่พระสุจริตสุดาได้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างสถานเสาวภา
[แก้] ถึงแก่อนิจกรรม
ในปัจฉิมวัย พระสุจริตสุดาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทั้งค่าใช้จ่ายประจำและที่พำนักในบริเวณที่ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2524 พระสุจริตสุดาได้ป่วยลง และเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชจนถึงอนิจกรรมเมื่อวันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2524 เวลา 22.45 น. รวมอายุได้ 85 ปี 3 เดือน 26 วัน และได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2526 [7]
[แก้] ลำดับพงศาวลี
| พระสุจริตสุดา | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
[แก้] อ้างอิง
- ^ พระสุจริตสุดา พระสนมเอกในรัชกาลที่6 (พ.ศ.2538-2525)
- ^ 2.0 2.1 ส.พลายน้อย. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ:ฐานบุ๊คส์, 2554. หน้า 211
- ^ 3.0 3.1 ส.พลายน้อย. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ:ฐานบุ๊คส์, 2554. หน้า 212
- ^ 4.0 4.1 ส.พลายน้อย. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ:ฐานบุ๊คส์, 2554. หน้า 213
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานบรรดาศักดิ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๘, ตอน ง, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๔, หน้า ๒๑๓๒
- ^ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระสุจริตสุดา พระสนมเอกในรัชกาลที่ 6
- ^ 7.0 7.1 7.2 7.3 Vajiravudh.org พระสุจริตสุดา
- พิมาน แจ่มจรัส, รักในราชสำนัก, โอเดียนการพิมพ์, 2510 ISBN 974-341-064-3
|
|||||||||||||||||||||||