ดอนนา สตริกแลนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดอนนา สตริกแลนด์
ดอนนา สตริกแลนด์ใน ค.ศ. 2017
เกิดดอนนา ธีโอ สตริกแลนด์
27 พฤษภาคม ค.ศ. 1959 (60 ปี)
Guelph, แคนาดา
สาขา
สถาบันที่ทำงานมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู
อาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาเอกเฌราร์ มูรู
งานที่เป็นที่รู้จัก
รางวัลที่ได้รับ

ดอนนา ธีโอ สตริกแลนด์ (อังกฤษ: Donna Theo Strickland; เกิด 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1959)[1][2][3] เป็นนักฟิสิกส์ทัศนศาสตร์ชาวแคนาดาและเป็นผู้บุกเบิกสาขาเลเซอร์ชนิดพัลส์ (pulsed lasers) เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ใน ค.ศ. 2018 พร้อมกับเฌราร์ มูรู (Gérard Mourou) สำหรับการคิดค้น chirped pulse amplification[4] เธอเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู[5]

เธอเคยเป็นทั้งวุฒิบัณฑิต รองประธาน และประธานของสมาคมทัศนศาสตร์ (The Optical Society) และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานของคณะกรรมการที่ปรึกษา (Presidential Advisory Committee) ของสมาคม

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา[แก้]

สตริกแลนด์เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1959 ณ เมือง Guelph รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา แม่ของเธอคือ Edith J. ซึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ[6] ส่วนพ่อ Lloyd Strickland เป็นวิศวกรไฟฟ้า[1] เธอตัดสินใจศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์เพราะโปรแกรมฟิสิกส์วิศวกรรมของมาหลัยสอนเกี่ยวกับเลเซอร์และอิเล็กโตรออฟติกส์ซึ่งเป็นด้านที่เธอสนใจ[6] ชั้นเรียนของเธอที่แมคมาสเตอร์มีผู้หญิงเพียงสามคนจากทั้งหมด 25 คน เธอจบการศึกษาและได้รับปริญญาสาขาฟิสิกส์วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตเมื่อ ค.ศ. 1981[7] เธอศึกษาต่อปริญญาเอก ณ สถาบันแห่งทัศนศาสตร์ (Institute of Optics) จนได้รับปรัชญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ใน ค.ศ. 1989[8][9]

เธอได้ทำการวิจัยปริญญาเอกของเธอในห้องทดลองสำหรับพลังเลเซอร์ (Laboratory for Laser Energetics) โดยมี เฌราร์ มูรู เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา[10] สตริกแลนด์และมูรูทำงานเพื่อพัฒนารูปแบบทางการทดลองที่สามารถเพิ่มพลังสูงสุดของเลเซอร์ชนิดพัลส์ เพื่อข้ามขีดจำกัดของการที่ส่วนขยายเลเซอร์มักถูกทำลายเมื่อความเข้มของเลเซอร์ชนิดพัลส์ถึง gigawatts/cm2 เทคนิค chirped pulse amplification ที่พวกเขาคิดค้นในปี ค.ศ. 1985 ยืดพัลส์ของเลเซอร์แต่ละอันทั้งในเชิงสเปกตรัมและเชิงเวลาก่อนจะขยาย จากนั้นจึงรวมแต่ละอันเข้าด้วยกันตามระยะเวลาเดิม ทำให้สามารถสร้างพัลส์แสงแบบสั้นเป็นพิเศษที่มีความเข้มระดับเทอราวัตต์ (terawatt)[1] การใช้ chirped pulse amplification ทำให้สามรถสร้างระบบเลเซอร์พลังสูงที่มีขนาดเล้กลง เช่น "เลเซอร์เทอราวัตต์แบบตั้งโต๊ะ"[10] งานนี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ใน ค.ศ. 2018[11]

อาชีพ[แก้]

กลุ่ม ultrafast laser ของสตริกแลนด์ ณ มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู ค.ศ. 2017

ตั้งแต่ ค.ศ. 1988 จนถึง 1991 สตริกแลนด์เป็นนักวิจัย ณ National Research Council of Canada โดยเธอทำงานร่วมกับ พอล คอร์คัม (Paul Corkum) ในกลุ่ม Ultrafast Phenomena ซึ่งในขณะนั้นเป็นที่รู้จักในฐานะที่ผลิตเลเซอร์พัลส์สั้นที่ทรงพลังที่สุดในโลก[12] เธอทำงานในแผนกเลเซอร์ของ Lawrence Livermore National Laboratory ตั้งแต่ ค.ศ. 1991 ถึง ค.ศ. 1992 และได้เข้าร่วมเป็นพนักงาน ณ Advanced Technology Center for Photonics and Opto-electronic Materials ของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันใน ค.ศ. 1992 เธอเข้าร่วมมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูใน ค.ศ. 1997 ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์[8] เธอกลายเป็นศาสตราจารย์หญิงด้านฟิสิกส์ที่ทำงานเต็มเวลาคนแรกของมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู[13] ปัจจุบันสตริกแลนด์เป็นศาสตราจารย์ซึ่งนำกลุ่ม ultrafast laser ซึ่งพัฒนาระบบเลเซอร์แรงสูงสำหรับการค้นคว้าด้านทัศนศาสตร์แบบไม่เป็นเชิงเส้น (nonlinear optics)[5]

รางวัล[แก้]

Strickland shares how a trip to the science centre with her father at the age of five helped shape her career in optics, 2018

รางวัลโนเบล[แก้]

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2018 สตริกแลนด์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์สำหรับงานด้าน chirped pulse amplification ร่วมกับที่ปรึกษาปริญญาเอกของเธอ เฌราร์ มูรู โดย อาร์เธอร์ แอชกิน (Arthur Ashkin) ได้รับรางวัลอีกครึ่งหนึ่งสำหรับอีกงานเกี่ยวกับคีมจับเชิงแสง (optical tweezers) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน

สตริกแลนด์และมูรูเผยแพร่งานชิ้นบุกเบิกของพวกเขาที่มีชื่อว่า "Compression of amplified chirped optical pulses" ใน ค.ศ. 1985 ขณะที่สตริกแลนด์ยังเป็นนักศึกษาปริญญาเอกภายใต้มูรู[a] การคิดข้น chirped pulse amplification สำหรับ lasers ของพวกเขา ณ ห้องทดลองสำหรับพลังเลเซอร์ในโรเชสเตอร์[10] นำไปสู่การพัฒนาด้านลำแสงพลังสูงแบบสั้นพิเศษ ด้วยความที่ลำแสงเหล่านี้มีความแหลมคมและยังสามารถใช้ได้ในระยะเวลาสั้นเป็นพิเศษทำให้พวกมันสามารถใช้ตัดสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ จนถูกนำไปใช้ในการขึ้นรูปขนาดเล็กด้วยเลเซอร์ (laser micromachining) การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ การแพทย์ การศึกษาวิทยาศาสตร์ขั้นมูลฐาน และในด้านอื่น ๆ งานวิจัยนี้ทำให้แพทย์สามารถทำการผ่าตัดตาโดยใช้เลเซอร์เพื่อทำให้สายตาเป็นปกติได้[18] เธอกล่าวว่าหลังพัฒนาเทคนิคขึ้นมา พวกเขาก็รู้ว่ามันจะเป็นการค้นพบที่สำคัญ[11] สตริกแลนด์เป็นผู้หญิงคนที่สามที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์และเป็นผู้หญิงคนแรกในรอบ 55 ปี หลังจาก มารี กูว์รี ใน ค.ศ. 1903 และ Maria Goeppert-Mayer ใน ค.ศ. 1963[5][19]

หลังได้รับรางวัลโนเบล หลายคนต่างแปลกใจที่เธอยังไม่ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์เต็มตัว โดยสตริกแลนด์อธิบายว่าเธอ "ไม่เคยสมัคร" ขอตำแหน่งศาสตราจารย์[20] "เพราะตำแหน่งไม่ได้ทำให้เงินเดือนมากขึ้น" ดังนั้นเธอจึง "ไม่เคยจัดการกรอกเอกสาร" เธอยังกล่าวอีกว่า "ฉันทำในสิ่งที่ฉันอยากทำและสิ่งนั้นไม่คุ้มที่จะทำ"[6]

งานพิมพ์บางส่วน[แก้]

  • Strickland, Donna; Mourou, Gerard (1985). "Compression of amplified chirped optical pulses". Optics Communications. 56 (3): 219–221. CiteSeerX 10.1.1.673.148. doi:10.1016/0030-4018(85)90120-8. ISSN 0030-4018.
  • Maine, P.; Strickland, D.; Bado, P.; Pessot, M.; Mourou, G. (1988). "Generation of ultrahigh peak power pulses by chirped pulse amplification". IEEE Journal of Quantum Electronics. 24 (2): 398–403. doi:10.1109/3.137. ISSN 0018-9197.
  • Strickland, D.; Corkum, P. B. (1994). "Resistance of short pulses to self-focusing". Journal of the Optical Society of America B. 11 (3): 492–497. doi:10.1364/JOSAB.11.000492.

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

สตริกแลนด์แต่งงานกับ Douglas Dykaar นักฟิสิกส์เช่นกัน[7] พวกเขามีลูกสองคน[7]

บันทึก[แก้]

  1. Strickland attempted to add Steve Williamson as an author of the paper, but Williamson removed the name as "he hadn't done enough".[6][17]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Strickland, Donna Theo (1988). Development of an ultra-bright laser and an application to multi-photon ionization (PDF) (PhD). University of Rochester. Archived (PDF) from the original on 7 July 2013. สืบค้นเมื่อ 6 October 2018.
  2. Lindinger, Manfred (2 October 2018). "Eine Zange aus lauter Licht". Frankfurter Allgemeine Zeitung (in German). สืบค้นเมื่อ 6 October 2018.
  3. "Donna Strickland – Facts – 2018". Nobel Foundation. 6 October 2018. สืบค้นเมื่อ 6 October 2018.
  4. "Physics Nobel prize won by Arthur Ashkin, Gérard Mourou and Donna Strickland". The Guardian. 2 October 2018. สืบค้นเมื่อ 4 October 2018.
  5. 5.0 5.1 5.2 "Donna Strickland". University of Waterloo. 2 October 2018. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 Booth, Laura (3 October 2018). "Scientist caught in a Nobel whirlwind". Waterloo Region Record. สืบค้นเมื่อ 4 October 2018.
  7. 7.0 7.1 7.2 Semeniuk, Ivan (2 October 2018). "Canada's newest Nobel Prize winner, Donna Strickland, 'just wanted to do something fun'". The Globe and Mail. สืบค้นเมื่อ 3 October 2018.
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 "Biographies – Donna T. Strickland". The Optical Society. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  9. "Donna Strickland". Education Program for Photonics Professionals. University of Waterloo. 11 September 2012. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  10. 10.0 10.1 10.2 Valich, Lindsey (2 October 2018). "Rochester breakthrough in laser science earns Nobel Prize". Newscenter. University of Rochester. สืบค้นเมื่อ 4 October 2018.
  11. 11.0 11.1 11.2 Murphy, Jessica (2 October 2018). "Donna Strickland: The 'laser jock' Nobel prize winner". BBC News. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  12. Page, Shelley (19 October 1990). "Laser lab makes short work of super beam". Ottawa Citizen.
  13. Nusca, Andrew (2018-10-17). "Nobel Laureate Donna Strickland: Yes, Women Are Joining Physics. But We've Got Work to Do". Fortune (magazine). สืบค้นเมื่อ 2018-10-17.
  14. "Past Sloan Fellows". Alfred P. Sloan Foundation. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  15. "Cottrell Scholars" (PDF). Research Corporation for Science Advancement. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  16. "2008 OSA Fellows". The Optical Society. สืบค้นเมื่อ 4 October 2018.
  17. Strickland, Donna; Mourou, Gerard (15 October 1985). "Compression of amplified chirped optical pulses". Optics Communications. 55 (6): 447–449. doi:10.1016/0030-4018(85)90151-8. ISSN 0030-4018.
  18. "'Optical Tweezers' and Tools Used for Laser Eye Surgery Snag Physics Nobel". Scientific American. 2 October 2018. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  19. Rincon, Paul (2 October 2018). "First woman Physics Nobel winner in 55 years". BBC News. สืบค้นเมื่อ 2 October 2018.
  20. Crowe, Cailin (2 October 2018). "'I Never Applied': Nobel Winner Explains Associate-Professor Status, but Critics Still See Steeper Slope for Women". The Chronicle of Higher Education. สืบค้นเมื่อ 7 October 2018.