จังหวัดคะนะงะวะ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
จังหวัดคะนะงะวะ (「神奈川県」 Kanagawa-ken?) ตั้งอยู่บริเวณภาคคันโตของญี่ปุ่นมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองโยโกฮาม่า คานางาวะ ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู มี โยโกฮาม่า เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ซึ่งเมืองโยโกฮาม่านั้น เป็นสถานที่จัดศึกฟุตบอลโลกในปี 2002 รอบชิงชนะเลิศ และเป็นเมืองที่มีย่านที่คนจีนอาศัยอยู่เยอะที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีวัดวาอารามตั้งอยู่เยอะในเมืองคามาคุระปัจจุบันเมืองโยโกฮาม่า เป็นส่วนหนึ่งของกรุงโตเกียว และเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญเนื่องจากมีท่าเรือพาณิชย์นานาชาติใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกไกล เมืองโยโกฮาม่าเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากโตเกียว โดยมีประชากรกว่า 3 ล้านคน
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติศาสตร์
จังหวัดคานากาวะปรากฏเป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 800 ปีก่อน โดยนักรบซามูไรที่ชื่อ มินะโมะโตะ โยะริโตโมะ ได้เลือกเมืองคามาคุระเป็นที่ตั้งกองกำลังของเขา และหลังจากนั้นต่อมาอีกประมาณ 150 ปี เมืองคามาคุระได้เป็นฐานที่มั่นของรัฐบาลทหารมาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ ศูนย์กลางทางการเมืองจะอยู่ที่ เกียวโต และ นารา มาตลอด ในปี 1192 โยริโตโมะได้เป็นโชกุนคนแรก (ผู้ปกครองซึ่งมีอำนาจทางทหาร) และอำนาจในการปกครองต่าง ๆ ก็ถูกเปลี่ยนมือจากขุนนางมาเป็นซามูไร เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของสังคมศักดินาในประเทศญี่ปุ่น ช่วงเวลาถัดมานั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น คือ เริ่มต้นมีการเผยแพร่ศาสนาเซ็น และศาสนาพุทธนิกายอื่นๆ ขึ้น และมีวิวัฒนาการด้านศิลปะและวรรณคดี
ในศตวรรษที่ 17 เมืองหลวงได้ถูกย้ายไปยังเมืองเอโดะแทน (เมืองโตเกียวในปัจจุบัน) ที่ซึ่งโชกุนตระกูลโตกุกาวะได้ตั้งรัฐบาลทหารของตนขึ้น และมีนโยบายเรื่องการปิดประเทศอย่างเข้มงวด ระหว่างสมัยเอโดะ ได้สร้างทางด่วนสายโตไกโด (เชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองเอโดะกับเกียวโต) ขึ้น ทำให้คานากาวะเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างตะวันออก - ตะวันตกของญี่ปุ่น โชกุนตระกูลโตกุกาวะปกครองประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 300 ปี
โยโกฮาม่าเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในการเปิดประเทศอีกครั้ง เมื่อปี 1853 กองทัพเรืออเมริกาปรากฏตัวขึ้นที่หมู่บ้านอุรางะ พลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี่ ได้กดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ และตามมาด้วยการลงนามสนธิสัญญาสัมพันธไมตรีและการค้าระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ท่าเรือโยโกฮาม่าเปิดขึ้นเมื่อปี 1859 ได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวเลเล็ก ๆ มาเป็นจุดกำเนิดของญี่ปุ่นสมัยใหม่ ในทันทีที่เปิดท่าเรือได้เปิดทำการ บริษัทต่างชาติมากกว่า 100 แห่งได้เข้ามาเปิดทำการในโยโกฮาม่า ทำให้จำนวนชาวต่างชาติในโยโกฮาม่าเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี จนสามารถนับได้ว่ามีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ที่โยโกฮาม่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น วิวัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ของตะวันตกจะถูกส่งผ่านเข้ามายังญี่ปุ่นโดยผ่านโยโกฮาม่าเป็นด่านแรก ทั้งโทรเลขและรถไฟก็มีจุดกำเนิดมาจากโยโกฮาม่า และแม้แต่ไอศกรีม เบียร์ และหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกก็ได้รับการกล่าวขานว่าเกิดขึ้นที่โยโกฮาม่าด้วย
ในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923) ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นที่ภูมิภาคคันโต รวมทั้งคานากาวะและโตเกียว ซึ่งแผ่นดินไหวมีบันทึกความรุนแรงถึง 7.9 ริกเตอร์ ในจังหวัดคานากาวะมีผู้เสียชีวิต 30,000 คน และมีบ้านเรือนถูกทำลายถึง 230,700 ครัวเรือน หรือเทียบได้ถึง 86 % ของทั้งหมด
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คันโตก็ได้ทำลายพื้นที่อุตสาหกรรมรอบ ๆ อ่าวโตเกียวในคาวาซากิ และ โยโกฮาม่า ที่ได้ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1900 ด้วย อย่างไรก็ตาม ภายหลังแผ่นดินไหว อุตสาหกรรมในโยโกฮาม่าก็ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง แม้ว่าเมืองโยโกฮาม่าจะรุ่งเรือง แต่ว่าก็ถูกกระทบกระเทือนอีกครั้งจากการโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้เสียชีวิต มากกว่า 6,000 คน และผู้บาดเจ็บเกือบ 580,000 คน จากการโจมตีทางอากาศที่ โตเกียว คาวาซากิ โยโกฮาม่า และบริเวณรอบนอกเมืองเหล่านั้น ภายหลังสงครามเสร็จสิ้นลง การปฏิรูปประชาธิปไตยต่าง ๆ ก็ได้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์หลังสงครามที่ยังไม่มั่นคง เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างเสรี การปฏิรูปการครอบครองที่ดิน การสลายตัวของกลุ่มบริษัททางการเงิน การเริ่มต้นระบบการศึกษาภาคบังคับ แบบ 6-3 ปี เป็นต้น ในช่วงนี้ มีการเติบโตอย่างฉับพลันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ รวมทั้งทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการถางทางมาสู่พัฒนาการปัจจุบันของญี่ปุ่น แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแรง ซึ่งตามมาพร้อมกับปัญหามลภาวะทางอากาศและน้ำ จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ก็ได้มีการพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ ขึ้นมามากมายเพื่อรองรับปัญหาเหล่านี้แล้ว
[แก้] สภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิต
จำนวนประชากรของจังหวัดคานากาวะได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากการไหลเข้าของผู้คนที่อาศัยอยู่ในโตเกียวและผู้ที่ต้องการหาที่พักอาศัย เป็นผลทำให้จังหวัดคานากาวะเติบโตขึ้นเป็นเมืองใหญ่อย่างฉับพลัน และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ขึ้นมากมาย เช่น ถนน และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ดังนั้น สภาพการดำรงชีวิตของชาวคานากาวะจึงสะดวกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ปัญหาสังคมที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัญหาสำคัญสำหรับชาวคานากาวะด้วย เช่น ปัญหาจราจรที่รุนแรง และการเสื่อมของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงดูเด็ก นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีมานี้ยังมีการตรวจวัดแผ่นดินไหวอ่อน ๆ ได้ และมีการคาดการณ์กันว่าอาจจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นได้ในแถบภาคโตไก
เนื่องจากการลดลงของจำนวนประชากรเด็กและประชากรที่ย้ายที่อยู่อาศัยมายังเขตปริมณฑลลดน้อยลง ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าภายหลังจากจำนวนประชากรขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วจะถึงยุคของผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่าการขยายตัวและการเจริญเติบโตของเขตเมืองจะค่อย ๆ ลดลง เป็นผลให้ทางจังหวัดได้หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองให้มีคุณภาพแทน ดังนั้น แผนพัฒนาเมืองคานากาวะจึงให้ความสนใจกับโครงการหลายโครงการ เช่น การพัฒนาตัวเมืองโยโกฮาม่าใหม่ เป็นต้น
[แก้] สภาพภูมิประเทศ
จังหวัดคานากาวะ ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางหมู่เกาะญี่ปุ่น มีความยาวจากเหนือจรดใต้ 60 กิโลเมตร และมีความยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 80 กิโลเมตร มีพื้นที่โดยรวมทั้งหมด 2,413 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่เพียงแค่ 0.6% ของพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด ดังนั้นคานากาวะจึงจัดได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับที่ 5 ของญี่ปุ่น พื้นที่จังหวัดทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับกรุงโตเกียว ทำให้ชาวคานากาวะมีการติดต่อกับโตเกียวทั้งทางด้านการทำงานและการดำรงชีวิตมาก ส่วนทางทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
[แก้] สภาพภูมิอากาศ
จังหวัดคานากาวะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเขตคันโต และมีอากาศกำลังสบายเนื่องจากมีกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกไหลผ่าน ในเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมีอุณหภูมิเฉลี่ย 16°C และมีปริมาณน้ำฝนรวม 1,440 mm.
[แก้] ประชากร
จากการตรวจสอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1997 จังหวัดคานากาวะมีประชากร 8,295,375 คน คิดเป็น 6.6% ของประชากรรวมของประเทศญี่ปุ่น และมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 3,147,991 ครัวเรือน เท่ากับ 2.64 คน ต่อ 1 ครอบครัว จังหวัดคานากาวะเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กแต่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ทำให้มีความหนาแน่นของจำนวนประชากรต่อพื้นที่ถึง 3,437 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร จัดว่ามากเป็นอันดับ 3 เช่นกัน รองจาก โตเกียว และ โอซาก้า
จำนวนประชากรของจังหวัดคานากาวะเติบโตขึ้นมากในช่วงก่อนและหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้ลดลงในช่วงทศวรรษที่ 70 ในขณะที่จำนวนประชากรในช่วงอายุ 0 - 14 ปี ลดลง กลับปรากฏว่าจำนวนประชากรในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไปได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เนื่องจากจังหวัดคานากาวะตั้งอยู่ติดกับมหานครโตเกียวที่มีโครงสร้างทางธุรกิจขนาดมหึมา ทำให้อัตราส่วนจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองในช่วงกลางวันมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในช่วงกลางคืน
[แก้] การขนส่ง
จังหวัดคะนะงะวะ มีเครือข่ายการขนส่งจากการเดินทางทางอากาศส่วนมากไปสู่ จังหวัดคะนะงะวะ ไปผ่านที่ โตเกียว สนามบินระหว่างประเทศคือสนามบินนานาชาตินาริตะและสนามบินโตไกโด และยังมีรถไฟชิงคันเซ็น รถไฟความเร็วสูงไปยัง โตเกียว นาโกย่า โอซาก้า และเมืองหลักอื่นๆ
[แก้] สภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิต
จำนวนประชากรของจังหวัดคานากาวะได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากการไหลเข้าของผู้คนที่อาศัยอยู่ในโตเกียวและผู้ที่ต้องการหาที่พักอาศัย เป็นผลทำให้จังหวัดคานากาวะเติบโตขึ้นเป็นเมืองใหญ่อย่างฉับพลัน และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ขึ้นมากมาย เช่น ถนน และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ดังนั้น สภาพการดำรงชีวิตของชาวคานากาวะจึงสะดวกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ปัญหาสังคมที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัญหาสำคัญสำหรับชาวคานากาวะด้วย เช่น ปัญหาจราจรที่รุนแรง และการเสื่อมของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงดูเด็ก นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีมานี้ยังมีการตรวจวัดแผ่นดินไหวอ่อน ๆ ได้ และมีการคาดการณ์กันว่าอาจจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นได้ในแถบภาคโตไก
เนื่องจากการลดลงของจำนวนประชากรเด็กและประชากรที่ย้ายที่อยู่อาศัยมายังเขตปริมณฑลลดน้อยลง ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าภายหลังจากจำนวนประชากรขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วจะถึงยุคของผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่าการขยายตัวและการเจริญเติบโตของเขตเมืองจะค่อย ๆ ลดลง เป็นผลให้ทางจังหวัดได้หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองให้มีคุณภาพแทน ดังนั้น แผนพัฒนาเมืองคานากาวะจึงให้ความสนใจกับโครงการหลายโครงการ เช่น การพัฒนาตัวเมืองโยโกฮาม่าใหม่ เป็นต้น
[แก้] การศึกษาและวัฒนธรรม
เนื่องจากการก้าวหน้าของวิวัฒนาการและสังคมข้อมูลข่าวสาร ทำให้ความสนใจของชาวคานากาวะเกิดความแตกต่างกัน ทางจังหวัดคานากาวะเองก็เห็นว่าการเคารพต่อความสนใจ สังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นเดียวกับการเคารพสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกัน เพื่อที่จะอนุรักษ์ขนบประเพณีดั้งเดิมของคานากาวะเอาไว้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องสอนเด็ก ๆ ให้โตขึ้นมาอย่างมีความสามารถเฉพาะตัว และมีความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้สังคมปัจจุบันยังมีแนวโน้มว่า ผู้คนจะมีโอกาสที่จะศึกษาหาความรู้และทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมพื้นบ้านของตนไปตลอดชีวิตได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
[แก้] การรับรองนักท่องเที่ยว
เมืองคามากูระ มีชื่อเสียงซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพุทธศาสนิกชนมากมายและศาลเจ้าชินโต โยโกฮาม่ายังเป็นเขตที่มีคนจีนอาศัยอยู่กันเยอะที่สุดในประเทศญี่ปุ่น (ใหญ่กว่าบริเวณที่คนจีนอยู่กันมาก ๆ ทั้งในโกเบ และ นางาซากิ)
[แก้] อ้างอิง
[[1]]
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์จังหวัดคะนะงะวะ (ญี่ปุ่น)
| เขตการปกครอง ของ ญี่ปุ่น | |||
|---|---|---|---|
| ภาค | จังหวัด | เมืองขนาดใหญ่ (เมืองที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดว่าเป็นเมืองใหญ่) |
|
| โตเกียว (เมืองหลวง) | 23 เขตในโตเกียว | ||
| คันโต | กุมมะ · คะนะงะวะ · จิบะ · ไซตะมะ · โทะจิงิ · อิบะระกิ | คะวะซะกิ · จิบะ · ไซตะมะ · โยะโกะฮะมะ | |
| คันไซ | เคียวโตะ · ชิงะ · นะระ · มิเอะ · วะกะยะมะ · โอซะกะ · เฮียวโงะ | เคียวโตะ · โคเบะ · ซะไก · โอซะกะ | |
| คีวชู | คะโงะชิมะ · คุมะโมะโตะ · ซะงะ · นะงะซะกิ · ฟุกุโอะกะ · มิยะซะกิ · โออิตะ · โอะกินะวะ | คิตะกีวชู · ฟุกุโอะกะ | |
| จูโงะกุ | ชิมะเนะ · ทตโตะริ · ยะมะงุจิ · โอะกะยะมะ · ฮิโระชิมะ | ฮิโระชิมะ | |
| จูบุ | กิฟุ · ชิซึโอะกะ · นะงะโนะ · นีงะตะ · โทะยะมะ · ฟุกุอิ · ยะมะนะชิ · อิชิกะวะ · ไอจิ | ชิซึโอะกะ · นะโงะยะ · นีงะตะ · ฮะมะมะสึ | |
| ชิโกะกุ | คะงะวะ · โคจิ · โทะกุชิมะ · เอะฮิเมะ | มัตสึยะมะ | |
| โทโฮะกุ | ฟุกุชิมะ · มิยะงิ · ยะมะงะตะ · อะโอะโมะริ · อะกิตะ · อิวะเตะ | เซ็นได | |
| ฮกไกโด | ฮกไกโด | ซัปโปะโระ | แก้ |

