แวนด้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ แวนด้า (แก้ความกำกวม)
แวนด้า
Vanda coerulea, the Blue Orchid
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ไม่ถูกจัดอันดับ: Angiosperms
ไม่ถูกจัดอันดับ: Monocots
อันดับ: Asparagales
วงศ์: Orchidaceae
วงศ์ย่อย: Epidendroideae
เผ่า: Vandeae
เผ่าย่อย: Aeridinae
สกุล: Vanda
Gaud. ex Pfitzer
ชื่อพ้อง[1]
  • Ascocentrum Schltr.
  • Euanthe (orchid)
Vanda tricolor
Vanda cultivar

แวนด้า เป็นกล้วยไม้สกุล หนึ่งในวงศ์กล้วยไม้ (Orchidaceae) ซึ่งเป็นสกุลไม่ใหญ่นัก (ประมาณ 50สายพันธุ์) แต่เป็นไม้ดอกสำคัญที่ใช้ในการจัดดอกไม้ กล้วยไม้สกุลและกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนามากที่สุดในกลุ่มกล้วยไม้ทั้วหมดในวงศ์ Orchidaceae กล้วยไม้สกุลนี้ราคาแพงมาก ในการจัดสวนดอกไม้เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ที่รูปสวย หอม อยู่ทน และสีสรรที่จัดจ้าน[2] การปลูกแวนด้าแพร่หลายทั่วเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะนิวกินี และบางสายพันธุ์ ก็แพร่หลายในรัฐควีนส์แลนด์ และบางเกาะในแปซิฟิกตะวันตก[1][3]

ชีววิทยา[แก้]

ชื่อ"แวนด้า" กลายมาจากชื่อในภาษาสันสกฤต ที่เรียกแวนด้าสายพันธุ์ Vanda tessellata.

แวนด้าส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย แต่บ้างบางพันธุ์ก็เป็นกล้วยไม้ขึ้นบนหิน หรือเป็นกล้วยไม้ที่ขึ้นบนดิน ที่กระจายอยู่ในอินเดีย เทือกเขาหิมาลัย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ทางใต้ของจีน และทางตอนเหนือของออสเตรเลีย

สกุลนี้เติบโตโดยอาศัยการแตกใบด้านข้าง และใบจะสูงไปเรื่อยๆ ตามหลักที่ยึดเอาไว้ ในบางสายพันธุ์ใบจะแบนๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วใบจะกว้าง ใบรีรูปไข่ ตรงกลางเป็นร่อง (strap-leaves) ในขณะที่กล้วยไม้สกุลอื่นมีใบกลม (ทรงกระบอก) ใบอวบน้ำเพื่อปรับตัวให้เก็บกักน้ำหากเข้าสู่ช่วงแล้งน้ำ ลำต้นของแวนด้ามีขนาดที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีบางสายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์แคระซึ่งความยาวไม่กี่เมตร แวนด้าสามารถปลูกให้ต้นใหญ่ได้ในเรือนปลูกและในการเพาะเลี้ยงในเรือนปลูก และในสายพันธุ์ไว้อิงอาศัย จะสามารถแผ่ขยายลำต้นได้ใหญ่มากโดยอาศัยระบบรากอากาศซึ่งแผ่ไปทุกทิศทาง

ในช่อดอกจะมีดอกลักษณะแบนรวมกันหลายดอกแผ่ออกด้านข้างในหนึ่งช่อ ส่วนใหญ่มีสีเหลือง-น้ำตาล และมีจุดสีน้ำตาล แต่ก็มีสีขาว เขียว ส้ม แดง และสีไวน์แดงด้วย ที่ปากดอกมีเดือยเล็กๆ แวนด้าออกดอกได้บ่อยทุกๆ สองสามเดือน และดอกยังบานทนได้ถึงสองถึงสามสัปดาห์

กล้วยไม้แวนด้าจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พันธุ์ Vanda coerulea (ฟ้ามุ่ย) อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากการเข้าถึงถิ่นที่อยู่จึงทำให้พบเห็นกันไม่บ่อยนัก อีกทั้งยังพบเห็นได้ไม่บ่อยนักในพื้นที่ป่าที่ได้รับการรบกวนที่ได้รับแสงแดดจัด มันมักจะถูกคุกคามและเสี่ยงจากการถูกทำลายถิ่นที่อยู่[4] มีการห้ามการค้าและการส่งออกกล้วยไม้แวนด้าป่าสีน้ำเงิน (สายพันธุ์Vanda coerulea)หรือฟ้ามุ่ย และแวนด้าป่าอื่นโดยชื่อของกล้วยไม้ต้องห้ามในการซื้อขายจะถูกขึ้นบัญชีในภาคผนวกที่สองของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพัน(CITES)

การเพาะเลี้ยง[แก้]

แวนด้าเป็นหนึ่งในห้าของสกุลกล้วยไม้ที่มีการปลูกในสวนกล้วยไม้มากที่สุด เพราะว่ามันมีดอกที่มีงดงามมากที่สุดในบรรดาพืชวงศ์กล้วยไม้ทั้งหมด[ต้องการอ้างอิง] แวนด้ามีส่วนสนับสนุนอย่างมากในงานของนักผสมพันธุ์พืช ในการสร้างสรรค์ไม้ดอกเพื่อส่งตลาดไม้ตัดดอกแวนด้าสายพันธุ์Vanda coerulea(ฟ้ามุ่ย)เป็นหนึ่งในกล้วยไม้ไม่กี่ชนิดที่ให้ดอกสีน้ำเงิน(จริงๆแล้วเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน) ซึ่งได้สีที่น่าพึงพอใจมากในการผสมพันธุ์ข้ามชนิดและการผสมข้ามสายพันธุ์

กล้วยไม้สีน้ำเงินมักจะหายากในกล้วยไม้ มีเพียงกล้วยไม้พันธุ์ Thelymitra crinita ในสายพันธุ์ terrestrial เท่านั้นจากออสเตรเลียเท่านั้น ที่ให้"สีน้ำเงิน" จริงๆในขณะที่พันธุ์ Aganisia cyanea สายพันธุ์ที่ขึ้นในที่ลุ่มทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา เป็นพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงยาก แต่ให้ดอกสีน้ำเงินเมทัลลิค ทั้งสองสายพันธุ์นี้เหมือนแวนด้ามาก ซึ่งกลีบดอกมีสีม่วงอมน้ำเงินแต้มอยู่ในกลีบดอกอีกด้วย

แวนด้าพันธุ์Vanda dearei เป็นต้นหลักที่ให้สีเหลืองในการผสมพันธุ์แวนด้า สายพันธุ์Vanda Miss Joaquim เป็นแวนด้าดิน ซึ่งผสมพันธุ์ตามธรรมชาติกับกล้วยไม้ดิน(ที่มีใบทรงกระบอก) และเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศสิงคโปร์

แวนด้าไม่สามารถปลูกโดยการขยายหัว(เทียม) แต่ปลูกด้วยการแยกหน่อ ใบทนแล้งได้ และบางพันธุ์มีใบกลม เป็นทรงกระบอก สายพันธุ์ส่วนใหญ่ของสกุลแวนด้าเกือบจะทุกสายพันธุ์ เป็นพืชอิงอาศัยที่มีขนาดใหญ่มากที่ถูกพบในถิ่นอาศัยที่ได้รับการรบกวน และต้องการแสงแดดมาก แวนด้าที่ปลูกจะมีระบบรากขนาดใหญ่ บางสายพันธุ์จะมีกิ่งแขนกลักษณะคล้ายเสาเพื่อมช้ในการยึดเกาะ และทำให้ต้นโตเป็นต้นใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว

การปลูกนี้ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอในปิดปลิดใบแห้งออก สายพันธุ์ที่อาศัยกระเช้าเกาะจะเติบโตได้ดีที่สุด ในกระบะไม้ก้นโปร่งขนาดใหญ่ เพื่อให้ระบบรากอากาศขยายิได้อย่างอิสระ การรบกวนหรือตัดรากแวนด้าที่เจริญเติบโตเต็มที่ออกจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แวนด้าและสายพันธุ์เอื้องกุหลาบ อาจทำให้ออกดอกน้อย และอาจไม่ออกดอกในฤดูนั้นหรืออาจจะนานกว่านั้น การปลูกจึงต้องไม่รบกวนหรือทำลายระบบรากในขณะที่ต้นกำลังจะโตเต็มที่ แวนด้าพันธุ์ใบกลมจะเพาะพันธุ์ได้ง่ายมากๆ

การเพาะเลี้ยงแวนด้าให้รากของแวนด้าเปลือย และในพันธุ์ที่ยึดติดกับกระเช้าปลูกจำเป็นต้องรดน้ำต้นไม้ทุกวัน และให้ปุ๋ยทุกสัปดาห์เนื่องจากแวนด้าต้องการปุ๋ยมาก (กินปุ๋ย)ในการปลูกแวนด้าในโรงเรือน แวนด้าสามารถเติบโตได้ภายนอกอาคารที่ให้ร่มเงาบ้าง เช่นในฮาวาย กุญแจสำคัญในการปลูกแวนด้าพันธุ์ที่ยึดกับกระเช้าปลูกให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีปัจจัยที่ดีในการเจริญเติบโต การปลูกที่มีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมซึ่งไม่เอื้ออำนวยและระบบการให้น้ำที่ไม่ดี ส่งผลให้ใบล่วง ลำต้นแห้งลีบ ลำต้นหงิกงอ และลำต้นโทรมได้ แวนด้าพันธุ์ปลูกในกระเช้าปลูกจึงไม่ใช่กล้วยไม้ของผู้ที่เริ่มปลูกกล้วยไม้ ซึ่งมันต้องการการควบคุมการเจริญเติบโตเพื่อบรรลุความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง[5]

สายพันธุ์[6][แก้]

ลูกผสมกล้วยไม้ป่า[แก้]

  • Vanda × boumaniae (V. insignis × V. limbata) (Lesser Sunda Is.).
  • Vanda × charlesworthii (V. bensonii × V. coerulea) (Myanmar).
  • Vanda × confusa (V. coerulescens × V. lilacina) (Myanmar).
  • Vanda × Miss Joaquim (V. hookeriana × V. teres) (Singapore).

ลูกผสมข้ามสายพันธุ์[แก้]

  • Aeridovanda (Aerides × Vanda)
  • Aeridovanisia (Aerides × Luisia × Vanda)
  • Alphonsoara (Arachnis × Ascocentrum × Vanda × Vandopsis)
  • Andrewara (Arachnis × Renanthera × Trichoglottis × Vanda)
  • Aranda (Arachnis × Vanda)
  • Ascocenda (Ascocentrum × Vanda)
  • Ascovandoritis (Ascocentrum × Doritis × Vanda)
  • Bokchoonara (Arachnis × Ascocentrum × Phalaenopsis × Vanda)
  • Bovornara (Arachnis × Ascocentrum × Rhynchostylis × Vanda)
  • Burkillara (Aerides × Arachnis × Vanda)
  • Charlieara (Rhynchostylis × Vanda × Vandopsis)
  • Christieara (Aerides × Ascocentrum × Vanda)
  • Darwinara (Ascocentrum × Neofinetia × Rhynchostylis × Vanda)
  • Debruyneara (Ascocentrum × Luisia × Vanda)
  • Devereu×ara (Ascocentrum × Phalaenopsis × Vanda)
  • Eastonara (Ascocentrum × Gastrochilus × Vanda)
  • Fujiora (Ascocentrum × Trichoglottis × Vanda)
  • Goffara (Luisia × Rhynchostylis × Vanda)
  • Hawaiiara (Renanthera × Vanda × Vandopsis)
  • Hagerara (Doritis × Phalaenopsis × Vanda)
  • Himoriara (Ascocentrum × Phalaenopsis × Rhynchostylis × Vanda)
  • Holttumara (Arachnis × Renanthera × Vanda)
  • Isaoara (Aerides × Ascocentrum × Phalaenopsis × Vanda)
  • Joannara (Renanthera × Rhynchostylis × Vanda)
  • Kagawara (Ascocentrum × Renanthera × Vanda)
  • Knappara (Ascocentrum × Rhynchostylis × Vanda × Vandopsis)
  • Knudsonara (Ascocentrum × Neofinetia × Renanthera × Rhynchostylis × Vanda)
  • Leeara (Arachnis × Vanda × Vandopsis)
  • Luisanda (Luisia × Vanda)
  • Luivanetia (Luisia × Neofinetia × Vanda)
  • Lewisara (Aerides × Arachnis × Ascocentrum × Vanda)
  • Maccoyara (Aerides × Vanda × Vandopsis)
  • Macekara (Arachnis × Phalaenopsis × Renanthera × Vanda × Vandopsis)
  • Micholitzara (Aerides × Ascocentrum × Neofinetia × Vanda)
  • Moirara (Phalaenopsis × Renanthera × Vanda)
  • Mokara (Arachnis × Ascocentrum × Vanda)
  • Nakamotoara (Ascocentrum × Neofinetia × Vanda)
  • Nobleara (Aerides × Renanthera × Vanda)
  • Okaara (Ascocentrum × Renanthera × Rhynchostylis × Vanda)
  • Onoara (Ascocentrum × Renanthera × Vanda × Vandopsis)
  • Opsisanda (Vanda × Vandopsis)
  • Pageara (Ascocentrum × Luisia × Rhynchostylis × Vanda)
  • Pantapaara (Ascoglossum × Renanthera × Vanda)
  • Paulara (Ascocentrum × Doritis × Phalaenopsis × Renanthera × Vanda)
  • Pehara (Aerides × Arachnis × Vanda × Vandopsis)
  • Pereiraara (Aerides × Rhynchostylis × Vanda)
  • Phalaerianda (Aerides × Phalaenopsis × Vanda)
  • Raganara (Renanthera × Trichoglottis × Vanda)
  • Ramasamyara (Arachnis × Rhynchostylis × Vanda)
  • Renafinanda (Neofinetia × Renanthera × Vanda)
  • Renanda (Arachnis × Renanthera × Vanda)
  • Renantanda (Renanthera × Vanda)
  • Rhynchovanda (Rhynchostylis × Vanda)
  • Ridleyare (Arachnis × Trichoglottis × Vanda)
  • Robinaria (Aerides × Ascocentrum × Renanthera × Vanda)
  • Ronnyara (Aerides × Ascocentrum × Rhynchostylis × Vanda)
  • Sanjumeara (Aerides × Neofinetia × Rhynchostylis × Vanda)
  • Sarcovanda (Sarcochilus × Vanda)
  • Shigeuraara (Ascocentrum × Ascoglossum × Renanthera × Vanda)
  • Stamariaara (Ascocentrum × Phalaenopsis × Renanthera × Vanda)
  • Sutingara (Arachnis × Ascocentrum × Phalaenopsis × Vanda × Vandopsis)
  • Teohara (Arachnis × Renanthera × Vanda × Vandopsis)
  • Trevorara (Arachnis × Phalaenopsis × Vanda)
  • Trichovanda (Trichoglottis × Vanda)
  • Vascostylis (Ascocentrum × Rhynchostylis × Vanda)
  • Vandachnis (Arachnis × Vandopsis)
  • Vancampe (Acampe × Vanda)
  • Vandaenopsis (Phalaenopsis × Vanda)
  • Vandaeranthes (Aeranthes × Vanda)
  • Vandewegheara (Ascocentrum × Doritis × Phalaenopsis × Vanda)
  • Vandofinetia (Neofinetia × Vanda)
  • Vandofinides (Aerides × Neofinetia × Vanda)
  • Vandoritis (Doritis × Vanda)
  • Vanglossum (Ascoglossum × Vanda)
  • Wilkinsara (Ascocentrum × Vanda × Vandopsis)
  • Yapara (Phalaenopsis × Rhynchostylis × Vanda)
  • Yusofara (Arachnis × Ascocentrum × Renanthera × Vanda)
  • Yonezawaara (Neofinetia × Rhynchostylis × Vanda)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Kew World Checklist of Selected Plant Families
  2. The Orchids, Natural History and Classification, Robert L. Dressler. ISBN 0-674-87526-5
  3. Flora of China v 25 p 471, 万代兰属 wan dai lan shu, Vanda Jones ex R. Brown, Bot. Reg. 6: ad t. 506. 1820.
  4. The Orchids, Natural History and Classification, Robert L. Dressler. ISBN 0-674-87526-5
  5. Illustrated Encyclopedia of Orchids ISBN 0-88192-267-6
  6. World Checklist of Selected Plant Families : Vanda
  • Grove, D. L. 1995. Vandas and Ascocendas. Timber Press, Portland, Oregon. 241 pp.
  • Motes, Martin R., and Alan L. Hoffman. 1997 Vandas, Their botany, history and culture. ISBN 0-88192-376-1

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]