ยุคคะมะกุระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

Kamakura Budda Daibutsu front 1885.jpg

ยุคคะมะกุระ (ญี่ปุ่น: 鎌倉時代 Kamakura-jidai ?) หรือ อ่านแบบไทย คามาคูระ ตรงกับปีค.ศ. 1185-ค.ศ. 1333 เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มต้นการปกครองระบบศักดินาโดยจักรพรรดิเป็นผู้มีอำนาจการปกครอง แต่เพียงในนามรัฐบาลทหารที่เรียกว่า บะกุฟุ ซึ่งมีโชกุนเป็นหัวหน้าปกครองประเทศในนามจักรพรรดิมีอำนาจเด็ดขาดทั้งทางการเมืองและการทหาร โยริโตโมะแห่งตระกูลมินาโมโต้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโชกุนคนแรกจัดตั้งรัฐบาลทหารมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองคามากุระ ส่วนจักรพรรดิประทับที่เมืองเฮอัน ในยุคคะมะกุระญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานจากกองทัพมองโกลภายใต้การนำของกุบไลข่านในสมัยราชวงศ์หยวนซึ่งโดนโจมตีครั้งแรกในปี ค.ศ. 1274 และอีกครั้งในปี ค.ศ. 1281 แต่กองทัพมองโกลเข้าโจมตีญี่ปุ่นไม่สำเร็จเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยกองทัพมองโกลได้รุกรานสู่ญี่ปุ่นโดยเข้าโจมตีภาคเหนือของเกาะคิวชู กองทัพทหารได้ทำการต่อสู้ป้องกันอย่างเข้มแข็ง ประกอบกับภัยธรรมชาติเป็นส่วนช่วยเหลือ ญี่ปุ่นจึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้ แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมอำนาจในการควบคุมชนชั้นนักรบของรัฐบาลทหารสงครามครั้งนี้ได้สร้างความอ่อนแอให้กับรัฐบาลทหารคะมะกุระอย่างมากส่วนความเจริญทางด้านวัฒนธรรมนั้น วัฒนธรรมของชนชั้นนักรบได้ก่อกำเนิดขึ้นโดยมีวัฒนธรรมของชนชั้นปกครองเป็นรากฐาน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของชนชั้นนักรบไว้ อันได้แก่ ความมีพลวัตร และการสะท้อน ความเป็นจริงอย่างเรียบง่าย ในด้านศาสนา พุทธศาสนาแบบคะมะคุระก็ได้กำเนิดขึ้นโดยพระเถระผู้มีชื่อเสียง อย่าง โฮเน็น (Hounen) ชินรัน (Shinran) และนิฉิเรน (Nichiren) เป็นต้น นักรบฝั่งที่ราบคันโตจะนับถือศาสนาเซนอันได้รับการถ่ายทอดจากจีนแผ่นดินซ้องในศตวรรษที่ 12 เป็นหลัก รูปแบบศิลปะใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นในยุคนี้ อย่างเช่น ปฏิมากรรมสมัยคะมะคุระตอนต้นนั้น จะมีลายเส้นที่หนักแน่นมีพลังเหมือนของจริง และแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์ วรรณศิลป์ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ชนชั้นนักรบนิยม เช่น “เฮเคะ โมะโนะงะตะริ (Heike Monogatari) ” ซึ่งแต่งขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 13 เป็นผลงานที่ดีที่สุดในจำนวนนิยายเกี่ยวกับการสู้รบ และก็ยังมีหนังสือรวบรวมบทเรียงความเรื่อง “โฮโจขิ (Houjouki) ” ซึ่งแต่งในศตวรรษที่ 13 และ “ทสึเระซุเระงุสะ (Tsurezuregusa) ” ซึ่งแต่งในศตวรรษที่ 14

[แก้] ประวัติศาสตร์

ยุทธนาวีทังโนะอุระ

สมัยคะมะคุระเป็นสมัยแรกที่นักรบหรือซะมุไร (侍, samurai) ขึ้นมากลายเป็นชนชั้นปกครองแทนที่พระจักรพรรดิและนักปราชญ์ที่เป็นพลเรือนดังที่เคยเป็นมาในยุคเฮอัน เป็นจุดเริ่มต้นของญี่ปุ่นสมัยศักดินา ในช่วงปลายสมัยเฮอันราชสำนักที่เกียวโตเกิดความขัดแย้งระหว่างตระกูลไทระ (平, Taira) และตระกูลมินะโมะโตะ (源, Minamoto) จนนำไปสงครามเง็นเป (源平合戦, Genpei kassen) ฝ่ายตระกูลมินะโมะโตะนำโดยมินะโมะโตะ โยะริโตะโมะ (源 頼朝, Minamoto no Yoritomo) ได้รับชัยชนะในยุทธนาวีทังโนะอุระ (Dan-no-ura, 壇ノ浦) เมื่อค.ศ. 1185 ทำให้มินะโมะโตะ โยะริโตะโมะมีอำนาจเสมอเหมือนเป็นเจ้าผู้ปกครองญี่ปุ่นแทนที่พระจักรพรรดิ สงครามทำให้ชนชั้นนักรบได้เข้าครอบครองที่ดินต่างๆซึ่งแต่ก่อนเป็นของราชสำนักเกียวโต โดยนักรบที่เป็นนายจะแบ่งที่ดินให้แก่ข้ารับใช้ของตนตามระบอบศักดินา ในค.ศ. 1192 โยะริโตะโมะได้รับแต่งตั้งจากพระจักรพรรดิโก-โทบะ (後鳥羽, Go-Toba) เป็นเซอิไทโชกุน (征夷大将, Seii Taishōgun) และโยะริโตะโมะจัดตั้งฐานอำนาจของตนที่เมืองคะมะกุระ (鎌倉, Kamakura) ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กไม่มีความหรูหราเช่นเกียวโตทำให้ศูนย์การปกครองที่คะมะคุระถูกเรียกว่า รัฐบาลเต็นต์ หรือ บะกุฟุ (幕府, bakufu) โดยมินะโมะโตะมีอำนาจโดยตรงในแถบคันโต ในขณะที่ทางตะวันออกอันห่างไกลหรือแคว้นโทโฮคุนั้นเป็นของตระกูลฟุจิวาระ และดินแดนทางตะวันตกส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของราชสำนักเกียวโต

เมื่อโยะริโมะโตะเสียชีวิตในค.ศ. 1199 มินะโมะโตะ โยะริอิเอะ (源 頼家, Monamoto no Yoriie) บุตรชายของโยะริโตะโมะอายุเพียงสิบเจ็ดปีได้เป็นโชกุนคนต่อมา อำนาจการปกครองจึงตกอยู่แก่ตระกูลโฮโจ (北条, Hōjō) ซึ่งเป็นตระกูลของโฮโจ มะซะโกะ (北条 政子, Hōjō Masako) ภรรยาของโยะริโตะโมะและมารดาของโยะริอิเอะ โดยบิดาของมะซะโกะและปู่ของโยะริอิเอะ คือ โฮโจ โทะกิมะซะ (北条 時政, Hōjō Tokimasa) ตั้งตนเป็นผู้สำเร็จราชการโชกุนหรือชิกเก็น (執権, Shikken) คนแรก นับแต่นั้นมาโชกุนคะมะกุระจึงกลายเป็นหุ่นเชิดของผู้สำเร็จราชการแทนตระกูลโฮโจ แต่ทว่าตระกูลฮิกิ (比企, Hiki) ซึ่งเป็นตระกูลของภรรยาของโยะริอิเอะ ได้พยายามจะสร้างอำนาจและก่อการกบฎต่อตระกูลโฮโจขึ้นในค.ศ. 1203 ตระกูลโฮโจได้เข้าทำการกวาดล้างตระกูลฮิกิอย่างรุนแรงและโหดเหี้ยม โทะกิมะซะจึงปลดโชกุนโยะริอิเอะออกจากตำแหน่ง (และถูกลอบสังหารในปีต่อมา) และตั้งน้องชายของโยะริอิเอะคือ มินะโมะโตะ ซะเนะโตะโมะ (源 実朝, Minamoto no Sanetomo) เป็นโชกุนคนต่อมา แต่แล้วกลับเกิดข่าวลือว่าชิกเก็นโทะกิมาซะวางแผนจะปลดโชกุนซะเนะโมะโตะออก ทำให้มะซะโกะบุตรสาวและโยะชิโตะกิ (北条 義時, Hōjō Yoshitoki) บุตรชายผู้สืบทอดตำแหน่งของตนไม่พอใจ จึงเข้าทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากบิดาของตนในค.ศ. 1205 บังคับให้โทะกิมะซะปลงผมบวชเป็นพระภิกษุ โยะชิโตะกิจึงได้เป็นชิกเก็นต่อจากบิดา แต่โชกุนซะเนะโตะโมะกลับถูกลอบสังหารในค.ศ. 1219 ทำให้ตระกูลมินะโมะโตะสาขาเซวะ หรือ เซวะเง็นจิ (清和源氏, Seiwa Genji) ที่ดำรงตำแหน่งโชกุนอยู่ต้องสูญสิ้นไป ชิกเก็นโยะชิโตะกิจึงมอบตำแหน่งโชกุนให้แก่คุโจ โยะริซึเนะ (九条 頼経, Kujō Yoritsune) อายุเพียงหนึ่งขวบที่มีเชื้อสายฟุจิวะระ

กล่าวถึงราชสำนักเกียวโตอยู่ภายใต้อิทธิพลของบะกุฟุคะมะกุระ ความอ่อนแอลงของรัฐบาลโชกุนคะมะกุระเป็นโอกาสให้ราชสำนักเกียวโตทวงอำนาจคืน ในค.ศ. 1221 พระจักรพรรดิโก-โทบะทรงแต่งตั้งพระนัดดาขึ้นเป็นพระจักรพรรดิชูเกียว (仲恭, Chūkyō) โดยไม่รับความเห็นชอบจากบะกุฟุ และมีพระราชโองการประกาศให้ชิกเก็นโยะชิโตะกิเป็นอาชญากรมีความผิด นำไปสู่สงครามโจเคียว (承久の乱, jōkyū no ran) โยะชิโตะกิยกทัพบะกุฟุเข้าบุกยึดเมืองเกียวโต พระจักรพรรดิโก-โทบะรวมทั้งพระโอรสและพระนัดดาต่างทรงถูกเนรเทศ นับแต่นั้นมาราชสำนักเกียวโตก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของบะกุฟุอย่างแท้จริง

[แก้] เหตุการณ์ที่สำคัญ

- ค.ศ. 1192 โยริโตโมะ มินาโมโตะ ได้รับตำแหน่งโชกุน เป็นจุดเริ่มของการก่อตั้งรัฐบาลคามาคุระบากุฟุ

- ค.ศ. 1203 ซาเนโตโมะ มินาโมโตะ ขึ้นเป็นโชกุนรุ่นที่สาม โดยมี โทกิมาสะ โฮโจ เป็นผู้สำเร็จราชการโชกุนคนแรกของคามาคุระ และได้สร้างอำนาจบารมีให้กับตระกูลโฮโจ

- ค.ศ. 1219 โชกุนซาเนโตโมะ ถูกลอบสังหาร ตระกูลโฮโจก็ได้เข้ามามีอำนาจในรัฐบาลโชกุน

- ค.ศ. 1221 เกิดจลาจลโจคิว เมื่อพระเจ้าโกโตบะ อดีตจักรพรรดิ ที่ต้องการทำให้ราชสำนักกลับมามีอำนาจเช่นในอดีต ได้ประกาศว่าผู้แทนโชกุนโยชิโตกิ โฮโจ เป็นกบฎ เรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศลุกขึ้นต่อต้าน โยชิโตกิ จึงได้ส่งกองทัพใหญ่จากคามาคุระไปปราบทัพของพระเจ้าโกโตเบะ และเข้ายึดเมืองเกียวโต

- ค.ศ. 1232 ยาสุโตกิ โฮโจ ได้ประกาศใช้ประมวลกฎหมายโจเอ กฎหมายฉบับนี้ได้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากสังคมที่มีราชสำนักเป็นศูนย์กลางมาเป็นสังคมที่มีทหารเป็นหลัก และเป็นกฎหมายที่ร่างขึ้นเพื่อชนชั้นนักรบโดยเฉพาะ

- ค.ศ. 1252 พระพุทธรูปไดบุทสึแห่งคามาคุระ (องค์สัมฤทธิ์) ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์

- ค.ศ. 1268 มีการอัญเชิญพระราชสาส์นจากจักรพรรดิกุบไลข่าน แห่งราชวงศ์หยวน (มองโกเลีย) มายังญี่ปุ่น แจ้งช้อเรียกร้องให้ญี่ปุ่นส่งบรรณาการให้แก่จีน มิฉะนั้นจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

- ค.ศ. 1274 กองทหารโคไรแห่งราชวงศ์หยวน ยกทัพมาตีทางตอนเหนือของคิวชู นักรบคิวชูสามารถต่อต้านการบุกได้อย่างหวุดหวิด พอดีกับเกิดพายุใหญ่ที่เรียกว่า “คามิคาเซะ” (ลมศักดิ์สิทธิ์) ซึ่งได้ทำลายกองทัพเรือของพวกมองโกล จึงได้ถอยทัพกลับไป และต่อมาในปี 1281 มองโกลได้ยกทัพมาอีกครั้ง หวังจะปราบญี่ปุ่นให้ราบคาบ แต่ก็ได้เกิดพายุใหญ่อีกครั้ง ทำให้แผนการบุกญี่ปุ่นต้องล้มเหลว

- ค.ศ. 1324 แผนการล้มล้างรัฐบาลโชกุนของจักรพรรดิโกไดโกะรั่วไหล ทำให้เกิดความรำส่ำระสาย

- ค.ศ. 1331 หัวหน้ากลุ่มกองโจรที่จงรักภัคดีต่อราชบัลลังก์ คุสึโนกิ มาซาชิเกะ ส่งทหารไปล้มล้างรัฐบาลโชกุนที่อากาสาเกะ เขตคาวาจิ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

- ค.ศ. 1333 รัฐบาลโชกุน ส่งแม่ทัพจากเขตตะวันออก ทากาอุจิ อาชิกางะ ไปปราบกลุ่มของจักรพรรดิโกไดโกะ ในเขตตะวันตก แต่ ทากาอุจิ กลับตัดสินใจประกาศสนับสนุนพระเจ้าโกไดโกะ และยกทัพเข้ามาตีรัฐบาลโชกุนที่เกียวโต ขณะที่ ผู้นำทางเขตตะวันออกอีกคนหนึ่ง โยชิซาดะ นิตตะ ก็ได้แข็งข้อยกกำลังเข้ามาทำลายที่ทำการของตระกูลโฮโจ ที่คามาคุระ เป็นผลให้รัฐบาลคามาคุระก็ถึงกาลล่มสลาย



[แก้] อ้างอิง

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น