โกศล ปัทมะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โกศล ปัทมะ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 5
ดำรงตำแหน่ง
3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 – 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 29 มกราคม พ.ศ. 2510 (51 ปี)
พรรคการเมือง เพื่อไทย

นายโกศล ปัทมะ (เกิด 29 มกราคม พ.ศ. 2510) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 5 ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย

ประวัติ[แก้]

โกศล ปัทมะ เกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2510 เป็นบุตรของนายบุศย์ และนางปัดทุม ปัทมะ เป็นน้องชายของนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบันมีสถานะโสด จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ปริญาตรีและปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

งานการเมือง[แก้]

พ.ศ. 2554 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก สังกัดพรรคเพื่อไทย โดยในช่วงระยะแรกนายโกศลมีคะแนนนิยมเป็นรองนายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส. และผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย แต่เนื่องจากนายภิรมย์ข้ามเขตไปหาเสียงให้ภรรยาบ่อยครั้ง ประกอบกับการเดินทางมาปราศัยใหญ่ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศัยกว่า 20,000 คน[1] ผลการเลือกตั้งนายโกศล สามารถเอาชนะนายภิรมย์ได้กว่า 10,000 คะแนน

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

โกศล ปัทมะ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 1 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดนครราชสีมา สังกัดพรรคเพื่อไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ยิ่งลักษณ์ฯ ลงพื้นที่ ขอคะแนนเสียงโค้งสุดท้าย
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]