ช่องคลอด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ช่องคลอด (อังกฤษ: Vagina) รากศัพท์มาจากภาษาละติน หมายถึง สิ่งหุ้ม หรือ ฝัก

โดยทั่วไปในภาษาปาก คำว่า "ช่องคลอด" มักใช้เรียกแทน "ช่องสังวาส" หรือ "อวัยวะเพศหญิง" หรือ "แคม" ในภาษาทางการ "ช่องคลอด" หมายถึง โครงสร้างภายใน ส่วน "ช่องสังวาส" และคำอื่นๆ หมายถึง "อวัยวะเพศหญิงภายนอก" เท่านั้น ในภาษาสแลง มีคำหยาบและคำต้องห้ามหลายคำใช้เรียกแทน ช่องคลอด หรือ ช่องสังวาส ในภาษาไทย เช่น หี, หอย ฯลฯ หรือในภาษาอังกฤษ เช่น cunt, pussy ฯลฯ


กายวิภาคและสรีระ[แก้]

ช่องคลอดและอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงภายในอื่นๆ

ช่องคลอด เป็นช่องกลวง ต่อจาก ปากมดลูก (ซึ่งเป็นอวัยวะในอุ้งเชิงกราน) เปิดออกสู่ภายนอก ที่ปากเปิดช่องคลอด ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศเมีย

มีหน้าที่เป็น ช่องทางให้อวัยวะเพศชายสอดใส่เข้าไป ขณะร่วมเพศ และเป็น ช่องทางคลอดทารกและรก

เปรียบได้กับ ช่องวางไข่ (en:cloaca) ใน นก, สัตว์เลื้อยคลาน และ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วางไข่ (en:monotreme) ในแมลง และ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ก็มีช่องคลอดเช่นกัน โดยเป็นส่วนปลายจาก ท่อนำไข่ (oviduct)

ช่องคลอดของมนุษย์ มีความยาว ความกว้าง และรูปร่าง ที่หลากหลาย ถ้ายืนตรง จะดิ่งเอียงขึ้นด้านหลัง ทำมุม 45 องศา ในชาวตะวันตก มีความยาวและขนาดปกติเฉลี่ยสั้นหรือยาวกว่าค่าเฉลี่ยขององคชาติเล็กน้อย คือ ยาวประมาณ 4 นิ้ว หรือ 100 มม. และเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว (25 มม.) ซึ่งแตกต่างกันไปในผู้หญิงแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติ (ค่าเฉลี่ยของผู้หญิงไทยน้อยกว่าเล็กน้อย) กระนั้นก็สามารถยืดหยุ่นเพื่อรองรับขนาดขององคชาติที่ใหญ่กว่าได้ ขณะที่ผู้หญิงให้กำเนิดบุตรหรือมีเพศสัมพันธ์ สามารถขยายได้ถึง 2-3 เท่า

ปากช่องคลอด อยู่ที่ส่วนท้าย (ส่วนล่าง) ของ ช่องสังวาส คือถัดลงไปจาก ปากท่อปัสสาวะ ผนังด้านในของช่องคลอด มักเป็นสีชมพู (เช่นเดียวกับเยื่อกล้ามเนื้อภายในอื่นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) มีลักษณะเป็นลอนคล้ายลูกคลื่น ยืดหยุ่นได้

ต่อมบาร์โธลิน (Bartholin's glands) 1 คู่ ที่อยู่ใกล้คอของช่องคลอด ขับน้ำเมือกออกมาหล่อลื่นซึมไปทั่วทั้ง ผนังช่องคลอด (ซึ่งไม่มีต่อมใดอยู่) เพื่อหล่อลื่นให้ชุ่มชื่น และฆ่าเชื้อ

เยื่อพรหมจรรย์ (hymen)

เยื่อพรหมจรรย์ (hymen) เป็นเยื่อบางๆหลังปากท่อปัสสาวะ ที่ลงมาปิดช่องคลอดบางส่วน พบได้ในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด รวมถึงมนุษย์เพศหญิง ซึ่งมีมาแต่กำเนิด จนกว่าจะฉีกขาด โดยการมีเพศสัมพันธ์ หรือล่วงล้ำโดยวัตถุแปลกปลอม หรือกิจกรรมที่ได้รับการกระทบกระเทือน เช่น การขี่ม้า ขี่จักรยาน เล่นยิมนาสติก ฯลฯ หรือการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม สังเกตว่าการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่สาเหตุของการฉีกขาดเสมอไป กล่าวคือ ไม่จริงที่ว่า ผู้หญิงต้องมีเยื่อพรหมจรรย์บริบูรณ์ จึงต้องถือว่าเป็นพรหมจรรย์

ที่ปากช่องคลอดมี ปุ่มกระสัน คือติ่งเนื้อขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว อยู่เหนือแคมเล็ก โดยมี กลีบปิดปุ่มกระสัน ที่อยู่บนแคมใหญ่ปิดอยู่อีกชั้นหนึ่ง ปุ่มกระสัน เปรียบได้กับ องคชาต ของเพศชาย กล่าวคือเป็นจุดที่ไวต่อการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ

ดูเพิ่มเติมที่: ช่องสังวาส

การทำงาน[แก้]

ในมุมมองทางชีววิทยา ช่องคลอดมีบทบาทที่เกี่ยวข้องดังนี้:

  • การมีประจำเดือน
  • กิจกรรมทางเพศ
  • การให้กำเนิด

ประจำเดือน[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: ประจำเดือน

ช่องคลอดเป็นทางผ่านให้ เลือดประจำเดือน ไหลออกจากร่างกาย ในสังคมสมัยใหม่มี ผ้าอนามัยชนิดสอด, ถ้วยประจำเดือน และผ้าอนามัย ใช้สำหรับซับหรือเก็บ

กิจกรรมทางเพศ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: การร่วมเพศ

จุดร่วมของปลายประสาท วางตัวใกล้ปากของช่องคลอด เป็นจุดสัมผัสที่สร้างความรู้สึกพอใจระหว่างกิจกรรมทางเพศ เมื่อถูกกระตุ้นในวิธีที่ถูก มีโอกาสถึงจุดสุดยอดในการสำเร็จความใคร่ รวมถึงการสอดใส่ขององคชาติอย่างนุ่มนวลถูกวิธี ระหว่างการร่วมเพศ แรงกด, ความอบอุ่นและการเสียดสีจากช่องคลอดบนองคชาติทำให้ตื่นเต้น เป็นผลให้สำเร็จความใคร่ และเกิดการหลั่ง ซึ่งนำไปสู่ การปฏิสนธิ และตั้งครรภ์

อีกบริเวณที่ไวต่อสัมผัสทางเพศ เรียกว่า "จี-สปอต" อยู่ภายในช่องคลอด บริเวณตอนบน ลึกเข้าไปประมาณ 5 ซม. ผู้หญิงส่วนรายที่สามารถสำเร็จความใคร่ได้ หากกระตุ้นเฉพาะ จี-สปอต

การให้กำเนิด[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: การคลอดทางช่องคลอด

ระหว่างให้กำเนิดบุตร ช่องคลอดเป็นเส้นทางคลอดทารกจากในมดลูกสู่ชีวิตเสรีภาพภายนอกร่างกายมารดา ระหว่างนั้น ช่องคลอดมักถูกเรียกว่า ช่องกำเนิด (birth canal)

สุขภาพ[แก้]

ช่องคลอดเป็นอวัยวะที่สามารถทำความสะอาดตัวเอง ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาอย่างพิถีพิถันเจาะจง เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ่อยเกินไป อาจเป็นการฆ่าเชื้อขั้นพื้นฐานโดยธรรมชาติ แพทย์ห้ามฉีดน้ำเข้าไป เพราะทำให้สมดุลภายในช่องคลอดเสียไป และอาจเร่งให้เกิดติดเชื้ออักเสบในอุ้งเชิงกราน ถ้ามีความผิดปกติ ควรพบสูตินรีแพทย์

กรณีหากจำเป็นต้องตรวจภายใน แพทย์มักใช้เครื่องมือที่เรียกว่า สเปกคูลัม (speculum) เปิดสำรวจภายใน และเก็บตัวอย่างสะเก็ดผิวไปตรวจ

ดูเพิ่มเติมที่: และ pap smear

มีโรคที่เกี่ยวกับช่องคลอดมากมาย รวมถึง มะเร็งในช่องคลอด และการติดเชื้อยีสต์


20 ข้อ เกี่ยวกับช่องคลอด ที่ผู้หญิงควรรู้[แก้]

[1]

FemaleOrgan.gif
MonsPabis.gif
  1. ทารกสร้างช่องคลอดขึ้นสี่เดือนก่อนคลอด ทารกในครรภ์ทุกคนมีเนื้อเยื่ออวัยวะเพศ ซึ่งจะพัฒนาเป็นอวัยวะเพศหญิงหรือเพศชาย เมื่ออายุได้ 10 สัปดาห์ หากดีเอ็นเอ ระบุว่าเป็นทารกเพศชาย ร่างกายจะเริ่มสร้างองคชาตและลูกอัณฑะขึ้น แต่หากเป็นทารกเพศหญิง ช่องคลอดก็จะเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่าง
  2. เยื่อพรหมจารีอาจไม่มีทุกคน หากขณะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกไม่มีเลือดออก เป็นไปได้ว่าเยื่อพรหมจารีของอาจขาดขณะเล่นกีฬา หรือขณะสอดใส่แทมพอน (ผ้าอนามัยชนิดสอด) หรืออาจเกิดมาโดยไม่มีเยื่อพรหมจารีก็เป็นได้ และที่แปลกยิ่งกว่านี้ ก็คือ ผู้หญิงบางคนอาจมีเยื่อพรหมจารีหนามากเสียจนกระทั่งต้องผ่าตัดเอาออก จึงจะสามารถมีเพศสัมพันธ์หรือสอดแทมพอนได้
  3. เด็กผู้หญิงที่เกิดมาทุก 4,000-5,000 คน จะมี 1 คน ไม่มีช่องคลอดหรือเล็กผิดปกติ ซึ่งมักไม่มีมดลูกด้วย แต่สามารถผ่าตัดสร้างช่องคลอดได้ หลังจากผ่าตัดสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เหมือนกับผู้หญิงปกติ
  4. สองด้านของอวัยวะเพศอาจไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งอาจใหญ่กว่าอีกข้าง เช่นเดียวกับเต้านม ถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง ขนาดและรูปทรงของอวัยวะไม่มีผลต่อสุขภาพใดๆ
  5. ประจำเดือนไม่ได้ออกมากอย่างที่คิด บางคนเข้าใจว่าขณะมีประจำเดือนจะเสียเลือดเป็นลิตร แต่ที่จริงแล้วช่วงมีประจำเดือนแต่ละครั้งเสียเลือดเพียงประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ เท่านั้น
  6. บริเวณช่องคลอดมีแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ประมาณ 15 ชนิด ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ ทำให้ช่องคลอดมีสภาวะเป็นกรด ส่งผลให้แบคทีเรียที่เป็นอันตรายไม่สามารถเจริญเติบโตได้
  7. ในช่วงไข่ตก ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้สารคัดหลั่งจากช่องคลอดมีปริมาณมากขึ้น อาจมากถึงวันละ 1-2 ช้อนชา สารคัดหลั่งจากช่องคลอดนี้เริ่มจากบริเวณคอมดลูก เคลื่อนลงมาตามช่องคลอด และกวาดเซลล์ที่ตายแล้วออกมาด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ช่องคลอดทำความสะอาดตัวเอง ช่วงที่เหลือของเดือนที่ไม่ใช่ช่วงไข่ตก สารคัดหลั่งจากช่องคลอดจะลดลง เหลือเพียงวันละประมาณครึ่งช้อนชาเท่านั้น
  8. บางคนอาจมีน้ำหล่อลื่นมาก แต่บางคนมีน้อย เวลาที่มีอารมณ์ทางเพศ ผนังช่องคลอดจะรู้สึกร้อนและมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมา ผู้หญิงบางคนจะมีน้ำหล่อลื่นมากจนถึงกับเปียกแฉะ แต่บางคนก็เพียงรู้สึกชื้นๆเท่านั้น
  9. ช่องคลอดจำเป็นต้องได้รับอากาศบริสุทธิ์เหมือนกับส่วนอื่นของร่างกาย หากนุ่งกางเกงยีนส์ที่คับเกินไปหรือชุดชั้นในที่ทำจากใยสังเคราะห์ อากาศจะถ่ายเทไม่ได้ เหงื่อไคลตลอดจนสารคัดหลั่งต่างๆ ที่อบอยู่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
  10. หากผิวหนังแห้ง หรือมีเหงื่อออก หรือสวมใส่เสื้อผ้าคับเกินไป อาจทำให้เกิดอาการคันได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการคันรุนแรงและนานเกินกว่าหนึ่งวัน หรือคันภายในช่องคลอด เป็นไปได้ว่าอาจสาเหตุอื่น เช่น ติดเชื้อราหรือโรคทางเพศสัมพันธ์
  11. ช่วงหนึ่งนิ้วแรก เป็นช่วงที่มีความรู้สึกได้ไวที่สุด แม้ว่าช่วงสองนิ้วที่อยู่ลึกเข้าไปจะรับความรู้สึกได้เข้มข้นที่สุด แต่บริเวณช่วงหนึ่งนิ้วแรกที่อยู่ตอนปลายของช่องคลอด เป็นความรู้สึกพึงพอใจดีที่สุด เพราะบริเวณนี้คือจุดรวมของปลายประสาท
  12. เป็นท่อ เป็นกล้ามเนื้อ และมีความชุ่มชื้น เริ่มต้นจากบริเวณแคมเล็กยื่นเข้าในอุ้งเชิงกรานประมาณสามนิ้ว ปลายด้านในต่อกับปากมดลูก ส่วน ปุ่มกระสัน อยู่ตอนบนของแคม และส่วนที่ลึกเข้าไปในช่องคลอดประมาณหนึ่งนิ้วเป็นจุดที่เรียกว่า จี-สปอต
  13. ศัลยกรรมตกแต่งอาจปรับแต่งด้วยมีดผ่าตัดหรือเลเซอร์ ให้ขนาดของช่องคลอดเล็กลง กระชับขึ้น หรือตกแต่งขนาดรูปร่างให้ดูสมดุลขึ้นได้ ด้วยศัลยกรรมประเภท Labiaplasty ด้วยเหตุที่ศัลยกรรมลักษณะนี้เน้นไปทางเสริมสวยภายนอก สูตินรีแพทย์จึงไม่แนะนำ

ส่วนศัลยกรรมอีกประเภทคือ Vaginoplasty ใช้ช่วยตกแต่งช่องคลอดที่หลวม เพราะคลอดบุตรหลายคนให้แคบและกระชับขึ้น สูตินรีแพทย์กล่าวว่า ประเภทหลังเหมาะสำหรับแม่ที่ช่องคลอดหลวมมาก อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

  1. ขนบริเวณอวัยวะเพศมีประโยชน์ ไม่ควรโกนหากไม่จำเป็น เพราะมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการเสียดสีขณะมีเพศสัมพันธ์ และช่วยกรองฝุ่นละอองไม่ให้เข้าถึงอวัยวะเพศได้ง่าย
  2. ควรตรวจสภาพทุกสามเดือน โดยแหวกอวัยวะ ใช้กระจกส่อง ตรวจดูว่ามีส่วนใดที่โตขึ้นผิดปกติ เจ็บผิดปกติ หรือมีสีผิดปกติบ้างหรือไม่ แนวโน้มคือมักไม่พบอะไรที่ผิดปกติรุนแรง สิ่งที่พบอาจคล้ายสิวหรือผื่นหลังโกนขน หากพบอะไรน่าสงสัยให้รีบไปพบสูตินรีแพทย์ทันที
  3. การคลอด ทำให้ช่องคลอดขยายใหญ่ได้ถึง 5 เท่า ปกติแล้วช่องคลอดมีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่าหนึ่งนิ้ว แต่เมื่อคลอดลูก สามารถยืดออกได้ใหญ่กว่าเดิมอาจถึง 4-5 นิ้ว เพื่อให้ใหญ่พอที่เด็กจะคลอดออกมาได้ แต่หลังคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ ช่องคลอดจะหดตัวกลับใกล้เคียงเดิม
  4. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม เช่น สบู่หรือผงซักฟอก อาจทำให้ผิวเนื้อบริเวณช่องคลอดที่สัมผัสเข้ากับสารเคมี ระคายเคืองและเกิดอาการคันได้ ฉะนั้นควรทำความสะอาดบริเวณปากช่องคลอดโดยใช้น้ำเปล่า ไม่ใช้สบู่ และแพทย์ไม่แนะนำให้ทำความสะอาดลึกเข้าเกินไป นอกจากนี้ควรเลือกใช้แต่กระดาษชำระไม่ยุ่ยที่สีขาว ตลอดจนแทมพอนและผงซักฟอกที่ซักกางเกงในที่ไม่มีกลิ่นหอมอีกด้วย
  5. การฝึกขมิบกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด ซึ่งเรียกว่า เคเกล เอ็กเซอไซส์ (Kegel Exercise) ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งแรง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเดียวกับที่ใช้กลั้นปัสสาวะและช่วยให้ถึงจุดสุดยอด หากฝึกขมิบกล้ามเนื้อสม่ำเสมอเพียง 2-3 เดือน ช่องคลอดจะกระชับขึ้นจนรู้สึกได้ และสามารถมีความสุขจากเพศสมพันธ์เพิ่มขึ้น โดยขมิบเหมือนกลั้นปัสสาวะแล้วปล่อย ทำสลับกัน ตลอดช่วงวันระหว่างทำกิจกรรมอื่น ทำเป็นช่วงๆ ให้ได้รวมกันประมาณวันละ 200-1,000 ครั้ง
  6. การมีกลิ่นเป็นเรื่องปกติ ช่องคลอดที่มีสุขภาพปกติจะมีกลิ่นเล็กน้อย กลิ่นแบบไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารที่รับประทาน เช่น กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ, สารเคมีในร่างกายแต่ละคน, จังหวะของรอบประจำเดือน, การมีเหงื่อออกมาก, น้ำอสุจิที่ตกค้างเมื่อผสมกับสารคัดหลั่งจากร่างกาย ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงปรารถนาได้
  7. ผู้หญิงทุกคนต้องคำนึงอยู่เสมอว่า การมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ หากถึงวัยเหมาะสมและมีความพร้อม แต่ไม่ใช่เรื่องปกติหากยังไม่พร้อม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องรักตัวเองให้มากๆ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เพราะหากพลาดไปแล้วจะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ทั้งท้องก่อนแต่ง, ท้องเมื่อไม่พร้อม, ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์, เด็กที่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีจะก่อปัญหาสังคม ปัญหาดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ที่สำคัญคือทำให้ตัวเองและคนที่รักที่สุดอย่างพ่อแม่ญาติพี่น้องต้องเสียใจ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

วิธีการเพิ่มปริมาณน้ำหล่อลื่น[แก้]

เป็นประโยชน์มากในหญิงวัยหมดประจำเดือน ช่องคลอดที่ชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ช่วยฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ ช่วยป้องกันการระคายเคืองและอักเสบง่าย ส่วนสาววัยงามจะใช้เทคนิคนี้ตามความเหมาะสมด้วยก็ได้

  1. กระตุ้นให้ต่อมต่างๆ ทำงานหลั่งน้ำหล่อลื่นเป็นระยะๆ ถ้าไม่มีกิจกรรมทางเพศกับคนรัก สามารถกระตุ้นการหลั่งน้ำหล่อลื่นได้โดยกระตุ้นจุดรวมประสาท เช่น การคลึงบริเวณคลิตอริส หรือกดนวดบริเวณ "จี-สปอต" ซึ่งอยู่ในบริเวณผนังช่องคลอดด้านบนใต้กระเพาะปัสสาวะ ลึกเข้าไปประมาณ 1 นิ้วครึ่ง (2 ข้อนิ้ว)
  2. ทาผนังช่องคลอดด้วยฮอร์โมนเพศ เอสโตรเจน ซึ่งอาจอยู่ในรูปของครีมหรือเจล แต่ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ประจำตัวเสียก่อน เพื่อปรับขนาดให้เหมาะสมไม่เป็นอันตราย วิธีนี้เหมาะสมกับผู้หญิงที่ขาดฮอร์โมนเพศหญิง ด้วยสาเหตุบางประการ รวมถึงผู้หญิงวัยทอง แต่ในหญิงสาวปกติวิธีนี้ไม่ได้ผล
  3. เสริมหรือทดแทนฮอร์โมนเพศหญิงที่ขาดหายไป วิธีนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อมาใช้เองเด็ดขาด อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และเป็นอันตราย ฮอร์โมนทดแทนฮอร์โมนเพศหญิง มีหลายชนิด ต้องให้แพทย์แนะนำเป็นรายกรณีไป
  4. ใช้น้ำหล่อลื่นเทียม ส่วนใหญ่น้ำหล่อลื่นที่ดีและนิยมกัน มักเป็นสารสกัดมาจากธรรมชาติ เช่น ลูกพีช ลูกกีวี เป็นต้น หรือบางชนิดเป็นการสังเคราะห์เลียนแบบธรรมชาติก็ใช้ได้ ซึ่งแนะนำชนิดที่ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำ (water base) ไม่แนะนำชนิดที่ส่วนผสมเป็นไขมันเพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และชนิดที่หาซื้อง่ายใช้สะดวกแนะนำชนิดเจลหล่อลื่นสูตรน้ำ ซื้อได้ตามร้านยา,ร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ต
  5. ออรัลเซ็กซ์ การทำรักด้วยปากนั้น ถ้าฝ่ายหญิงชอบและฝ่ายชายไม่รังเกียจ เป็นวิธีการเพิ่มปริมาณน้ำหล่อลื่นได้ดีวิธีหนึ่ง แต่ต้องระวังรักษาความสะอาดของปากและอวัยวะเพศก่อนมีกิจกรรมทุกครั้ง

อ้างอิง[แก้]

  1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • fc.anamai.moph.go.th [1]
  • manager.co.th [2]
  • DoctorSan.com [3]

บทความที่เกี่ยวข้อง[แก้]

กายวิภาคศาสตร์