ค้างคาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ค้างคาว
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
โดเมน: ยูแคริโอต
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Chiroptera
Blumenbach, 1779
Suborders

Megachiroptera
Microchiroptera

ค้างคาว จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีลำตัวขนาดเล็กมีปีกบินได้ มีฉายา นกมีหูหนูมีปีก เพราะลักษณะคล้ายหนู แต่บินได้เหมือนนก กลุ่มสัตว์ในอันดับค้างคาว (Chiroptora)

เนื้อหา

[แก้] ข้อมูลทั่วไป

ในประเทศไทยมีจำนวนชนิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมประมาณ 310 ชนิดโดยมีจำนวนชนิดของค้างคาว เป็นจำนวนประมาณ 120 ชนิดและคิดเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก โดยแบ่งเป็นค้างคาวกินผลไม้ 20 ชนิด ค้างคาวกินแมลง 99 ชนิด ส่วนอีก 1 ชนิด เป็นค้างคาวที่กิน สัตว์อื่นเป็นอาหาร โดยมีค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (Pteopus vampyrus) เป็นค้างคาวกินผลไม้ ที่มีน้ำหนักตัว 1 กก. เมื่อกางปีกออกทั้งสองข้างจะ กว้างถึง 2 เมตร และมีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก คือ ค้างคาวคุณกิตติ (Craseonycteris thonglongyai) เป็นค้างคาวกินแมลง มีน้ำหนักเพียง 2 กรัม ช่วงปีกกว้างเพียง 16 เซนติเมตร

[แก้] ประเภทค้างคาว

  1. ค้างคาวกินแมลง มักจะมีเยื่อพังผืดบางๆ เชื่อมกันระหว่างขาหลังทั้งสอง และตาจะมีขนาดเล็กมาก จมูกจะตั้ง หูตั้งสูง และมีแผ่นหนังพิเศษช่วยในการรับเสียงอาศัยอยู๋ในถ้ำ
  2. ค้างคาวกินผลไม้ จะมีดวงตาที่ใหญ่ ทำให้มองเห็นได้ดีในที่มืด มีจมูกที่ไวในการรับกลิ่นดอกไม้และผลไม้ และจมูกมักมีขอบยื่นออกมาไม่มีพังผืดระหว่างขาหลัง บริเวณปีกด้านหน้ามีเล็บยื่นออกมาเพื่อช่วยในการปีนป่าย

[แก้] เสริมความรู้

  • ค้างคาวเป็นสัตว์ที่อายุยืน บางชนิดอาจจะมีอายุได้ถึง 32 ปี
  • ค้างคาวใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง (sonar)ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถได้ยินได้ ซึ่งค้างคาวจะส่งคลื่นเสียงนี้ออกไปแล้วสะท้อนกลับมาสำหรับการเคลื่อนที่และหาอาหาร
  • ค้างคาวมีความสามารถในการจับแมลงสูงมาก บางชนิดสามารถจับแมลงได้ถึง 600 ตัวต่อ 1 ชั่วโมง
  • มูลค้างคาวเป็นปุ๋ยชั้นดีเนื่องจากมีธาตุไนโตรเจนสูงมาก สามารถนำมาใช้ในการทำดินปืนได้ด้วย

[แก้] ค้างคาวในวัฒนธรรมร่วมสมัย

ค้างคาว เป็นสัญลักษณ์ ของการมีชีวิตหรือ ออกหากินช่วงกลางคืน มีการสื่อถึง ผีดูดเลือด ที่แปลงร่างเป็นค้างคาว และมีการนำมาสร้างเป็นสัญลักษณ์อื่นๆ เช่น มนุษย์ค้างคาว

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

บรรณานุกรม
  • Greenhall, Arthur H. 1961. Bats in Agriculture. A Ministry of Agriculture Publication. Trinidad and Tobago.
  • Nowak, Ronald M. 1994. " Walker's BATS of the World". The Johns Hopikins University Press, Baltimore and London.
  • John D. Pettigrew's summary on Flying Primate Hypothesis
  • Altringham, J.D. 1998. Bats: Biology and Behaviour. Oxford: Oxford University Press.
  • Dobat, K.; Holle, T.P. 1985. Blüten und Fledermäuse: Bestäubung durch Fledermäuse und Flughunde (Chiropterophilie). Frankfurt am Main: W. Kramer & Co. Druckerei.
  • Fenton, M.B. 1985. Communication in the Chiroptera. Bloomington: Indiana University Press.
  • Findley, J.S. 1995. Bats: a Community Perspective. Cambridge: Press Syndicate of the University of Cambridge.
  • Fleming, T.H. 1988. The Short-Tailed Fruit Bat: a Study in Plant-Animal Interactions. Chicago: The University of Chicago Press.
  • Kunz, T.H. 1982. Ecology of Bats. New York: Plenum Press.
  • Kunz, T.H.; Racey, P.A. 1999. Bat Biology and Conservation. Washington: Smithsonian Institution Press.
  • Kunz, T.H.; Fenton, M.B. 2003. Bat Ecology. Chicago: The University of Chicago Press.
  • Neuweiler, G. 1993. Biologie der Fledermäuse. Stuttgart: Georg Thieme Verlag.
  • Nowak, R.M. 1994. Walker's Bats of the World. Baltimore: The Johns Hopkins University Press.
  • Richarz, K. & Limbruner, A. 1993. The World of Bats. Neptune City: TFH Publications.
  • Teeling, E.C. 2009. Chiroptera. Oxford University Press.
  • Twilton, B. 1999. My Life as The Bat. Liverpool Hope University press
หนังสืออ่านเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ:
ค้างคาว

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น