แมกลาเรน
| ชื่อเต็ม | แมกลาเรนมาสเตอร์การ์ดเอฟวันทีม |
|---|---|
| ที่ตั้ง | แมกลาเรนเทคโนโลยีเซ็นเตอร์ โวกกิง เซอร์รีย์ อังกฤษ |
| หัวหน้าทีม |
|
| ผู้อำนวยการเทคนิค |
|
| ผู้ก่อตั้ง | บรูซ แมกลาเรน |
| เว็บไซต์ | mclaren.com/racing/formula-1 |
| ฟอร์มูลาวันชิงแชมป์โลก 2026 | |
| นักขับ | |
| นักขับทดสอบ | |
| แชสซี | เอ็มซีแอล40[7] |
| เครื่องยนต์ | เมอร์เซเดส[8] |
| ยางรถยนต์ | พิเรลลี่ |
| สถิติการแข่งขันฟอร์มูลาวันชิงแชมป์โลก | |
| แข่งครั้งแรก | โมนาโกกรังด์ปรีซ์ 1966 |
| แข่งครั้งล่าสุด | เจแปนนีสกรังด์ปรีซ์ 2026 |
| เข้าร่วมการแข่งขัน | 1001 (ออกตัว 996) |
| เครื่องยนต์ | |
| แชมป์ผู้ผลิต | 10 (1974, 1984, 1985, 1988, 1989, 1990, 1991, 1998, 2024, 2025) |
| แชมป์นักขับ | 13 (1974, 1976, 1984, 1985, 1986, 1988, 1989, 1990, 1991, 1998, 1999, 2008, 2025) |
| ชนะ | 203 |
| โพเดียม | 559 |
| คะแนน | 7836.5 |
| ตำแหน่งโพล | 177 |
| รอบที่เร็วที่สุด | 183 |
| อันดับฤดูกาล 2025 | 1 (833 คะแนน) |
แมกลาเรนเรซซิงลิมิเต็ด (อังกฤษ: McLaren Racing Limited) แข่งขันภายใต้ชื่อ แมกลาเรนมาสเตอร์การ์ดเอฟวันทีม (อังกฤษ: McLaren Mastercard F1 Team) เป็นทีมแข่งรถสัญชาติบริติช ตั้งอยู่ที่แมกลาเรนเทคโนโลยีเซ็นเตอร์ในเมืองโวกกิง เทศมณฑลเซอร์รีย์ ประเทศอังกฤษ และอยู่ในเครือของแมกลาเรนกรุปซึ่งถือหุ้นส่วนใหญ่ของทีม[9] แมกลาเรนเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตแชสซีในการแข่งขันฟอร์มูลาวัน ทั้งยังเป็นทีมที่เก่าแก่ที่สุดอันดับที่สองที่ยังคงเข้าร่วมการแข่งขัน และประสบความสำเร็จมากที่สุดอันดับที่สองรองจากแฟร์รารี ด้วยชัยชนะในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ด้วยกันทั้งสิ้น 203 รายการ พร้อมกับตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับ 13 สมัย และแชมป์โลกประเภทผู้ผลิต 10 สมัย แมกลาเรนยังมีผลงานในการแข่งรถล้อเปิดในสหรัฐอเมริกาทั้งในฐานะผู้เข้าแข่งขันและผู้ผลิตแชสซี และผลงานในการแข่งรถสปอร์ตเป็นตำแหน่งแชมป์การแข่งขันคะเนเดียน-อเมริกันแชลเลนจ์คัป (แคน-แอม) แมกลาเรนเป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตและทีมแข่งรถเพียงหนึ่งเดียวที่ทำสามมงกุฎแห่งกีฬาท้าความเร็วสำเร็จ (ชนะการแข่งขันอินเดียแนโพลิส 500, 24 ชั่วโมง เลอม็อง และโมนาโกกรังด์ปรีซ์)[10][11]
แมกลาเรนก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1963 โดยบรูซ แมกลาเรน ทีมชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ครั้งแรกในการแข่งขันเบลเจียนกรังด์ปรีซ์ 1968 แต่แรกเริ่มนั้นทีมประสบความสำเร็จจากการแข่งขันแคน-แอมด้วยผลงานที่โดดเด่นตั้งแต่ฤดูกาล 1967 ถึง 1971[12][13] ตามมาด้วยความสำเร็จในสหรัฐอเมริกากับชัยชนะในการแข่งขันอินเดียแนโพลิส 500 ของมาร์ก ดอนอฮิว ประจำปี 1972 กับจอห์นนี รัทเทอร์ฟอร์ด ประจำปี 1974 และ 1976 ในรถแมกลาเรน[14] ภายหลังการเสียชีวิตของ บรูซ แมกลาเรน จากอุบัติเหตุระหว่างการทดสอบรถใน ค.ศ. 1970 เท็ดดี เมเยอร์ ได้เข้าควบคุมทีมแทน โดยพาทีมได้รับตำแหน่งแชมป์โลกฟอร์มูลาวันประเภทผู้ผลิตสมัยแรกในฤดูกาล 1974 และแชมป์โลกประเภทนักขับในฤดูกาลเดียวกันกับแอเมร์ซง ฟีชีเปาจี และฤดูกาล 1976 กับเจมส์ ฮันต์[12][15] ฤดูกาล 1974 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนระยะยาวของตราสินค้าบุหรี่สัญชาติอเมริกัน มาร์ลโบโร[16]
ใน ค.ศ. 1981 แมกลาเรนได้ควบรวมกับโพรเจกต์โฟร์เรซซิงของรอน เดนนิส ซึ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมและเข้าซื้อกิจการของแมกลาเรนทั้งหมดต่อจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อควบคุมทีมอย่างสมบูรณ์[17][18] ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด จากตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตหกสมัยกับเครื่องยนต์ของพอร์เชอและฮอนด้า และแชมป์โลกประเภทนักขับเจ็ดสมัยกับนิกิ เลาดา, อาแล็ง พร็อสต์ และอาอีร์ตง เซนนา[12] โดยเฉพาะอย่างยิ่งพร็อสต์และเซนนาที่มีผลงานโดดเด่นร่วมกัน ทั้งสองคนชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ทุกรายการยกเว้นหนึ่งรายการในฤดูกาล 1988 แต่ภายหลังการแข่งขันของพวกเขาทวีความรุนแรงขึ้นจนกระทั่งพร็อสต์ย้ายไปอยู่ที่แฟร์รารี[19][20] ในระหว่างนั้น ทีมแข่งรถร่วมชาติอย่างวิลเลียมส์ได้กลายมาเป็นคู่แข่งหลักอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองทีมสลับกันเป็นแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตทุกสมัยนับตั้งแต่ฤดูกาล 1984 ถึง 1994 ในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1990 ฮอนด้าได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันฟอร์มูลาวันและเซนนาได้ย้ายไปอยู่ที่วิลเลียมส์ แมกลาเรนก็ไม่ชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์รายการใดเลยเป็นเวลาสามฤดูกาล[21] แต่ด้วยเครื่องยนต์ของเมอร์เซเดส ทุนสนับสนุนจากเวสต์ และการเข้ามาของเอเดรียน นิวอี อดีตนักออกแบบของวิลเลียมส์ ทีมจึงได้รับตำแหน่งแชมป์เพิ่มขึ้นในฤดูกาล 1998 และ 1999 กับ มิกา แฮกกิเนน[12][22] และในระหว่างคริสต์ทศวรรษ 2000 ทีมขึ้นมาเป็นตัวเต็งในการชิงแชมป์อยู่เสมอ โดยมีลูวิส แฮมิลตัน เป็นผู้นำตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาให้แก่ทีมในฤดูกาล 2008[12]
เดนนิสเกษียณจากการเป็นหัวหน้าทีมของแมกลาเรนในฤดูกาล 2009 และส่งต่อตำแหน่งให้แก่มาร์ติน วิตมาร์ช ซึ่งเป็นพนักงานของแมกลาเรนมาอย่างยาวนาน[23] แต่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2013 ภายหลังผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2004 วิตมาร์ชถูกปลดออกจากตำแหน่ง[24][25] แมกลาเรนใช้เครื่องยนต์ของฮอนด้าที่กลับมาเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้งในฤดูกาล 2015 แต่ความร่วมมือครั้งที่สองนี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ ทีมจึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ของเรอโนแทนตั้งแต่ฤดูกาล 2018 ถึง 2020[26] แมกลาเรนกลับมาใช้เครื่องยนต์ของเมอร์เซเดสอีกครั้งตั้งแต่ฤดูกาล 2021 จนถึงอย่างน้อยฤดูกาล 2030 ตามข้อตกลง[27][28] ทีมได้รับตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตสมัยที่เก้าและสมัยแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1998 ในฤดูกาล 2024 ตามมาด้วยสมัยที่สิบในฤดูกาล 2025 ทำให้แมกลาเรนกลายเป็นทีมฟอร์มูลาวันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์ เมื่อนับจากตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตที่ได้รับ[29][30] แลนโด นอร์ริส เป็นนักขับคนล่าสุดและคนแรกของทีมนับตั้งแต่ฤดูกาล 2008 ที่ได้รับตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับในฤดูกาล 2025[31]
หลังจากกลับมาเข้าร่วมการแข่งขันอินเดียแนโพลิส 500 อีกครั้งในฐานะผู้สนับสนุนอันเดรตตีออโตสปอร์ตเพื่อส่งเฟร์นันโด อาลอนโซ ลงแข่งในปี 2017 และในฐานะผู้เข้าแข่งขันอิสระในปี 2019 แมกลาเรนได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2019 ว่าจะร่วมมือกับแอร์โรว์ชมิดต์ปีเตอร์สันมอเตอร์สปอตส์เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันอินดีคาร์ซีรีส์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ฤดูกาล 2020 ภายใต้ชื่อ แอร์โรว์แมกลาเรนเอสพี[32] เดิมทีแมกลาเรนไม่มีสัดส่วนความเป็นเจ้าของในทีม แต่ก็ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 75 ของทีมใน ค.ศ. 2021[33] แมกลาเรนเข้าร่วมการแข่งรถพลังงานไฟฟ้าประเภทออฟโรดในรายการเอกซ์ตรีมอีตั้งแต่ฤดูกาล 2022 ถึง 2024 และประเภทล้อเปิดในรายการฟอร์มูลาอีตั้งแต่ฤดูกาล 2022–23 ถึง 2024–25[34][35][36] รถยนต์ของแมกลาเรนที่ถูกดัดแปลงสำหรับสนามแข่งยังประสบความเร็จในการแข่งรถสปอร์ตและความทนทาน ดังเช่นรถแต่งของรุ่นแมกลาเรน เอฟ1 ที่ชนะการแข่งขัน 24 ชั่วโมง เลอม็อง 1995[37] พร้อมทั้งเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันเอฟไอเอเวิลด์เอนดูแรนซ์แชมเปียนชิปใน ค.ศ. 2027 โดยร่วมมือกับยูไนเต็ดออโตสปอตส์ ทีมแข่งรถของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แซก บราวน์ และดัลลาราที่จะพัฒนารถรุ่นไฮเปอร์คาร์ของแมกลาเรนให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับรถรุ่นแอลเอ็มดีเอช (เลอม็องเดย์โทนาเอช) ของการแข่งขัน[38][39]
สถิติการแข่งขัน
[แก้]ผลการแข่งขันฟอร์มูลาวัน
[แก้]แมกลาเรนมีสถิติการแข่งขันฟอร์มูลาวันในฐานะทีมผู้ผลิตดังต่อไปนี้:
- อัตราร้อยละของตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตที่ได้รับ: 16.7%
- อัตราร้อยละของตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับที่ได้รับ: 21.7%
- อัตราร้อยละของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ที่ชนะ: 20.3%
- (ตัวเอียง หมายถึงการเข้าร่วมของทีมลูกค้า; ตัวหนา หมายถึงได้รับตำแหน่งแชมป์โลก)
- หมายเหตุ
- * ฤดูกาลกำลังดำเนินอยู่
แชมป์โลกประเภทนักขับ
[แก้]นักขับทั้งแปดคนดังต่อไปนี้ได้รับตำแหน่งแชมป์โลกฟอร์มูลาวันประเภทนักขับกับแมกลาเรน:[45]
แอเมร์ซง ฟีชีเปาจี (1974)
เจมส์ ฮันต์ (1976)
นิกิ เลาดา (1984)
อาแล็ง พร็อสต์ (1985, 1986, 1989)
อาอีร์ตง เซนนา (1988, 1990, 1991)
มิกา แฮกกิเนน (1998, 1999)
ลูวิส แฮมิลตัน (2008)
แลนโด นอร์ริส (2025)
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ การแข่งขันฟอร์มูลาวันในช่วงแรกนั้นยังไม่มีการกำหนดหมายเลขประจำตัวนักขับจนกระทั่งฤดูกาล 1974 โดยนักขับแต่ละคนจะใช้หมายเลขแตกต่างกันออกไปในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์แต่ละรายการ
- ↑ คะแนนสะสมทั้งหมดของทีมนั้นไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนสำหรับการชิงแชมป์โลกจนกระทั่งฤดูกาล 1990 ตัวเลขที่ไม่มีวงเล็บกำกับคือคะแนนที่นับรวมเพื่อชิงแชมป์โลก ส่วนตัวเลขในวงเล็บคือคะแนนสะสมทั้งหมด[40]
- 1 2 แมกลาเรนเสียคะแนนสะสมทั้งหมดในการชิงแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตตามคำวินิจฉัยของสภากีฬายานยนต์โลกในข้อโต้เถียงเรื่องจารกรรมระหว่างฤดูกาล 2007 โดยทีมไม่ได้รับคะแนนใดเลยตั้งแต่การแข่งขันเบลเจียนกรังด์ปรีซ์ และได้รับการยกเว้นจากการชิงแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล[41]
- ↑ คะแนนสะสมทั้งหมดของแมกลาเรนก่อนคำวินิจฉัยในข้อโต้เถียงเรื่องจารกรรมระหว่างฤดูกาล 2007 ทั้งนี้ในการแข่งขันฮังกาเรียนกรังด์ปรีซ์ เอฟไอเอได้ตัดสินให้แมกลาเรนไม่ได้รับคะแนนใดเลย หลังจากทีมละเมิดกฎข้อบังคับในอุบัติเหตุที่ช่องทางของโรงรถระหว่างรอบคัดเลือก[42]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "McLaren Formula 1 team announces organisational changes". McLaren Racing. 1 April 2024. สืบค้นเมื่อ 2 April 2024.
- ↑ "Mark Temple". McLaren Racing. 9 May 2024. สืบค้นเมื่อ 11 May 2024.
- ↑ Noble, Jonathan (26 January 2024). "Norris commits to new McLaren F1 deal". Motorsport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 January 2024. สืบค้นเมื่อ 16 October 2025.
- ↑ "Norris confirms he will use car number 1 next season after claiming maiden F1 World Championship". Formula One. 8 December 2025. สืบค้นเมื่อ 8 December 2025.
- ↑ Edmondson, Laurence (12 March 2025). "Oscar Piastri signs new multiyear contract with McLaren". ESPN. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 March 2025. สืบค้นเมื่อ 16 October 2025.
- 1 2 "McLaren Racing announce McLaren Mastercard Formula 1 Team Reserve Drivers and 2026 Driver Development Programme line up". McLaren Racing. 15 January 2026. สืบค้นเมื่อ 15 January 2026.
- ↑ Larkam, Lewis (22 January 2025). "McLaren tease brand-new MCL40 car design for F1 2026". Crash. สืบค้นเมื่อ 23 January 2025.
- ↑ Cooper, Adam (28 September 2019). "McLaren's deal to use Mercedes F1 engines again from 2021 announced". Autosport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 June 2021. สืบค้นเมื่อ 17 September 2022.
- ↑ Benson, Andrew (13 December 2020). "McLaren Racing to sell third of company to US-based investors". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 12 July 2023.
- ↑ "What is the Triple Crown of Motorsport?". RacingNews365. 9 June 2024. สืบค้นเมื่อ 9 June 2024.
McLaren managed to clinch the Triple Crown of Motorsport as a team.
- ↑ "What is the motorsport Triple Crown and who has claimed the feat?". Motorsport.com Australia. Motorsport Network. 4 May 2024. สืบค้นเมื่อ 9 June 2024.
From a racing team standpoint, McLaren is the only one to have accomplished the triple crown.
- 1 2 3 4 5 "McLaren – Year by Year". Formula One. สืบค้นเมื่อ 12 December 2025.
- ↑ Hughes, Mark. "Clockwork Orange – McLaren Domination". Bruce McLaren Trust. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 March 2016. สืบค้นเมื่อ 8 April 2010.
- ↑ Nye 1988, pp. 136–137, 143–144.
- ↑ Henry, Alan (6 February 2009). "Obituary: Teddy Mayer". The Guardian. ISSN 1756-3224. สืบค้นเมื่อ 30 March 2010.
- ↑ Tremayne & Hughes 1998, p. 250.
- ↑ Henry 1999, p. 37.
- ↑ Nye 1988, pp. 42–43, 48–49.
- ↑ Henry 1999, pp. 67–78.
- ↑ Roebuck, Nigel (October 2008). "The best of enemies". Motor Sport. Vol. 84 no. 10. pp. 66–70. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 March 2020.
- ↑ Henry 1999, pp. 95–99.
- ↑ Henry 1999, p. 102–106, 120–121, 132.
- ↑ Eason, Kevin (16 January 2009). "Ron Dennis leaves McLaren in safe hands". The Times. ISSN 0140-0460. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 June 2011. สืบค้นเมื่อ 11 November 2011.
- ↑ Benson, Andrew (16 January 2014). "Ron Dennis replaces Martin Whitmarsh as CEO in coup". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 January 2014.
- ↑ Noble, Jonathan (26 August 2014). "Ex-team principal Martin Whitmarsh formally parts ways with McLaren". Autosport.com. Haymarket Media Group. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 August 2014. สืบค้นเมื่อ 10 September 2014.
- ↑ Benson, Andrew (15 September 2017). "McLaren-Honda split after three years of troubled partnership". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 15 September 2017.
- ↑ "McLaren F1 to be powered by Mercedes-Benz from 2021". McLaren Racing. 27 September 2019. สืบค้นเมื่อ 28 September 2019.
- ↑ "McLaren agree extension to use Mercedes power until 2030". Formula One. 24 November 2023. สืบค้นเมื่อ 24 November 2023.
- ↑ Richards, Giles (8 December 2024). "Lando Norris wins Abu Dhabi F1 GP as McLaren take first title since 1998". The Guardian. ISSN 1756-3224. สืบค้นเมื่อ 10 December 2024.
- ↑ Saunders, Nate (5 October 2025). "McLaren win back-to-back F1 constructors' championship; 10th overall". ESPN. สืบค้นเมื่อ 9 October 2025.
- ↑ Benson, Andrew (7 December 2025). "Lando Norris wins F1 drivers' title in Abu Dhabi Grand Prix won by Max Verstappen". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 8 December 2025.
- ↑ Malsher, David (9 August 2019). "McLaren returns to IndyCar full-time partnering with Arrow SPM". Motorsport.com. Motorsport Network. สืบค้นเมื่อ 9 August 2019.
- ↑ "McLaren Racing buys majority share of Arrow McLaren SP". Sportsnet.ca. Rogers Media. Associated Press. 8 August 2021. สืบค้นเมื่อ 27 August 2021.
- ↑ "McLaren Racing to enter Extreme E in 2022". McLaren Racing. 11 June 2021. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 August 2021. สืบค้นเมื่อ 20 August 2021.
- ↑ "Team statement: 2024 Extreme E Championship season update". McLaren Raing. 6 September 2024. สืบค้นเมื่อ 12 December 2025.
- ↑ Boxall-Legge, Jake (25 April 2025). "McLaren firms up Formula E exit to focus on WEC entry". Autosport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 April 2025. สืบค้นเมื่อ 25 April 2025.
- ↑ "McLaren F1 GTR race car – Introduction". McLaren Automotive. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 July 2008. สืบค้นเมื่อ 9 April 2010.
- ↑ Watkins, Gary (10 April 2025). "McLaren bids for Le Mans outright victory with future WEC entry". Motorsport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 April 2025. สืบค้นเมื่อ 10 April 2025.
- ↑ Watkins, Gary (13 June 2025). "United Autosports to run McLaren Hypercar programme, Dallara tie-up agreed". Motorsport.com. Motorsport Network. สืบค้นเมื่อ 13 June 2025.
- ↑ Diepraam, Mattijs (18 January 2019). "World Championship points systems". 8W. Forix. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 September 2019. สืบค้นเมื่อ 1 December 2020.
- ↑ "McLaren hit with constructors' ban". BBC Sport. 13 September 2007. สืบค้นเมื่อ 13 September 2007.
- ↑ "McLaren launch appeal over points". BBC Sport. 8 August 2007. สืบค้นเมื่อ 8 August 2007.
- ↑ "McLaren – Season". StatsF1. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 October 2023. สืบค้นเมื่อ 13 December 2025.
- ↑ "McLaren – Grands Prix started". StatsF1. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 December 2024. สืบค้นเมื่อ 13 December 2025.
- ↑ "Hall of Fame – the World Champions". Formula One. สืบค้นเมื่อ 26 July 2015.
บรรณานุกรม
[แก้]- Henry, Alan (1999). McLaren: Formula 1 Racing Team. Yeovil, Somerset: Haynes Publishing. ISBN 1-85960-425-0 – โดยทาง Open Library.
- Nye, Doug (1988) [1984]. McLaren: The Grand Prix, Can-Am and Indy Cars (New ed.). Richmond, Surrey: Guild Publishing. ISBN 0-905138-54-6.
- Tremayne, David; Hughes, Mark (1998). The Concise Encyclopedia of Formula One. Clifton, Bristol: Dempsey Parr. ISBN 1-84084-037-4 – โดยทาง Open Library.