ถั่วพู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ถั่วพู
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Fabales
วงศ์: Fabaceae
วงศ์ย่อย: Faboideae
เผ่า: Phaseoleae
สกุล: Psophocarpus
สปีชีส์: P. tetragonolobus
ชื่อทวินาม
Psophocarpus tetragonolobus
(L.) D.C.

ถั่วพู (ชื่อวิทยาศาสตร์: Psophocarpus tetragonolobus; อังกฤษ: winged bean) เป็นพืชล้มลุก ดอกสีขาวอมม่วง ผลเป็นฝักแบนยาวมี 4 ปีก ความยาวของฝักประมาณ 3-4 นิ้ว ภายในมีเมล็ดกลมเรียบ[1] นิยมนำถั่วพูมาประกอบอาหารประเภทยำหรือกินสด ถั่วพูเป็นผักที่เสียเร็ว เหี่ยวง่ายและเกิดสีน้ำตาลเร็ว เก็บได้ไม่นาน คุณค่าทางอาหาร ถั่วพูมีคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน ไขมัน แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ ซี อี บี1 บี2 ไนอะซิน สรรพคุณทางยาบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดเมื่อย แก้ตัวร้อน ลดไข้[2]

ในอาหารไทยนำฝักอ่อนมาลวก กินกับน้ำพริก ยำ หั่นใส่ในแกงส้ม แกงป่าหรือกินกับขนมจีน หั่นผสมในทอดมัน ยอดอ่อนและดอกใช้จิ้มน้ำพริก ใบอ่อนทำสลัดหรือใส่ในแกงจืด เมล็ดแก่คั่วให้สุกรับประทานได้ หัวแก่ใช้เชื่อมเป็นของหวานหรือเผารับประทานเช่นเดียวกับมันเทศหรือมันสำปะหลัง ในพม่า นำหัวถั่วพูไปต้มจิ้มน้ำจิ้ม กินเป็นอาหารว่าง ใบอ่อนกินเป็นสลัด ในปาปัวนิวกินีนำหัวถั่วพูไปห่อใบตองหรือใบไผ่แล้วย่างรับประทาน ในอินโดนีเซียนำเมล็ดถั่วพูไปทำเทมเป้เช่นเดียวกับถั่วเหลือง หัวถั่วพูนำมาสับ ตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่มต่างน้ำ เป็นยาบำรุงกำลัง[3]

ในทางสิ่งแวดล้อม ถั่วพูสามารถส่งเสริมการย่อยสลายแอนทราซีนและฟลูออรีนในไรโซสเฟียร์ได้ดี[4]

ถั่วพู, เมล็ดโตเต็มที่, ดิบ
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 1,711 kJ (409 kcal)
41.7 g
ใยอาหาร 25.9 g
16.3 g
อิ่มตัว 2.3 g
ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 6 g
ไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 4.3 g
29.65 g
วิตามิน
ไทอามีน (บี1)
(90%)
1.03 mg
ไรโบเฟลวิน (บี2)
(38%)
0.45 mg
ไนอาซิน (บี3)
(21%)
3.09 mg
(16%)
0.795 mg
วิตามินบี6
(13%)
0.175 mg
โฟเลต (บี9)
(11%)
45 μg
โลหะรอง
แคลเซียม
(44%)
440 mg
เหล็ก
(103%)
13.44 mg
แมกนีเซียม
(50%)
179 mg
แมงกานีส
(177%)
3.721 mg
ฟอสฟอรัส
(64%)
451 mg
โพแทสเซียม
(21%)
977 mg
โซเดียม
(3%)
38 mg
สังกะสี
(47%)
4.48 mg

ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA Nutrient Database

อ้างอิง[แก้]

  1. สิญา สุขศรีทอง และรุจิรา ตาปราบ. 2554. ผลของอุณหภูมิและสารเคลือบผิวต่อคุณภาพของถั่วพู. การประชุมวิชาการครั้งที่ 8 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
  2. นิตยสารชีวจิต ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน 2550
  3. กรณิศ รัตนามหัทธนะ.ความลับของถั่วพู. ครัว. ปีที่ 19 ฉบับที่ 226 เมษายน 2556 หน้า 18-20
  4. Somtrakoon, K., W. Chouychai, H. Lee.Comparing Anthracene and Fluorene Degradation in Anthracene and Fluorene-Contaminated Soil by Single and Mixed Plant Cultivation International Journal of Phytoremediation. 2014. 16: 415-428. DOI: 10.1080/15226514.2013.803024

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]