ไทม์ไครซิส 4
| ไทม์ไครซิส 4 | |
|---|---|
ใบปลิวอาร์เคดทวีปอเมริกาเหนือ | |
| ผู้พัฒนา | นัมโกะบันไดเกมส์ เนกซ์เอนเตอร์เทนเมนต์ |
| ผู้จัดจำหน่าย | นัมโกะบันไดเกมส์ |
| กำกับ | ทากาชิ ซัตสึกาวะ |
| อำนวยการผลิต | ฮาจิเมะ นากาตานิ |
| ออกแบบ | ฮาจิเมะ นากาตานิ ทากาชิ ซัตสึกาวะ |
| เขียนบท | คัตสึยูกิ ซูงาโนะ |
| แต่งเพลง | ทาเกชิ มิอูระ |
| ชุด | ไทม์ไครซิส |
| เครื่องเล่น | อาร์เคด, เพลย์สเตชัน 3 |
| วางจำหน่าย | อาร์เคด
|
| แนว | เกมยิงไลต์กัน |
| รูปแบบ | ผู้เล่นเดี่ยว, หลายผู้เล่น |
| ระบบอาร์เคด | นัมโกะซิสเตมซูเปอร์ 256 |
ไทม์ไครซิส 4 (อังกฤษ: Time Crisis 4) เป็นวิดีโอเกมยิงไลต์กันที่ออกจำหน่ายใน ค.ศ. 2006 ซึ่งพัฒนาโดยนัมโกะบันไดเกมส์กับเนกซ์เอนเตอร์เทนเมนต์ และเผยแพร่โดยนัมโกะบันไดเกมส์สำหรับอาร์เคด เกมนี้เป็นภาคหลักลำดับที่สี่ของซีรีส์ไทม์ไครซิส เกมดังกล่าวได้รับการพอร์ตมาลงเครื่องเพลย์สเตชัน 3 ใน ค.ศ. 2007 โดยมีโหมดวิดีโอเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งใหม่[6] ต่อมา ได้มีการวางจำหน่ายใหม่อีกครั้งในฐานะส่วนหนึ่งของไทม์ไครซิส: เรซิงสตอร์ม พร้อมรองรับคอนโทรลเลอร์เพลย์สเตชันมูฟ แต่ไม่มีโหมดเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
รูปแบบการเล่น
[แก้]ไทม์ไครซิส 4 นำเสนอคุณสมบัติใหม่และคุณสมบัติที่กลับมาจากเกมภาคก่อน ๆ ซึ่งระบบอาวุธหลากหลายชนิดที่เปิดตัวในเกมไทม์ไครซิส 3 มีทั้งปืนสั้น, ปืนกล, ปืนลูกซอง และเครื่องยิงลูกระเบิด[7] นอกจากนี้ ยังมีส่วนยานพาหนะใหม่ ๆ ในหลายโอกาส ผู้เล่นจะติดตั้งปืนกลที่มีกระสุนไม่จำกัด หรือใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงเพื่อยิงยางรถบรรทุกที่ปล้นสะดม ส่วนฟังก์ชันอื่น ๆ จำนวนมากที่มีเฉพาะในเกมนี้ ได้แก่ ฉากที่ผู้เล่นสามารถหลบหนีจากหลุมทรายดูด, ฉากต่าง ๆ ที่ต้องป้องกันตำแหน่งที่กำหนด และหากเสียตำแหน่งดังกล่าวจะโดนลงโทษหนึ่งชีวิต รวมทั้งในหลายโอกาส ตัวละครชื่อรัชได้ปรากฏตัวบนหน้าจอ ไม่ว่าจะติดกับดักหรือโจมตีศัตรูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และต้องระวังไม่ให้ยิงเขา อนึ่ง เกมนี้มีระบบนำทางด้วยเสียงที่จะคอยแนะนำผู้เล่นในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสามารถตั้งค่าให้พูดภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษได้ ซึ่งก่อนเกม จะมีเสียงพากย์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
เวอร์ชันเพลย์สเตชัน 3
[แก้]
เพลย์สเตชัน 3 มาพร้อมกับไลต์กันกันคอน 3 ที่เป็นอุปกรณ์เสริม[8] โดยเกมรุ่นนี้รองรับความละเอียด 480p (4:3) และ 720p (จอกว้าง 16:9) รวมถึงโหมดวิดีโอเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ได้รับการตั้งโปรแกรมเป็นพิเศษ โดยผู้เล่นจะเข้าสู่การต่อสู้คล้ายกับเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งทั่วไป แต่มีการควบคุมปืน, การเล็ง และการยิงด้วยมือ นอกเหนือจากโหมดอาร์เคด[9][10] ซึ่งกันคอน 3 เข้ากันได้ดีกับโทรทัศน์ทั้งแบบมาตรฐานและความละเอียดสูง[11] ผู้เล่นจะควบคุมวิลเลียม รัช, จอร์โจ บรูโน หรือเอวัน เบอร์นาร์ด ในแต่ละด่านตลอดทั้งเกมด้วยภาพจากเกมอาร์เคด[12][13] และเช่นเดียวกับภาคก่อน ๆ เกมนี้ก็มีไครซิสมิชชันที่มีเนื้อเรื่องเบื้องหลัง โดยมีตัวละครหลักจากไทม์ไครซิสจากภาคก่อน ๆ เป็นตัวเอก เกมดังกล่าวได้เปิดตัวใหม่สำหรับเพลย์สเตชัน 3 ในฐานะส่วนหนึ่งของไทม์ไครซิส: เรซิงสตอร์ม ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2010 โดยรองรับคอนโทรลเลอร์เพลย์สเตชันมูฟแต่ไม่มีโหมดเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
โครงเรื่อง
[แก้]เกมดังกล่าวเปิดฉากขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย ค.ศ. 2006 โดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจากกองทัพสหรัฐและองค์กรวีเอสเอสอี (V.S.S.E.) ได้รู้เกี่ยวกับอาวุธลับสุดยอดที่กลุ่มก่อการร้ายใช้เป็นเป้าหมายในการลักลอบขนของและแผนการของพวกมัน ซึ่งกัปตัน วิลเลียม รัช แฝงตัวเข้าไปในท่าเทียบเรือเพื่อรวบรวมข้อมูล และได้รู้ว่าศัตรูได้อาวุธคล้ายแมลงที่เรียกว่าเทเรอร์ไบต์ ครั้นเมื่อได้รับแจ้งจากเอลิซาเบธ คอนเวย์ เกี่ยวกับอุบัติการณ์ที่สนามบิน รัชจึงเดินทางไปเป็นเพื่อนกับสายลับวีเอสเอสอี ได้แก่ จอร์โจ บรูโน และเอวัน เบอร์นาร์ด พวกเขาสังหารมาร์คัส แบล็ก หัวหน้ากองร้อยที่ 3 ของแฮมลินที่เมืองดังกล่าว และพวกเขาค้นพบป้ายห้อยคอของกองทัพบกสหรัฐบนตัวทหารแต่ละนาย จากนั้นจึงเปิดเผยว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายดังกล่าวคือหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้านอาวุธชีวภาพ (หรือที่เรียกว่ากองพันแฮมลิน) ต่อมา รัชจึงรวบรวมข้อมูลข่าวกรองเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองพันแฮมลิน และกำจัดแฟรงก์ มาเธอส์ ร้อยโทของแฮมลินที่เขื่อนใกล้เคียง ซึ่งเสียชีวิตจากการระเบิด เขาค้นพบว่าการยึดครองเขื่อนเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของหน่วยหลักเพื่อดำเนินการต่อไปในการขโมยบรรดาเทเรอร์ไบต์ จอร์โจ, เอวัน และรัช ได้บินไปยังศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพอันห่างไกลของรัฐไวโอมิง แต่สายเกินไปที่จะหยุดยั้งการขโมยเทเรอร์ไบต์ไปได้ หลังจากสังหารแจ็ก มาเธอส์ พี่ชายของแฟรงก์ พวกเขาก็รู้ในไม่ช้าว่ากองพันแฮมลินกำลังโจมตีฐานทัพอากาศบักลีย์ในเมืองอะโรรา รัฐโคโลราโด ทำให้พวกเขาตัดสินใจออกเดินทางไปที่ฐานทัพดังกล่าว เมื่อพวกเขามาถึง อากาศยานต่อสู้ไร้คนขับ (UCAV) หลายลำก็ออกจากฐานทัพโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า รัชนำหน่วยรักษาชาติรัฐโคโลราโดไปยังทางเข้า ขณะที่จอร์โจและเอวันพยายามจัดการกับบรรดาอากาศยานต่อสู้ไร้คนขับ พวกเขายังเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าขององค์กรวีเอสเอสอีอย่างไวลด์ด็อกในฐานนี้ ซึ่งนอกจากปืนพก, มินิกัน และอาร์พีจีที่เป็นมาตรฐานแล้ว ตอนนี้เขายังติดอาวุธด้วยขอเกี่ยวและอุปกรณ์ลำแสงดึง หลังจากการต่อสู้อันยาวนาน จอร์โจกับเอวันก็เอาชนะเขาได้ และจบลงด้วยการที่ไวลด์ด็อกระเบิดตัวเองอีกครั้ง ในขณะเดียวกันรัชก็เอาชนะไวลด์แฟงก์ (คู่หูรุ่นน้องของไวลด์ด็อกจากเกมภาคก่อน) โดยการส่งให้ไวลด์แฟงก์ร่วงไปในเส้นทางของอากาศยานต่อสู้ไร้คนขับที่กำลังทะยานขึ้น กระทั่งได้มีการเผยว่าพันเอก เกรกอรี แบร์โรวส์ ผู้สร้างเทเรอร์ไบต์ เป็นผู้จี้อากาศยานต่อสู้ไร้คนขับที่มีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อทำลายสหรัฐเพื่อเป็นการตอบโต้การปฏิบัติที่ไม่ดีที่เขาได้รับจากกองทัพ หลังจากที่จอร์โจและเอวันเอาชนะแบร์โรวส์ใกล้ศูนย์ควบคุม รัชและหน่วยของเขาก็สร้างพีระมิดมนุษย์ขึ้นมาเพื่อแบกจอร์โจและอีวานขึ้นไปบนพีระมิดนี้เพื่อหยุดขีปนาวุธ โดยสองสายลับจะกดปุ่มสีแดงขนาดใหญ่บนคอมพิวเตอร์ควบคุมเพื่อทำลายขีปนาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดที่อากาศยานต่อสู้ไร้คนขับยิงออกไป[12]
การพัฒนา
[แก้]เกมดังกล่าวเปิดตัวครั้งแรกในงานอีทรี 2006 ก่อนที่จะเปิดตัวเวอร์ชันปรับปรุงครั้งสุดท้ายในอาร์เคดเมื่อเร็ว ๆ นี้ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญประการหนึ่งคือการเพิ่มระบบหลายหน้าจอหรือการซ่อนหลายที่กำบัง ซึ่งเปิดตัวในไทม์ไครซิส: โปรเจกต์ไททัน แต่ต่างจากเกมดังกล่าวที่ผู้เล่นจะเน้นรุก โดยผู้เล่นจะถูกจัดให้อยู่ในแนวรับ ซึ่งในภาคโปรเจกต์ไททันผู้เล่นสามารถซ่อนและยิงลูกศรชี้เพื่อสลับที่กำบังได้ โดยการสลับกำบังนี้ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ผู้เล่นเพียงแค่ชี้ปืนออกไปนอกหน้าจอเพื่อเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ และภาคนี้ใช้ระบบควบคุมไลต์กันใหม่พร้อมตัวปล่อยอินฟราเรด ซึ่งก่อนหน้านี้ เกมไลต์กันของบริษัทนัมโกะทั้งหมดใช้ตัวควบคุมปืนที่อาศัยการจับเวลาของรังสีแคโทด และเนื่องจากไลต์กันที่จับเวลาด้วยรังสีแคโทดใช้ชิปหน่วยความจำในการชี้ไปที่เลนส์ บรรดานักออกแบบตู้อาร์เคดจึงต้องแน่ใจว่าตัวควบคุมไลต์กันที่ปล่อยอินฟราเรดจะมีความแม่นยำเท่ากับปืนที่จับเวลาด้วยรังสีแคโทดที่เคยใช้ในอดีต เหตุนี้ทำให้การเปิดตัวเกมล่าช้าเนื่องจากปัญหาความแม่นยำของไลต์กันอินฟราเรดในอดีต ผู้เล่นสามารถเลือกปรับแต่งปืนและเปิดหรือปิดการสะท้อนกลับได้ด้วยรหัสก่อนเกมที่อธิบายไว้ในตู้ เกมนี้เช่นเดียวกับภาคก่อน ๆ ที่มีให้เลือกทั้งแบบตู้มาตรฐานขนาด 29 นิ้วแบบคู่ หรือแบบดีลักซ์ขนาด 52 นิ้วแบบคู่ และเกมดังกล่าวเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือตามอาร์เคดเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2006[14]
การตอบรับ
[แก้]| การตอบรับ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
เกมนี้ได้รับการวิจารณ์ทั้งดีและไม่ดี โดยได้คะแนนจากเกมแรงกิงส์เฉลี่ยอยู่ที่ 60.70 เปอร์เซ็นต์[15] และได้คะแนนจากเมทาคริติกอยู่ที่ 60 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100[16] ส่วนเว็บไซต์เกมสปอตให้คะแนนเกมนี้ 5.5 คะแนนเต็ม 10[7] ในขณะที่เจฟ เฮนส์ จากเว็บไซต์ไอจีเอ็นให้ 8 คะแนนเต็ม 10 โดยสรุปว่าเกมนี้ "เป็นเกมสนุก ๆ สำหรับแฟนเกมยิงปืนที่ต้องการเล่นให้มันส์ไปกับเครื่องเพลย์สเตชัน 3"[6] อย่างไรก็ตาม แมต มิลเลอร์ จากนิตยสารเกมอินฟอร์มเมอร์ ได้ติเตียนเกมนี้มากกว่า โดยให้ 4.25 คะแนนเต็ม 10[20] ด้วยการติเตียนโหมดเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง, "โครงเรื่องที่ไร้สาระ" และกลไกการยิง[20] ส่วนนิตยสารเกมโปรให้คะแนนไทม์ไครซิส 4 ในเชิงบวกที่ 4 คะแนนเต็ม 5 โดยบอกว่าเกมดังกล่าวเล่นได้เหมือนเกมอาร์เคด แต่ความสามารถในการเล่นซ้ำยังคงเป็นปัญหาอยู่[21] ตลอดจนรายการโทรทัศน์เอกซ์-เพลย์ ยังให้คะแนนเกมนี้อยู่ที่ 4 คะแนนเต็ม 5 เช่นกัน[27]
ด้านสำคัญประการหนึ่งคือคอนโทรลเลอร์กันคอน 3 ที่ได้รวมอยู่ในเกมนี้ คริส รีโม แห่งเว็บไซต์แช็คนิวส์เขียนว่าเกมนี้ใช้ "ก้านแอนะล็อกสองแท่งสำหรับการเคลื่อนไหวเต็มรูปแบบและการควบคุมกล้อง โดยมีการเล็งด้วยตัวชี้อยู่ด้านบน" และเมื่อคุณ "คุ้นเคยกับมันแล้ว การควบคุมนี้จะใช้งานได้ดี และรู้สึกเหมือนกับว่ามันจะเป็นพื้นฐานสำหรับเกมของตัวเองได้"[10] อย่างไรก็ตาม ตามที่มิลเลอร์กล่าว คอนโทรลเลอร์ดังกล่าวนั้น "ให้ความรู้สึกคุณภาพต่ำ" โดยมีก้านแอนะล็อกที่ "ด้อยคุณภาพและใช้งานยาก" โดยอ้างอิงถึงด้ามจับย่อยด้านซ้ายซึ่งบังคับให้ต้องจับด้ามจับหลักในการยิงด้วยมือขวา มิลเลอร์อ้างว่ากันคอน 3 "แทบจะไม่รองรับผู้เล่นที่ถนัดซ้ายเลย"[20] ส่วนไรอัน เดวิส จากเว็บไซต์เกมสปอตแสดงความเห็นว่าความซับซ้อนของรูปแบบการควบคุมดูเหมือนจะขัดแย้งกับแนวคิดการหยิบขึ้นมาเล่นของเกมประเภทไลต์กัน[7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Namco Bandai Holdings Inc. Financial Summary" (PDF). Bandai Namco. June 30, 2006. สืบค้นเมื่อ April 1, 2024.
...Time Crisis 4, also had a strong start in both Japan and abroad since its launch in June 2006.
- ↑ Purchese, Robert (2008-03-26). "Killzone 2 coming in September News // PS3 /// Eurogamer". Eurogamer.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-05-28. สืบค้นเมื่อ 2013-12-12.
- ↑ "Games Release Schedule". Sony Computer Entertainment Australia. 2008-02-29. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-04-03.
- ↑ "Time Crisis Razing Storm Release Information for PlayStation 3". GameFAQs. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ May 27, 2023. สืบค้นเมื่อ September 12, 2010.
- ↑ "PlayStation Move 対応「BIG 3 GUN SHOOTING」 10 月21 日(木) 発売" [Big 3 Gun Shooting for PlayStation Move: October 21 (Thursday) release] (PDF) (ภาษาญี่ปุ่น). Tokyo, Japan: Bandai Namco Games. 6 July 2010. p. 2. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-01-31. สืบค้นเมื่อ 2010-07-14.
- 1 2 3 Haynes, Jeff (November 19, 2007). "Time Crisis 4 Review". IGN. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-03-20. สืบค้นเมื่อ 2014-02-20.
- 1 2 3 4 Davis, Ryan (November 21, 2007). "Time Crisis 4 Review". GameSpot. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ April 30, 2022. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
- ↑ Antoine Morcos. "Time Crisis 4 sur PlayStation 3" เก็บถาวร 2007-09-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Jeuxfrance.com. June 13, 2007.
- 1 2 "Time Crisis 4: Review". GameTrailers. December 19, 2007. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-02-28. สืบค้นเมื่อ 2014-02-20.
- 1 2 Remo, Chris, Time Crisis 4 Review เก็บถาวร 2008-12-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Shack News, Nov 21st 2007, Accessed Mar 29, 2008
- ↑ Brown, Christopher. "Time Crisis 4". AllGame. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 14, 2014. สืบค้นเมื่อ September 26, 2023.
- 1 2 "More reloaded Time Crisis 4 screenshots". Quick Jump Gaming Network. Caputo Media. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-09-24. สืบค้นเมื่อ 2013-12-12.
- ↑ "Time Crisis 4: Hands-On with FPS Mode". GameSpot. 2007-09-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-06-29. สืบค้นเมื่อ 2013-12-12.
- ↑ "NAMCO BANDAI Games | TIME CRISIS 4". bandainamco-am.co.jp. สืบค้นเมื่อ 2024-12-25.
- 1 2 "Time Crisis 4 for PlayStation 3". GameRankings. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-12-09. สืบค้นเมื่อ 2011-05-07.
- 1 2 "Time Crisis 4 Critic Reviews for PlayStation 3". Metacritic. สืบค้นเมื่อ 2014-02-20.
- ↑ "Time Crisis 4". Edge. January 2008. p. 87.
- ↑ "Time Crisis 4". Electronic Gaming Monthly. No. 193. January 2008.
- ↑ Reed, Kristan (April 14, 2008). "Time Crisis 4 Review". Eurogamer. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 2, 2019. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
- 1 2 3 4 Miller, Matt (January 2008). "Time Crisis 4: It's A Crisis Alright". Game Informer. No. 177. Minneapolis, Minnesota. p. 90. ISSN 1067-6392. OCLC 27315596. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-11-22. สืบค้นเมื่อ 2007-11-21.
- 1 2 Kim, Tae (10 October 2007). "Review: Time Crisis 4". GamePro. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-12-20. สืบค้นเมื่อ 2008-01-11.
- ↑ Damiano, Greg (January 8, 2008). "Time Crisis 4 Review". Game Revolution. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ April 3, 2017. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
- ↑ Lynch, Casey (November 20, 2007). "GameSpy: Time Crisis 4". GameSpy. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 4, 2016. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
- ↑ Bedigian, Louis (November 25, 2007). "Time Crisis 4 with Guncon - PS3 - Review". GameZone. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 4, 2008. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
- ↑ Kolan, Patrick (April 22, 2008). "Time Crisis 4 AU Review". IGN. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 20, 2022. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
- ↑ Dun, Teresa (January 2008). "Review: Time Crisis 4". PlayStation: The Official Magazine. No. 2. Future US. p. 85.
- ↑ D'Aprile, Jason (January 29, 2008). "Time Crisis 4". X-Play. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 22, 2008. สืบค้นเมื่อ February 20, 2014.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ไทม์ไครซิส 4- Time Crisis 4 at Namco Bandai