ตระกูลภาษาดราวิเดียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การแพร่กระจายของตระกูลภาษาดราวิเดียน

ตระกูลภาษาดราวิเดียนเป็นตระกูลของภาษาที่มีสมาชิก 73 ภาษา ส่วนใหญ่ใช้พูดทางภาคใต้ของอินเดียและทางตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา และบางบริเวณในปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ และภาคกลางและภาคตะวันออกของอินเดีย รวมทั้งบางส่วนของอัฟกานิสถานด้วย นอกจากนั้นยังมีผู้ที่อพยพไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์

จุดกำเนิดของคำว่าดราวิเดียน[แก้]

คำว่าดราวิเดียนนั้น ผู้ใช้คนแรกคือ Robert Caldwell ผู้เขียนไวยากรณ์เปรียบเทียบของตระกูลภาษาดราวิเดียน โดยมีพื้นฐานมาจากคำภาษาสันสกฤตว่า ทราวิฑะ ส่วนที่มาของคำว่าทราวิฑะ นั้นมีอธิบายไว้หลายทฤษฎี ทฤษฎีอย่างง่ายสุดกล่าวว่าเป็นลูกผสมเกิดจากคำตามิซมาเป็นทราวิฑะ บางส่วนกล่าวว่าทราวิฑะมาจากรากศัพท์ของคำว่ากันณฑะ (กันนาดา) และเป็นจุดเริ่มต้นของคำทมิฬ

ในงานของภทริวารุ กฤษณมุรตี (2003) กล่าวว่าคำว่าทราวิฑะมาจากคำว่าทรามิละ ซึ่งใช้เรียกกลุ่มชน ต่อมาจึงใช้เรียกประเทศ ข้อมูลทางพุทธศาสนาและศาสนาเชนรุ่นแรกๆ ใช้คำว่าทรามิละหมายถึงคนที่อยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย (อาจจะกลายมาเป็นทมิฬ) จารึกภาษาสิงหลยุคก่อนคริสตกาลมีคำว่า ทาเมฑา-ทาเมลา หมายถึงพ่อค้าชาวทมิฬ การเปลี่ยนจากทมิฬะมาเป็นทราวิฑะ อาจได้อิทธิพลมาจากการทำให้เป็นสันสกฤต

ภาษากลุ่มดราวิเดียนมีผู้พูดมากกว่า 2 ล้านคน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาษากลุ่มอินโด-อารยันที่ใช้พูดทั่วไปในอินเดีย บางครั้ง นักภาษาศาสตร์จัดให้ภาษากลุ่มนี้อยู่ในตระกูลภาษาอีลาโม-ดราวิเดียนโดยรวมภาษาอีลาไมต์ที่ตายไปแล้วด้วย

ตระกูลภาษาดราวิเดียนมีอิทธิพลต่อโครงสร้างและประโยคของภาษากลุ่มอินโด-อารยันมากกว่าที่ภาษากลุ่มอินโด-อารยันจะมีอิทธิพลต่อภาษากลุ่มดราวิเดียน

ประวัติศาสตร์[แก้]

จุดกำเนิดและพัฒนาการในช่วงต่อมาของตระกูลภาษาดราวิเดียนยังไม่แน่นอน จากการที่ภาษาอีลาไมต์ไม่มีความเชื่อมโยงกับภาษาตระกูลใดเลยไม่ว่าจะเป็นตระกูลภาษาญี่ปุ่น ภาษาบาสก์ ภาษาเกาหลี ภาษาสุเมเรีย ภาษาท้องถิ่นในออสเตรเลีย และภาษาของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ จากทฤษฎีที่ว่าภาษากลุ่มดราวิเดียนมีความคล้ายคลึงกับภาษากลุ่มยูราลิก ซึ่งอาจจะเคยมีการติดต่อกันมาในอดีตจึงเชื่อมโยงภาษากลุ่มดราวิเดียนเข้ากับภาษาอีลาไมต์แต่ยังมีข้อโต้แย้งอยู่

นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่ชอบที่จะเชื่อทฤษฎีที่ว่าตระกูลภาษาดราวิเดียนแผ่ขยายลงทางใต้ และไปทางตะวันออกของอินเดียภาคพื้นทวีป เชื่อว่าภาษาดราวิเดียนดั้งเดิมแยกออกเป็นภาษาดราวิเดียนเหนือดั้งเดิม ภาษาดราวิเดียนกลางดั้งเดิม ภาษาดราวิเดียนกลาง-ใต้ดั้งเดิม และภาษาดราวิเดียนใต้ดั้งเดิมเมื่อราว พ.ศ. 43 อย่างไรก็ตาม มีนักภาษาศาสตร์บางส่วนเชื่อว่าการแยกตัวน่าจะเกิดก่อนหน้านั้น

ไวยากรณ์[แก้]

ลักษณะสำคัญของตระกูลภาษาดราวิเดียนได้แก่ เป็นภาษารูปคำติดต่อ แยกสรรพนามบุรุษที่ 1 พหูพจน์ที่รวมและไม่รวมผู้ฟัง มีการแบ่งประเภทของคำที่สำคัญได้แก่ นาม คุณศัพท์ กริยาและคำช่วยอื่นๆ ภาษาดราวิเดียนดั้งเดิมใช้เฉพาะปัจจัยไม่มีอุปสรรคหรืออาคมในโครงสร้าง รากศัพท์มักอยู่ตอนต้นของคำ นาม กริยาและคำช่วยเป็นระดับของคำเริ่มต้น มีสองพจน์ และระบบเพศต่างกัน 4 แบบ โดยอาจจะเป็น ผู้ชาย: ไม่ใช่ผู้ชายในรูปเอกพจน์ และบุคคล: ไม่ใช่บุคคลในรูปพหูพจน์

การเรียงคำมีรูปแบบแน่นอนแต่ก็เปลี่ยนแปลงได้ กาลเริ่มต้นมีแค่อดีตกับไม่ใช่อดีต กาลปัจจุบันมีการพัฒนาภายหลังและเป็นอิสระในแต่ละภาษา กริยามีรูปสกรรมกริยา อกรรมกริยาและรูปที่เป็นสาเหตุ โดยมีทั้งรูปประธานกระทำและประธานถูกกระทำ

สัทวิทยา[แก้]

ภาษาดราวิเดียนดั้งเดิมมีเสียสระสั้นและยาวของเสียง a e i o u มีสระสั้นยาวต่างกันเป็นคู่ชัดเจน ไม่มีสระประสม เสียงกักเกิดจากโคนฟัน กลายเป็นเสียงรัวเกิดจากโคนฟัน โดยยังคงเป็นเสียงกักในภาษาโกตะและภาษาโตทะ ภาษามาลายาลัมสามารถรักษาเสียงกักดั้งเดิมในการเขียน ในภาษาทมิฬโบราณมีการใช้สระที่อกเสียงคล้ายกับเสียงกักอื่นๆ เสียงนาสิกที่เกิดจากเพดานอ่อนเกิดเฉพาะก่อนเสียง k ในภาษาดราวิเดียนดั้งเดิม เช่นเดียวกับในภาษาลูกหลานหลายภาษา เสียงนี้ไม่จัดเป็นหน่วยเสียงในภาษาดราวิเดียนดั้งเดิม แต่เป็นหน่วยเสียงในภาษามาลายาลัม ภาษาโคนที และภาษาโกนทะ เสียงเสียดแทรกจากเส้นเสียงพบในภาษาทมิฬโบราณ

ภาษากลุ่มดราวิเดียนไม่มีการแยกระหว่างเสียงที่มีและไม่มีลม ในขณะที่ภาษาดราวิเดียนบางภาษา เช่น ภาษามาลายาลัม ภาษากันนาดาและภาษาเตลูกูได้ยอมรับคำยืมจำนวนมากจากภาษาสันสกฤตและภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียนอื่นๆ ทำให้มีการแยกเสียงที่ก้องและเสียงที่มีลม ส่วนในภาษากลุ่มดราวิเดียนอื่นๆจะมีวิธีการออกเสียงที่แปลกไป ในขณะที่ภาษาทมิฬมีลักษณะเช่นเดียวกับภาษาฟิน ภาษาเกาหลี ภาษษไอนุและภาษาของชนพื้นเมืองในออสเตรเลียส่วนใหญ่คือไม่แยกระหว่างเสียงกักก้องและไม่ก้อง

มีคำจำนวนมากที่ขึ้นต้นและลงท้ายด้วยเสียงสระซึ่งช่วยให้การเรียงคำแบบรูปคำติดต่อง่ายขึ้น ตัวเลขจาก 1-10 มีความหลากหลายในตระกูลภาษาดราวิเดียน ตัวอย่างเช่น ตัวเลขจากภาษาทมิฬและภาษามาลายาลัมใกล้เคียงกับภาษาโกลามี เลข 5-10 ยืมมาจากภาษาเตลูกู คำที่บอกอันดับที่สองยืมมาจากกลุ่มภาษาอินโด-อิหร่านเป็นต้น

อิทธิพลต่อภาษาสันสกฤต[แก้]

ภาษาสันสกฤตและกลุ่มภาษาดาวิเดียนมีอิทธิพลต่อกันในหลายด้าน มุมมองในยุคแรกมักเน้นอิทธิพลของภาษาสันสกฤตต่อกลุ่มภาษาดราวิเดียน ในด้านที่ว่ากลุ่มภาษาดราวิเดียน เช่น ภาษากันนาดา ภาษามาลายาลัม ภาษาทมิฬและภาษาเตลูกูได้รับอิทธิพลจากภาษาสันสกฤตในด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ และรูปแบบการเขียนวรรณคดี

การศึกษาในปัจจุบัน เริ่มมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าภาษาสันสกฤตได้รับอิทธิพลจากกลุ่มภาษาดราวิเดียนมากขึ้นทั้งในด้านสัทวิทยาและโครงสร้างไวยากรณ์ ซึ่งพบตั้งแต่ราว 657 ปีก่อนพุทธศักราช ในยุคของภาษาสันสกฤตพระเวท โดยในยุคนี้ ภาษาสันสกฤตมีเสียงม้วนลิ้น ซึ่งภาษาในกลุ่มอินโด-อิหร่านไม่มีเสียงนี้ จึงเป็นข้อสังเกตว่าน่าจะได้รับหน่วยเสียงนี้มาจากภาษาอื่น ซึ่งกลุ่มภาษาดราวิเดียนมีหน่วยเสียงเหล่านี้มาก อิทธิพลในด้านไวยากรณ์ที่สำคัญคือ การใช่เครื่องหมาย iti และการใช้รูปอาการนามของคำกริยาซึ่งไม่พบในภาษาอเวสตะ ที่เป็นภาษาพี่น้องของภาษาสันสกฤตพระเวท

รายชื่อภาษาในตระกูลดราวิเดียน[แก้]