แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Werner Heisenberg)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ค
Bundesarchiv Bild183-R57262, Werner Heisenberg.jpg
เกิดแวร์เนอร์ คาร์ล ไฮเซินแบร์ค
5 ธันวาคม ค.ศ. 1901(1901-12-05)
เวือร์ซบวร์ค จักรวรรดิเยอรมัน
เสียชีวิต1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1976 (74 ปี)
มิวนิก เยอรมนีตะวันตก
สัญชาติเยอรมัน
สาขาวิชาฟิสิกส์
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิวนิก
สถาบันที่ทำงานมหาวิทยาลัยเกิททิงเงิน
มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน
มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ
มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน
มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์
มหาวิทยาลัยมิวนิก
ผลงานหลักความไม่แน่นอน
Heisenberg's microscope
กลศาสตร์เมทริกซ์
Kramers-Heisenberg formula
Heisenberg group
Isospin
สร้างแรงบันดาลใจให้กับRobert Döpel
Carl Friedrich von Weizsäcker
เกียรติประวัติรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี พ.ศ. 2475
เหรียญรางวัลมักซ์ พลังค์ พ.ศ. 2476
หมายเหตุ
เขาเป็นบิดาของ มาร์ติน ไฮเซินแบร์ค นักประสาทวิทยา และเป็นบุตรของ ออกัสต์ ไฮเซินแบร์ค

แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ค (เยอรมัน: Werner Heisenberg) เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวเยอรมันซึ่งเป็นหนึ่งในผู้วางหลักการพื้นฐานของกลศาสตร์ควอนตัม มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้คิดค้นหลักความไม่แน่นอนของทฤษฎีควอนตัม นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในสาขาวิชาฟิสิกส์นิวเคลียร์ ทฤษฎีสนามควอนตัม และฟิสิกส์อนุภาค

ไฮเซินแบร์ค ร่วมกับมักซ์ บอร์น และ พาสควอล จอร์แดน ได้ร่วมกันวางหลักการของเมทริกซ์เพื่อใช้ในกลศาสตร์ควอนตัมในปี พ.ศ. 2468 ไฮเซินแบร์คได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2475

หลังจากที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นสู่อำนาจในปี พ.ศ. 2476 ไฮเซินแบร์คก็ถูกสื่อมวลชนโจมตีในฐานะผู้ริเริ่มเคลื่อนไหว deutsche Physik (ฟิสิกส์เยอรมัน) ต่อมาเขาถูกหน่วย Schutzstaffel สอบสวน และกลายเป็นคดีไฮเซินแบร์คโดยกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้สืบทอดของ อาร์โนลด์ ซอมเมอร์เฟลด์ แห่งมหาวิทยาลัยมิวนิก ปี พ.ศ. 2481 เฮนริค ฮิมม์เลอร์ หัวหน้าหน่วย Schutzstaffel จึงได้คลี่คลายคดีนี้ ไฮเซินแบร์คไม่ได้เป็นผู้สืบทอดของซอมเมอร์เฟลด์ และกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนในวงการนักฟิสิกส์ของอาณาจักรไรค์ที่สาม

ปี พ.ศ. 2482 โครงการพลังงานนิวเคลียร์ของเยอรมัน หรือที่รู้จักอย่างไม่เป็นทางการในชื่อ คลับยูเรเนียม ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของกรมสรรพาวุธแห่งเยอรมนี ครั้นถึง พ.ศ. 2485 การควบคุมโครงการก็ตกอยู่ในมือของสภาวิจัยแห่งไรค์ (Reich Research Council) ตลอดระยะเวลาของโครงการทั้งหมดนี้ ไฮเซินแบร์คเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการ 9 คนที่ดูแลและพัฒนางานวิจัยในโครงการ พ.ศ. 2485 ไฮเซินแบร์คได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายปกครองของสถาบันฟิสิกส์ไกเซอร์ วิลเฮล์ม

ไฮเซินแบร์คถูกจับกุมพร้อมนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันรวม 10 คนในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างปฏิบัติการ Alsos ของสหรัฐอเมริกา เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศอังกฤษตั้งแต่พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ถึง มกราคม พ.ศ. 2489

เมื่อไฮเซินแบร์คได้กลับคืนสู่เยอรมนี เขาตั้งรกรากที่เมืองกอตติงเกนในย่านอยู่อาศัยของชาวอังกฤษ และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์ไกเซอร์ วิลเฮล์ม ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันฟิสิกส์มักซ์ พลังค์ ไฮเซินแบร์คดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการที่สถาบันแห่งนี้จนกระทั่งสถาบันย้ายไปอยู่เมืองมิวนิกในปี พ.ศ. 2501 เนื่องจากการขยายขอบเขตงานและเปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันฟิสิกส์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์มักซ์ พลังค์ เขาได้เป็นผู้อำนวยการร่วมกับ ลุดวิก เบียร์มานน์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจึงได้เป็นผู้อำนวยการสถาบันตั้งแต่ พ.ศ. 2503-2513

ไฮเซินแบร์ค ยังได้เป็นประธานสภาวิจัยแห่งเยอรมัน ประธานคณะกรรมาธิการฟิสิกส์อะตอม ประธานคณะทำงานฟิสิกส์นิวเคลียร์ และประธานมูลนิธิอเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮัมโบลด์

ปี พ.ศ. 2500 ไฮเซินแบร์คเป็นผู้ลงนามในคำแถลงการณ์กอตติงเกน (Göttingen Manifesto) ซึ่งเป็นคำประกาศจากนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชั้นแนวหน้าแห่งเยอรมันตะวันตก 18 คน ที่ต่อต้านการติดอาวุธกองทัพเยอรมันตะวันตกด้วยอาวุธนิวเคลียร์ด้านยุทธวิธี

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

ไฮเซินแบร์คได้รับรางวัลจำนวนมาก ตัวอย่างดังต่อไปนี้:[1]

  • ดุษฎีบัณฑิตกิติมศักด์ จากมหาวิทยาลัย Bruxelles, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Karlsruhe, และมหาวิทยาลัยบูดาเปสต์
  • Order of Merit of Bavaria
  • Romano Guardini Prize[2].
  • Grand Cross for Federal Service with Star
  • Knight of the Order of Merit (Peace Class)
  • สมาชิกของ Royal Society แห่งลอนดอน
  • สมาชิกของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งกอตติงเกน, บาวาเรีย, แซกโซนี, ปรัสเซีย, สวีเดน, โรมาเนีย, นอร์เวย์, สเปน, เนเธอร์แลนด์, โรม (Pontifical), สมาคมวิทยาศาสตร์ลีโอโปลดินาแห่งเยอรมัน (Deutsche Akademie der Naturforscher Leopoldina) (Halle), the Accademia dei Lincei (Rome), และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งอเมริกา
  • พ.ศ. 2475 – รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ "สำหรับการสร้างสรรค์กลศาสตร์ควอนตัมและวิธีการนำไปใช้ ซึ่งเปิดเส้นทางสู่การค้นพบรูปแบบแท้จริงของไฮโดรเจน"[3]
  • พ.ศ. 2476 –เหรียญรางวัลมักซ์ พลังค์ จาก Deutsche Physikalische Gesellschaft

อ้างอิง[แก้]

  1. Werner Heisenberg Biography, Nobel Prize in Physics 1932 Nobelprize.org.
  2. Chapter 16 "Scientific and Religious Truth" in Across the Frontiers, 1974, Harper & Row, p.213-229
  3. http://nobelprize.org/nobel_prizes/physics/laureates/1932/

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]