ยูโรปา (ดาวบริวาร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยูโรปา
ภาพถ่ายสีจริง โดยยานกาลิเลโอ
ดาวบริวารยูโรปา
การค้นพบ
ค้นพบโดย: กาลิเลโอ กาลิเลอี
ไซมอน มาริอุส
ค้นพบเมื่อ: 7 มกราคม ค.ศ. 1610
ชื่ออื่น ๆ: จูปิเตอร์ II
ลักษณะของวงโคจร[1]
จุดเริ่มยุค 8 มกราคม 2004
รัศมีวงโคจรเฉลี่ย: 670 900 km[2]
ความเยื้องศูนย์กลาง: 0.009[2]
อัตราเร็วเฉลี่ย
ในวงโคจร
:
13.740 km/s[2]
ความเอียง: 0.470° (to Jupiter's equator) [2]
ดาวบริวารของ: ดาวพฤหัสบดี
ลักษณะทางกายภาพ
พื้นที่ผิว: 3.09×107 กม.2 (0.061 ของโลก) [3]
ปริมาตร: 1.593×1010 กม.3 (0.015 ของโลก) [3]
มวล: 4.80×1022 kg (0.008 ของโลก) [2]
ความหนาแน่นเฉลี่ย: 3.01 ก./ซม.3[2]
ความโน้มถ่วง
ที่ศูนย์สูตร:
1.314 m/s2 (0.134 g) [4]
ความเร็วหลุดพ้น: 2.025 km/s[4]
ความเอียงของแกน: 0.1°[5]
อัตราส่วนสะท้อน: 0.67 ± 0.03[6]
อุณหภูมิพื้นผิว:
   พื้นผิว
ต่ำสุด เฉลี่ย สูงสุด
~50 K[7] 102 K 125 K
ลักษณะของบรรยากาศ
ความดันบรรยากาศ
ที่พื้นผิว:
0.1 µPa (10-12 bar) [8]

ยูโรปา (อังกฤษ: Europa; กรีก: Ευρώπη) เป็นดาวบริวารดวงหนึ่งของดาวพฤหัสบดี ค้นพบในปี ค.ศ. 1610 โดย กาลิเลโอ กาลิเลอี (เชื่อว่าในเวลาเดียวกันนั้น ไซมอน มาริอุส ก็ค้นพบด้วยเช่นเดียวกัน) ชื่อของดาวมาจากนางกษัตริย์ในตำนานปกรณัมกรีก คือ ยูโรปา ผู้ได้แต่งงานกับเทพซูสและได้เป็นราชินีแห่งครีต ยูโรปาเป็นดาวบริวารดวงเล็กที่สุดในบรรดาดาวบริวารกาลิเลียนทั้ง 4 ดวง

ยูโรปามีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3000 กิโลเมตร มีบรรยากาศที่เบาบางประกอบไปด้วยออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ พื้นผิวที่เป็นน้ำแข็งและมีความเรียบมากนี้ประกอบไปด้วยรอยแตกและเส้นริ้วบางๆ โดยมีหลุมอุกกาบาตอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พื้นผิวที่เรียบและดูใหม่นี้เองที่ทำให้เกิดสมมติฐานว่ามีมหาสมุทรอยู่ข้างใต้ซึ่งสามารถเป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้ โดยสมมติฐานนี้เสนอว่าแรงดึงดูดที่มีมากของดาวพฤหัสบดีสร้างความร้อนให้กับยูโรปา

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2013 นาซาได้รายงานการตรวจพบแร่ธาตุที่คล้ายกับดิน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟิลโลซิลิเกต) ซึ่งปะปนอยู่กับอินทรียวัตถุบนเปลือกน้ำแข็งของยูโรปา นอกจากนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลยังตรวจพบพลูมไอน้ำคล้ายกับพลูมที่ตรวจพบในเอนเซลาดัส ดาวบริวารของดาวเสาร์

การค้นพบและตั้งชื่อ[แก้]

ยูโรปาและดวงบริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวพฤหัสบดีอีกสามดวงได้แก่ ไอโอ แกนีมีด และ คาลลิสโต ถูกค้นพบในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1610 โดยกาลิเลโอ กาลิเลอี[9] และไซมอน มาริอุส ยูโรปาถูกตั้งชื่อตามสตรีชนชั้นสูงชาวฟินิเชียในเทพปกรณัมกรีกชื่อ ยูโรปา ผู้เป็นราชินีของครีตและถูกซูสเกี้ยวพาราสี

กาลิเลโอค้นพบยูโรปาและดวงจันทร์กาลิเลี่ยนดวงอื่นครั้งแรกโดยใช้กล้องโทรทรรศน์หักเหแสงกำลังขยาย 20 เท่าที่มหาวิทยาลัยปาโดวาในวันที่ 7 มกราคม อย่างไรก็ตามกาลิเลโอยังไม่สามารถแยกไอโอกับยูโรปาได้เนื่องจากประสิทธิภาพของกล้องต่ำเกินไป ดาวบริวารทั้งสองจึงถูกบันทึกเป็นจุดแสงจุดหนึ่งเท่านั้น ไอโอกับยูโรปาถูกค้นพบว่าเป็นคนละดวงได้ในวันต่อมา[9]

ยูโรปาถูกตั้งชื่อตามคนรักของซูสเหมือนกับดวงจันทร์แกลิเลี่ยนดวงอื่น ซึ่งในที่นี้คนรักนั้นคือ ยูโรปา ลูกสาวของกษัตริย์แห่งไทร์ โดยผู้ที่เสนอหลักการตั้งชื่อนี้คือ ไซมอน มาริอุส ที่เชื่อว่าน่าจะค้นพบดาวบริวารกาลิเลี่ยนทั้งสี่ด้วยเช่นกัน (แม้ว่ากาลิเลโอจะกล่าวหาว่าไซมอนเลียนแบบเขา) มาริอุสได้เสนอหลักการตั้งชื่อนี้ให้กับ โยฮันเนส เคปเลอร์[10][11]

ในบทเรียนดาราศาสตร์ยุคแรกๆ ยูโรปาถูกเรียกว่าดาวบริวารดวงที่สองของดาวพฤหัสบดี หรือ Jupiter II ส่วนชื่อยูโรปาไม่ได้ถูกพูดถึงโดยทั่วไปจนกระทั่งกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20[12]

การโคจรและการหมุนรอบตัวเอง[แก้]

ยูโรปาโคจรรอบดาวพฤหัสบดีโดยใช้เวลาเพียงสามวันครึ่งด้วยรัศมีวงโคจรประมาณ 670,000 กิโลเมตร และมีความเยื้องศูนย์กลางของวงโคจร เพียง 0.009 ซึ่งค่อนข้างกลม มีความเอียงของวงโคจรอ้างอิงจากระนาบเส้นศูนย์สูตรฟ้าเล็กน้อย คือประมาณ 0.470 องศาเท่านั้น[13]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "JPL HORIZONS solar system data and ephemeris computation service". Solar System Dynamics. NASA, Jet Propulsion Laboratory. สืบค้นเมื่อ 2007-08-10. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 "Overview of Europa Facts". NASA. สืบค้นเมื่อ 2007-12-27. 
  3. 3.0 3.1 ใช้ค่ารัศมีเฉลี่ย
  4. 4.0 4.1 คำนวณจากค่าพารามิเตอร์พื้นฐานอื่น
  5. Bills, Bruce G. (2005). "Free and forced obliquities of the Galilean satellites of Jupiter". Icarus 175: 233–247. doi:10.1016/j.icarus.2004.10.028. 
  6. Yeomans, Donald K. (2006-07-13). "Planetary Satellite Physical Parameters". JPL Solar System Dynamics. สืบค้นเมื่อ 2007-11-05. 
  7. Lucy-Ann McFadden, Paul Weissman, Torrence Johnson (2007). The Encyclopedia of the Solar System. Elsevier. p. 432. 
  8. McGrath (2009). "Atmosphere of Europa". In Pappalardo, R.T.; McKinnon, W. B.; Khurana, K. Europa. University of Arizona Press. ISBN 0-816-52844-6. 
  9. 9.0 9.1 "Planet and Satellite Names and Discoverers". USGS. 
  10. "Simon Marius (January 20, 1573 – December 26, 1624)". Students for the Exploration and Development of Space. University of Arizona. สืบค้นเมื่อ 9 August 2007. 
  11. Marius, S.; (1614) Mundus Iovialis anno M.DC.IX Detectus Ope Perspicilli Belgici [1], where he attributes the suggestion to Johannes Kepler
  12. Marazzini, Claudio (2005). "I nomi dei satelliti di Giove: da Galileo a Simon Marius (The names of the satellites of Jupiter: from Galileo to Simon Marius)". Lettere Italiane 57 (3): 391–407. 
  13. "Europa, a Continuing Story of Discovery". Project Galileo. NASA, Jet Propulsion Laboratory. สืบค้นเมื่อ 9 August 2007. [ลิงก์เสีย]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]