ภูเขาฟุจิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ภูเขาไฟฟูจิ)
ภูเขาฟุจิ
富士山
ภูเขาฟุจิจากมุมทะเลสาบคะวะงุชิ

ภูเขาฟุจิจากมุมทะเลสาบคะวะงุชิ

ความสูง 3,776 เมตร (12,388 ฟุต)
สถานที่ตั้ง ภูมิภาคจูบุ,ฮนชู,ประเทศญี่ปุ่น
พิกัดภูมิศาสตร์ 35°21′28.8″N 138°43′51.6″E / 35.358000°N 138.731000°E / 35.358000; 138.731000พิกัดภูมิศาสตร์: 35°21′28.8″N 138°43′51.6″E / 35.358000°N 138.731000°E / 35.358000; 138.731000
ประเภท กรวยภูเขาไฟสลับชั้น
ระเบิดครั้งล่าสุด พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707)
ผู้ไต่ถึงยอดเป็นคนแรก ในปี พ.ศ. 1206 โดยพระองค์หนึ่ง
วิธีไต่เขาที่ง่ายที่สุด เดิน
ฟุจิซัง - สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งบันดาลใจทางศิลปะ *
ประเทศ จังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ
ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา (iii) (iv)
ประวัติการจดทะเบียน
จดทะเบียน 2556 (คณะกรรมการสมัยที่ 37)


ภูเขาฟุจิ (ญี่ปุ่น: 富士山 Fuji-san ฟุจิซัง ?) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว(東京都) โดยในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นจากโตเกียวได้ ในปัจจุบันภูเขาได้ถูกจัดโดยนักวิทยาศาสตร์อยู่ในลักษณะของภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำ ระเบิดครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) ยุคเอะโดะ

ภูเขาฟุจิ มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า "ฟุจิซัง" ซึ่งในหนังสือในสมัยก่อนเรียกว่า "ฟุจิยะมะ" เนื่องจากตัวอักษรคันจิตัวที่ 3 (山) สามารถอ่านได้สองแบบทั้ง "ยะมะ" และ "ซัง"

ประวัติ[แก้]

เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟุจิ ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาฟุจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟุจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟุจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่าง ๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย

ภูเขาฟุจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่น[ต้องการอ้างอิง]ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟุจิ

ในปี พ.ศ. 2556 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ภูขาไฟฟูจิเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในวันที 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ทำให้ภูเขาไฟฟูจิเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 13 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 17 ของประเทศญี่ปุ่น

มรดกโลก[แก้]

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 37 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 17-27 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา มีมติให้ภูเขาไฟฟูจิขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อ "ฟุจิซัง - สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งบันดาลใจทางศิลปะ" โดยผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา

(iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

(iv) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

สำหรับภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาสูงสุดในญี่ปุ่นที่ระดับความสูง 3,776 เมตรกินอาณาบริเวณ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดของญี่ปุ่น ได้แก่ ยามานาชิ และ ชิสุโอกะ พื้นที่โดยรอบ ประกอบด้วยทะเลสาบฟูจิทั้งห้า อุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮะโกะเนะ-อิซุและน้ำตกชิระอิโตะ

สาเหตุที่ทำให้ภูเขาไฟฟูจิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม[แก้]

รูปแบบภูเขาไฟฟูจิ และกิจกรรมต่อเนื่องเป็นแรงบันดาลใจจนกลายเป็นวิถีปฏิบัติทางศาสนาที่เชื่อมโยงผู้คนที่นับถือศาสนาชินโต พุทธศาสนา และธรรมชาติเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ภูเขาไฟฟูจิยังเป็นแรงบันดาลใจต่อศิลปินในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในการผลิตภาพเขียนที่มีลักษณะทางวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ภูเขาไฟลูกนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการพัฒนาของศิลปะตะวันตก ทั้งนี้ ภูเขาไฟฟูจิซึ่งมีความสูง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยามานาชิและชิซูโอกะ เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากการที่มีหิมะปกคลุมบริเวณยอดเขา ทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดผู้คนมานานหลายร้อยปีแล้ว ภูเขาฟุจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟุจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟุจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่าง ๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย ภูเขาฟุจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟุจิ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

Wikivoyage-Logo-v3-icon.svg ภูเขาฟุจิ ข้อมูลการท่องเที่ยวจาก วิกิท่องเที่ยว