วิทยาลัยทหารแห่งสาธารณรัฐจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงเรียนการทหารแห่งสาธารณรัฐจีน
中華民國陸軍軍官學校
1924 Emblem of Chinese Military Academy designed by Sun Yat-sen.png
คติพจน์"เหล่าพี่น้องสามัคคี, เสียสละอุทิศตน, ซื่อสัตย์จริงใจ" (ประกาศครั้งแรกโดย ดร.ซุน ยัตเซ็น ที่โรงเรียนการทหารหวงผู่ เปิดในปี ค.ศ. 1924)
สถาปนา1 พฤษภาคม ค.ศ. 1924 (as KMTMA)
ค.ศ. 1927 (as CMA)
ค.ศ. 1950 (as ROCMA)
ประเภทโรงเรียนทหาร
ศึกษาธิการMaj. Gen. Chang Chieh (張捷)
ที่ตั้งเขตเฟิงชาน, เกาสฺยง, สาธารณรัฐจีน (2455-2492) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) (ปัจจุบัน)
ประเทศสาธารณรัฐจีน (2455-2492) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) (ปัจจุบัน)
วิทยาเขตชานเมือง
ฉายาโรงเรียนนายร้อยหวงผู่
เว็บไซต์cma.edu.tw
วิทยาลัยทหารแห่งสาธารณรัฐจีน
200px
Main gate
จีนตัวเต็ม 中華民國陸軍軍官學校
จีนตัวย่อ 中华民国陆军军官学校
ความหมายตามตัวอักษร Chinese Republic Army Officer School
abbreviation
จีนตัวเต็ม 陸軍官校
ความหมายตามตัวอักษร Army Officer School
Whampoa Military Academy
200px
Main gate
จีนตัวเต็ม 黃埔
จีนตัวย่อ 黄埔
ความหมายตามตัวอักษร Yellow Port Army School

โรงเรียนการทหารแห่งสาธารณรัฐจีน เป็นโรงเรียนทหาร สำหรับกองทัพสาธารณรัฐจีน ประจำสาธารณรัฐจีน ตั้งอยู่ที่ เขตเฟิงชาน, เกาสฺยง ก่อนหน้านี้ที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น โรงเรียนการทหารหวงผู่, สถาบันการืหารแห่งนี้ผลิตผู้บัญชาการที่มีชื่อเสียงหลายคนที่มีบทบาทต่อสู้ในหลาย ๆ ความขัดแย้งของจีนในศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะ การกรีฑาทัพขึ้นเหนือ, สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง และ สงครามกลางเมืองจีน

โรงเรียนการทหารได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1924 ภายใต้พรรคก๊กมินตั๋ง การเริ่มการเรียนการสอนแรกเริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1924 ที่เกาะหวงผู่ (ปัจจุบันคือเกาะฉางโจว) นอกชายฝั่งจากหวงผู่ ท่าเรือในกวางโจว โรงเรียนได้จึงได้รับการตั้งชื่อตามเกาะดังกล่าว ในระหว่างพิธีเปิด ดร.ซุนยัตเซ็น กล่าวสุนทรพจน์ซึ่งต่อมากลายเป็นเนื้อเพลงของเพลงชาติสาธารณรัฐจีน

หลังจากที่พรรคก๊กมินตั๋ง จีนคณะชาติได้ล่าถอยจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะไต้หวัน โรงเรียนได้รับการก่อตั้งขึ้นใหม่ในฐานะสถาบันการทหารแห่งสาธารณรัฐจีนในเขตเฟิงชาน เมืองเกาสฺยง

การก่อตั้ง[แก้]

ซุน ยัดเซ็น (ยืนอยู่หลังโต๊ะ) และเจียง ไคเช็ค (ยืนบนเวที สวมเครื่องแบบ) ในพิธีเปิดโรงเรียนการทหารหวงผู่ในปี ค.ศ.1924
ธงประจำโรงเรียนการทหารแห่งสาธารณรัฐจีน

หลังการตายของยฺเหวียน ชื่อไข่ ประเทศจีนได้กระจัดกระจายเป็นรัฐศักดินาจำนวนมากที่ปกครองโดยขุนศึก ดร.ซุน ยัตเซ็นได้พยายามตั้งฐานที่มั่นเพื่อต่อสู้รวบรวมประเทศจีนในปี ค.ศ. 1917 และ ค.ศ. 1920 ที่บ้านเกิดของเขาในมณฑลกวางตุ้ง เพื่อทำการกรีฑาทัพขึ้นเหนือ เป้าหมายเพื่อรวบรวมประเทศจีนทั้งหมดโดยใช้หลักการประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับลัทธิไตรราษฎร อย่างไรก็ตามรัฐบาลของดร.ซุนยังคงอ่อนแอทางทหารมากกว่ากองทัพขุนศึกท้องถิ่น การเรียกร้องสำหรับการสนับสนุนทางอาวุธและเงินถูกเพิกเฉยโดยมหาอำนาจตะวันตก จากนั้นในปีค.ศ. 1921 ตัวแทนของ องค์การโคมินเทิร์น, เฮงก์ สเนฟลีท (ใช้ชื่อแมริ่ง) ได้พบกับดร.ซุน ที่มณฑลกวางสี เขาได้เสนอจัดตั้งสถาบันทหารเพื่อฝึกกองทัพปฏิวัติซึ่งยืนยันความคิดของดร.ซุนและในที่สุดเขาก็ยอมรับ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ส่งหลี่ ต้าเจา และ หลิน โบฉู เพื่อหารือกับดร.ซุนและพรรคของเขาเกี่ยวกับวิธีการจัดตั้งโรงเรียนทหาร ในปี 1924 ในการประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 1 ของพรรคก๊กมินตั๋ง นโยบายของพันธมิตรกับ สหภาพโซเวียต ​​และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ถูกส่งผ่านเพื่อเป็นแนวทางสำหรับพรรคก๊กมินตั๋ง เป็นผลให้มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการจัดตั้งสถาบันการทหารและจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมการขึ้น เงินที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างและการสนับสนุนกิจการของโรงเรียนในปี 1924-1925 ได้รับการช่วยเหลือจัดหาโดยโซเวียต

การจัดตั้งและการฝึกอบรมนักเรียน[แก้]

ธงประจำกองทัพปฏิวัติแห่งชาติจีน (ปัจจุบันใช้เป็นธงประจำกองทัพสาธารณรัฐจีน

ในตอนแรกโรงเรียนการทหารมีแผนกเดียวเท่านั้นที่ให้การฝึกทหารขั้นพื้นฐานแก่ทหาร ในขณะที่เป้าหมายหลักของสถาบันคือการเตรียมหน่วยทหารราบ นอกจากนี้โรงเรียนการทหารยังจัดให้มีชั้นเรียนพิเศษสำหรับปืนใหญ่, วิศวกรรม, การสื่อสาร, หน่วยจิสติกส์และปืนกล มีการจัดตั้งแผนกพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมในการปลุกปั่นทางการเมืองในภายหลัง

เพลงประจำโรงเรียนทหารหวงผู่[แก้]

หลังจากโรงเรียนการทหารหวงผู่ได้รับการก่อตั้งขึ้น เพลงโรงเรียนทหารหวงผู่ก็ได้รับการประพันธ์ขึ้นมาในปีเดียวกันเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เหล่านักเรียนทหารมีความมุ่งมั่นในการรวมชาติจีน

คณะ[แก้]

  • ศูนย์การศึกษาทั่วไป
  • ภาควิชาวิศวกรรมโยธา
  • ภาควิชาฟิสิกส์
  • กรมภาษาต่างประเทศ
  • ภาควิชารัฐศาสตร์
  • ภาควิชาวิทยาศาสตร์การจัดการ
  • ภาควิชาเคมี
  • ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
  • ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล
  • กรมบริหารสารนิเทศ[1]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]