ภาษาลิซานา เดนี
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ภาษาลิซานา เดนี לשנא דני Lišānā Denî, לשנא יהודיא Lišānā Hôzāyē |
||
|---|---|---|
| เสียงอ่าน: | /liˈʃɑnɑ ˈdɛni/ | |
| พูดใน: | อิสราเอล, อิรัก | |
| ภูมิภาค: | เยรูซาเลม และเมาซ์ ทสิยอน อพยพมาจากเคอร์ดิสถาน, อิรัก | |
| จำนวนผู้พูด: | 8,000 คน | |
| ตระกูลภาษา: | แอโฟร-เอเชียติก ภาษากลุ่มเซมิติก ภาษากลุ่มเซมิติกกลาง ภาษาอราเมอิก อราเมอิกตะวันออก อราเมอิกกลาง อราเมอิกตะวันออกเฉียงเหนือ ภาษาลิซานา เดนี |
|
| รหัสภาษา | ||
| ISO 639-1: | ไม่มี | |
| ISO 639-2: | — | |
| ISO 639-3: | lsd | |
| หมายเหตุ: บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากลปรากฏอยู่ คุณอาจต้องการไทป์เฟซที่รองรับยูนิโคดเพื่อการแสดงผลที่สมบูรณ์ | ||
ภาษาลิซานา เดนี (Lishana Deni) เป็นภาษาอราเมอิกสมัยใหม่ของชาวยิว จุดเริ่มต้นของภาษาอยู่ที่เมืองซาโคและบริเวณใกล้เคียงในอิรัก ปัจจุบันผู้พูดส่วนใหญ่อยู่ในเยรูซาเลม ภาษานี้เขียนด้วยอักษรฮีบรู
ภาษานี้เข้าใจกันได้กับสำเนียงของชาวยิวอื่นๆได้น้อย แต่เข้าใจกันได้กับภาษาอราเมอิกใหม่สำเนียงของชาวคริสต์ในบริเวณนั้นๆโดยยเฉพาะภาษาอราเมอิกใหม่คัลเดียแต่เข้าใจกันได้กับภาษาอราเมอิกใหม่อัสซีเรียได้น้อย บางครั้งเรียกภาษานี้ว่าภาษาตาร์คุม เพราะใช้ในการแปลไบเบิลจากภาษาฮีบรูไปเป็นภาษาอราเมอิกซึ่งเรียกว่าคาร์คุม
ความสับสนวุ่นวายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และการก่อตั้งรัฐอิสราเอลทำให้ชาวยิวในเคอร์ดิสถานอพยพไปสู่เยรูซาเลม ภาษาลิซานา เดนีในหมู่คนรุ่นใหม่ถูกแทนที่ด้วยภาษาฮีบรู เหลือผู้พูดภาษานี้อยู่ราว 8,000 คน ทั้งหมดอายุมากกว่า 50 ปี จัดเป็นภาษาที่ใกล้ตาย
อ้างอิง[แก้]
- Heinrichs, Wolfhart (ed.) (1990). Studies in Neo-Aramaic. Scholars Press: Atlanta, Georgia. ISBN 1-55540-430-8.
- Maclean, Arthur John (1895). Grammar of the dialects of vernacular Syriac: as spoken by the Eastern Syrians of Kurdistan, north-west Persia, and the Plain of Mosul: with notices of the vernacular of the Jews of Azerbaijan and of Zakhu near Mosul. Cambridge University Press, London.
- Sabar, Yona (1975). The impact of Israeli Hebrew on the Neo-Aramaic dialect of the Kurdish Jews of Zakho: a case of language shift. Hebrew Union College Annual 46:489-508.
- Avenery, Iddo, The Aramaic Dialect of the Jews of Zakho. The Israel academy of Science and Humanities 1988.
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||