ภาษาละติน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Latin)
Jump to navigation Jump to search
ระวังสับสนกับ ลาตินอเมริกา
ภาษาละติน
lingua latina (ลิงกวา ลาตีนา)
ประเทศที่มีการพูด นครรัฐวาติกัน
ภูมิภาค คาบสมุทรอิตาลี ยุโรป
สูญหาย เมื่อภาษาละตินพื้นบ้านเริ่มพัฒนาใน คริสต์ศตวรรษที่ 9
ตระกูลภาษา
อินโด-ยูโรเปียน
ระบบการเขียน อักษรละติน
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการ นครรัฐวาติกัน (ในพิธีทางการ)
รหัสภาษา
ISO 639-1 la
ISO 639-2 lat
ISO 639-3 lat

ภาษาละติน (อังกฤษ: Latin) เป็นภาษาโบราณในภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน มีต้นกำเนิดในที่ราบลาติอุม (Latium) ซึ่งเป็นพื้นที่รอบๆกรุงโรม และได้ชื่อว่าเป็นภาษาทางการในการสื่อสารของจักรวรรดิโรมัน ต่อมาภาษาละตินได้ถูกกำหนดให้เป็นภาษาสื่อสารและในพิธีสวดของศาสนจักรโรมันคาทอลิก และยังเป็นภาษาที่ใช้โดยนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา และนักเทววิทยาของยุโรป ตั้งแต่ตลอดยุคกลางจนมาถึงยุคสมัยใหม่ ภาษาละตินจึงเป็นภาษาต้นฉบับของงานเขียนที่ทรงคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ และทางวรรณกรรมเป็นจำนวนมาก

ภาษาอังกฤษได้รับคำในภาษาละตินเข้ามาในภาษาตนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอิทธิพลของเจ้าปกครองชาวแองโกล-นอร์มัน ซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้คำศัพท์ที่ใช้ในสาขาวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ล้วนเป็นคำศัพท์ภาษาละตินหรือสร้างจากภาษาละติน

ภาษาละตินเป็นภาษามีวิภัติปัจจัย (การผันคำ) มีการก 7 การก (case), มีเพศ 3 เพศ, และมีพจน์ 2 พจน์ ภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษาที่ใช้ในปัจจุบัน พัฒนาสืบต่อมาจากภาษาละตินพื้นบ้าน ซึ่งจะเรียกกลุ่มภาษาเหล่านี้ว่า ภาษากลุ่มโรมานซ์ ภาษาที่อยู่ในกลุ่มภาษาโรมานซ์ที่สำคัญได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาโรมาเนีย ภาษาอิตาลี ภาษาโปรตุเกส และภาษาสเปน ภาษาส่วนใหญ่ในภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียนก็มีความสัมพันธ์บางอย่างกับภาษาละติน

แม้ภาษาละตินในปัจจุบัน จะมีผู้ใช้น้อยมากจนถูกนับว่าเกือบเป็นภาษาสูญแล้ว แต่การศึกษาภาษาละตินในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัยก็ยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลาย นอกจากนี้อักษรละติน (ที่พัฒนามาจากอักษรกรีก) ยังคงมีใช้ในหลายภาษา และเป็นอักษรที่ใช้มากที่สุดในโลก

อิทธิพลของภาษาละติน[แก้]

อิทธิพลทางวรรณคดี[แก้]

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: วรรณกรรมภาษาละติน
จูเลียส ซีซาร์'s บันทึกเหตุการณ์สงครามแกลลิค เป็นหนังสือภาษาละตินที่มีชื่อเสียงที่สุดเล่มหนึ่งในช่วงยุคทองของภาษาละติน เขียนขึ้นในสไตล์ที่ไม่ขัดเกลา และตรงไปตรงมาของการรายงานเหตุการณ์อย่างนักวารสาร และเป็นต้นแบบของการใช้ภาษาละตินในสาธารณรัฐโรมัน

งานเขียนของนักเขียนโบราณหลายร้อยคนในภาษาละติน มีหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเป็นจำนวนมาก และถูกศึกษาในปัจจุบันทั้งในสาขานิรุกติศาสตร์ และวรรณคดีคลาสสิก งานของพวกเขาถูกเผยแพร่ในรูปแบบของเอกสารหรือต้นฉบับตัวเขียน (manuscript) มาตั้งแต่ก่อนที่นวัตกรรมทางการพิมพ์จะถูกประดิษฐ์ขึ้น

วรรณกรรมในภาษาละตินมีทั้งในรูปของ เรียงความ ประวัติศาสตร์ บทกวี บทละคร และงานเขียนอื่นๆ โดยเริ่มปรากฎตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสกาล และกลายมาเป็นภาษาวรรณกรรมหลักของโลกโรมันโบราณในอีกสองศตวรรษถัดมา ในขณะที่ชาวโรมันที่มีการศึกษาก็ยังอ่านและเขียนโดยใช้ภาษากรีกโบราณควบคู่กันไปด้วย (เช่น จักรพรรดิมาร์กุส เอาเรลิอุส ผู้ทรงนิพนธ์งานปรัชญาเป็นภาษากรีก) อาจจะกล่าวได้ว่าวรรณคดีในภาษาละตินก็คือการสืบเนื่องของวรรณกรรมกรีกโบราณ โดยชาวโรมันรับเอารูปแบบงานวรรณคดีของกรีซหลายอย่างมาใช้

เนื่องจากภาษาละตินเป็นภาษากลางในการสื่อสารของยุโรปตะวันตกจนกระทั่งถึงยุคกลาง วรรณคดีภาษาละตินจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักเขียนโรมัน เช่น คิเคโร เวอร์จิล โอวิด และโฮเรส เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเขียนยุโรปที่ยังผลิตงานเขียนในภาษาละตินออกมาแม้อาณาจักรโรมันจะล่มสลายไปแล้ว ตั้งแต่นักเขียนด้านศาสนาอย่าง ธอมัส อไควนัส (1225 - 1274) จนถึงนักเขียนฆารวาสอย่าง ฟรานซิส เบคอน (1561 - 1626) บารุค สปิโนซา (1632 - 1677) และ ไอแซก นิวตัน (1642 - 1727)

อิทธิพลต่อภาษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน[แก้]

สัทศาสตร์[แก้]

การออกเสียงแบบโบราณของภาษาละตินได้รับการสืบสร้างทั้งตามข้อสันนิษฐานและหลักฐานการบันทึกไว้ของนักเขียนสมัยโบราณ ซึ่งให้ข้อสังเกตุเกี่ยวกับการออกเสียง การสะกด การเล่นคำ และรากคำจากภาษาโบราณไว้ [1]

พยัญชนะ[แก้]

ตารางหน่วยพยัญชนะของภาษาละตินคลาสสิก :[2]

ริมฝีปาก ทันตะ เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
plain ริมฝีปาก
เสียงระเบิด โฆษะ b d ɡ ɡʷ
อโฆษะ p t k
เสียงเสียดแทรก โฆษะ z
อโฆษะ f s h
นาสิก m n (ŋ)
เสียงตัว "ร" r
เสียงเปิด l j w

ในภาษาละตินเก่าและภาษาละตินคลาสสิก จะไม่มีการแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างอักษรตัวใหญ่ (uppercase) และตัวเล็ก (lowercase) หรือระหว่างตัวอักษร J, U, W แทนที่จะสะกดด้วยอักษร J, U ก็สามารถใช้ อักษร I, V สะกดแทนได้ตามลำดับ นอกจากนี้อักษร I, V ยังสามารถเป็นได้ทั้งสระและพยัญชนะ

อักษร
ละติน
เสียง
ละติน
ตัวอย่างเทียบกับภาษาอังกฤษ
c [k] Always hard as k in sky, never soft as in central, cello, or social
t [t] As t in stay, never as t in nation
s [s] As s in say, never as s in rise or issue
g [ɡ] Always hard as g in good, never soft as g in gem
[ŋ] Before n, as ng in sing
n [n] As n in man
[ŋ] Before c, x, and g, as ng in sing
l [l] When doubled ll and before i, as clear l in link (l exilis)[3][4]
[ɫ] In all other positions, as dark l in bowl (l pinguis)
qu [kʷ] Similar to qu in quick, never as qu in antique
u [w] Sometimes at the beginning of a syllable, or after g and s, as w in wine, never as v in vine
i [j] Sometimes at the beginning of a syllable, as y in yard, never as j in just
[jj] Doubled between vowels, as y y in toy yacht
x [ks] A letter representing c + s: as x in English axe, never as x in example

เสียงสระ[แก้]

สระเดี่ยว[แก้]

หน้า กลาง หลัง
ปิด iː ɪ ʊ uː
กลาง eː ɛ ɔ oː
เปิด a aː
Pronunciation of Latin vowels
อักษร
ละติน
ออกเสียง ตัวอย่าง
a [a] similar to u in cut when short
[aː] similar to a in father when long
e [ɛ] as e in pet when short
[eː] similar to ey in they when long
i [ɪ] as i in sit when short
[iː] similar to i in machine when long
o [ɔ] as o in sort when short
[oː] similar to o in holy when long
u [ʊ] similar to u in put when short
[uː] similar to u in true when long
y [ʏ] as in German Stück when short (or as short u or i)
[yː] as in German früh when long (or as long u or i)

สระประสมสองเสียง[แก้]

สระประสมสองเสียง
แบ่งตามเสียงเริ่มต้น
หน้า หลัง
ปิด ui /ui̯/
กลาง ei /ei̯/
eu/eu̯/
oe /oe̯/
ou /ou̯/
เปิด ae /ae̯/
au /au̯/

ตัวอย่างภาษาละติน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Allen, William Sidney (2004). Vox Latina – a Guide to the Pronunciation of Classical Latin (2nd ed.). Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 0-521-22049-1. 
  • Baldi, Philip (2002). The foundations of Latin. Berlin: Mouton de Gruyter. 
  • Bennett, Charles E. (1908). Latin Grammar. Chicago: Allyn and Bacon. ISBN 1-176-19706-1. 
  • Buck, Carl Darling (1904). A grammar of Oscan and Umbrian, with a collection of inscriptions and a glossary. Boston: Ginn & Company. 
  • Clark, Victor Selden (1900). Studies in the Latin of the Middle Ages and the Renaissance. Lancaster: The New Era Printing Company. 
  • Diringer, David (1996) [1947]. The Alphabet – A Key to the History of Mankind. New Delhi: Munshiram Manoharlal Publishers Private Ltd. ISBN 81-215-0748-0. 
  • Herman, József; Wright, Roger (Translator) (2000). Vulgar Latin. University Park, PA: Pennsylvania State University Press. ISBN 0-271-02000-8. 
  • Holmes, Urban Tigner; Schultz, Alexander Herman (1938). A History of the French Language. New York: Biblo-Moser. ISBN 0-8196-0191-8. 
  • Janson, Tore (2004). A Natural History of Latin. Oxford: Oxford University Press. ISBN 0-19-926309-4. 
  • Jenks, Paul Rockwell (1911). A Manual of Latin Word Formation for Secondary Schools. New York: D.C. Heath & Co. 
  • Palmer, Frank Robert (1984). Grammar (2nd ed.). Harmondsworth, Middlesex, England; New York, N.Y., U.S.A.: Penguin Books. ISBN 81-206-1306-6. 
  • Sihler, Andrew L (2008). New comparative grammar of Greek and Latin. New York: Oxford University Press. 
  • Vincent, N. (1990). "Latin". In Harris, M.; Vincent, N. The Romance Languages. Oxford: Oxford University Press. ISBN 0-19-520829-3. 
  • Waquet, Françoise; Howe, John (Translator) (2003). Latin, or the Empire of a Sign: From the Sixteenth to the Twentieth Centuries. Verso. ISBN 1-85984-402-2. 
  • Wheelock, Frederic (2005). Latin: An Introduction (6th ed.). Collins. ISBN 0-06-078423-7. 
  • Curtius, Ernst (2013). European Literature and the Latin Middle Ages. Princeton University. ISBN 978-0-691-15700-9. 

  • แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

    วิกิพีเดีย
    วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ในภาษาละติน
    Wikibooks
    วิกิตำรา มีคู่มือ ตำรา หรือวิธีการเกี่ยวกับ:
    ภาษาละติน
    1. Allen 2004, pp. viii–ix
    2. Sihler, Andrew L. (1995). New Comparative Grammar of Greek and Latin. Oxford University Press. ISBN 978-0-19-508345-3. สืบค้นเมื่อ 12 March 2013. 
    3. Sihler 2008, p. 174.
    4. Allen 2004, pp. 33–34