ข้ามไปเนื้อหา

แมกลาเรน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แม็กลาเรน)
สหราชอาณาจักร แมกลาเรน-เมอร์เซเดส
ชื่อเต็มแมกลาเรนมาสเตอร์การ์ดเอฟวันทีม
ที่ตั้งแมกลาเรนเทคโนโลยีเซ็นเตอร์
โวกกิง เซอร์รีย์ อังกฤษ
หัวหน้าทีม
ผู้อำนวยการเทคนิค
ผู้ก่อตั้งบรูซ แมกลาเรน
เว็บไซต์mclaren.com/racing/formula-1
ฟอร์มูลาวันชิงแชมป์โลก 2026
นักขับ
นักขับทดสอบ
แชสซีเอ็มซีแอล40[7]
เครื่องยนต์เมอร์เซเดส[8]
ยางรถยนต์พิเรลลี่
สถิติการแข่งขันฟอร์มูลาวันชิงแชมป์โลก
แข่งครั้งแรกโมนาโกกรังด์ปรีซ์ 1966
แข่งครั้งล่าสุดเจแปนนีสกรังด์ปรีซ์ 2026
เข้าร่วมการแข่งขัน1001 (ออกตัว 996)
เครื่องยนต์
แชมป์ผู้ผลิต10 (1974, 1984, 1985, 1988, 1989, 1990, 1991, 1998, 2024, 2025)
แชมป์นักขับ13 (1974, 1976, 1984, 1985, 1986, 1988, 1989, 1990, 1991, 1998, 1999, 2008, 2025)
ชนะ203
โพเดียม559
คะแนน7836.5
ตำแหน่งโพล177
รอบที่เร็วที่สุด183
อันดับฤดูกาล 20251 (833 คะแนน)

แมกลาเรนเรซซิงลิมิเต็ด (อังกฤษ: McLaren Racing Limited) แข่งขันภายใต้ชื่อ แมกลาเรนมาสเตอร์การ์ดเอฟวันทีม (อังกฤษ: McLaren Mastercard F1 Team) เป็นทีมแข่งรถสัญชาติบริติช ตั้งอยู่ที่แมกลาเรนเทคโนโลยีเซ็นเตอร์ในเมืองโวกกิง เทศมณฑลเซอร์รีย์ ประเทศอังกฤษ และอยู่ในเครือของแมกลาเรนกรุปซึ่งถือหุ้นส่วนใหญ่ของทีม[9] แมกลาเรนเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตแชสซีในการแข่งขันฟอร์มูลาวัน ทั้งยังเป็นทีมที่เก่าแก่ที่สุดอันดับที่สองที่ยังคงเข้าร่วมการแข่งขัน และประสบความสำเร็จมากที่สุดอันดับที่สองรองจากแฟร์รารี ด้วยชัยชนะในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ด้วยกันทั้งสิ้น 203 รายการ พร้อมกับตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับ 13 สมัย และแชมป์โลกประเภทผู้ผลิต 10 สมัย แมกลาเรนยังมีผลงานในการแข่งรถล้อเปิดในสหรัฐอเมริกาทั้งในฐานะผู้เข้าแข่งขันและผู้ผลิตแชสซี และผลงานในการแข่งรถสปอร์ตเป็นตำแหน่งแชมป์การแข่งขันคะเนเดียน-อเมริกันแชลเลนจ์คัป (แคน-แอม) แมกลาเรนเป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตและทีมแข่งรถเพียงหนึ่งเดียวที่ทำสามมงกุฎแห่งกีฬาท้าความเร็วสำเร็จ (ชนะการแข่งขันอินเดียแนโพลิส 500, 24 ชั่วโมง เลอม็อง และโมนาโกกรังด์ปรีซ์)[10][11]

แมกลาเรนก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1963 โดยบรูซ แมกลาเรน ทีมชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ครั้งแรกในการแข่งขันเบลเจียนกรังด์ปรีซ์ 1968 แต่แรกเริ่มนั้นทีมประสบความสำเร็จจากการแข่งขันแคน-แอมด้วยผลงานที่โดดเด่นตั้งแต่ฤดูกาล 1967 ถึง 1971[12][13] ตามมาด้วยความสำเร็จในสหรัฐอเมริกากับชัยชนะในการแข่งขันอินเดียแนโพลิส 500 ของมาร์ก ดอนอฮิว ประจำปี 1972 กับจอห์นนี รัทเทอร์ฟอร์ด ประจำปี 1974 และ 1976 ในรถแมกลาเรน[14] ภายหลังการเสียชีวิตของ บรูซ แมกลาเรน จากอุบัติเหตุระหว่างการทดสอบรถใน ค.ศ. 1970 เท็ดดี เมเยอร์ ได้เข้าควบคุมทีมแทน โดยพาทีมได้รับตำแหน่งแชมป์โลกฟอร์มูลาวันประเภทผู้ผลิตสมัยแรกในฤดูกาล 1974 และแชมป์โลกประเภทนักขับในฤดูกาลเดียวกันกับแอเมร์ซง ฟีชีเปาจี และฤดูกาล 1976 กับเจมส์ ฮันต์[12][15] ฤดูกาล 1974 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนระยะยาวของตราสินค้าบุหรี่สัญชาติอเมริกัน มาร์ลโบโร[16]

ใน ค.ศ. 1981 แมกลาเรนได้ควบรวมกับโพรเจกต์โฟร์เรซซิงของรอน เดนนิส ซึ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมและเข้าซื้อกิจการของแมกลาเรนทั้งหมดต่อจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อควบคุมทีมอย่างสมบูรณ์[17][18] ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด จากตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตหกสมัยกับเครื่องยนต์ของพอร์เชอและฮอนด้า และแชมป์โลกประเภทนักขับเจ็ดสมัยกับนิกิ เลาดา, อาแล็ง พร็อสต์ และอาอีร์ตง เซนนา[12] โดยเฉพาะอย่างยิ่งพร็อสต์และเซนนาที่มีผลงานโดดเด่นร่วมกัน ทั้งสองคนชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ทุกรายการยกเว้นหนึ่งรายการในฤดูกาล 1988 แต่ภายหลังการแข่งขันของพวกเขาทวีความรุนแรงขึ้นจนกระทั่งพร็อสต์ย้ายไปอยู่ที่แฟร์รารี[19][20] ในระหว่างนั้น ทีมแข่งรถร่วมชาติอย่างวิลเลียมส์ได้กลายมาเป็นคู่แข่งหลักอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองทีมสลับกันเป็นแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตทุกสมัยนับตั้งแต่ฤดูกาล 1984 ถึง 1994 ในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1990 ฮอนด้าได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันฟอร์มูลาวันและเซนนาได้ย้ายไปอยู่ที่วิลเลียมส์ แมกลาเรนก็ไม่ชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์รายการใดเลยเป็นเวลาสามฤดูกาล[21] แต่ด้วยเครื่องยนต์ของเมอร์เซเดส ทุนสนับสนุนจากเวสต์ และการเข้ามาของเอเดรียน นิวอี อดีตนักออกแบบของวิลเลียมส์ ทีมจึงได้รับตำแหน่งแชมป์เพิ่มขึ้นในฤดูกาล 1998 และ 1999 กับ มิกา แฮกกิเนน[12][22] และในระหว่างคริสต์ทศวรรษ 2000 ทีมขึ้นมาเป็นตัวเต็งในการชิงแชมป์อยู่เสมอ โดยมีลูวิส แฮมิลตัน เป็นผู้นำตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาให้แก่ทีมในฤดูกาล 2008[12]

เดนนิสเกษียณจากการเป็นหัวหน้าทีมของแมกลาเรนในฤดูกาล 2009 และส่งต่อตำแหน่งให้แก่มาร์ติน วิตมาร์ช ซึ่งเป็นพนักงานของแมกลาเรนมาอย่างยาวนาน[23] แต่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2013 ภายหลังผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2004 วิตมาร์ชถูกปลดออกจากตำแหน่ง[24][25] แมกลาเรนใช้เครื่องยนต์ของฮอนด้าที่กลับมาเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้งในฤดูกาล 2015 แต่ความร่วมมือครั้งที่สองนี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ ทีมจึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ของเรอโนแทนตั้งแต่ฤดูกาล 2018 ถึง 2020[26] แมกลาเรนกลับมาใช้เครื่องยนต์ของเมอร์เซเดสอีกครั้งตั้งแต่ฤดูกาล 2021 จนถึงอย่างน้อยฤดูกาล 2030 ตามข้อตกลง[27][28] ทีมได้รับตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตสมัยที่เก้าและสมัยแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1998 ในฤดูกาล 2024 ตามมาด้วยสมัยที่สิบในฤดูกาล 2025 ทำให้แมกลาเรนกลายเป็นทีมฟอร์มูลาวันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์ เมื่อนับจากตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตที่ได้รับ[29][30] แลนโด นอร์ริส เป็นนักขับคนล่าสุดและคนแรกของทีมนับตั้งแต่ฤดูกาล 2008 ที่ได้รับตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับในฤดูกาล 2025[31]

หลังจากกลับมาเข้าร่วมการแข่งขันอินเดียแนโพลิส 500 อีกครั้งในฐานะผู้สนับสนุนอันเดรตตีออโตสปอร์ตเพื่อส่งเฟร์นันโด อาลอนโซ ลงแข่งในปี 2017 และในฐานะผู้เข้าแข่งขันอิสระในปี 2019 แมกลาเรนได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2019 ว่าจะร่วมมือกับแอร์โรว์ชมิดต์ปีเตอร์สันมอเตอร์สปอตส์เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันอินดีคาร์ซีรีส์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ฤดูกาล 2020 ภายใต้ชื่อ แอร์โรว์แมกลาเรนเอสพี[32] เดิมทีแมกลาเรนไม่มีสัดส่วนความเป็นเจ้าของในทีม แต่ก็ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 75 ของทีมใน ค.ศ. 2021[33] แมกลาเรนเข้าร่วมการแข่งรถพลังงานไฟฟ้าประเภทออฟโรดในรายการเอกซ์ตรีมอีตั้งแต่ฤดูกาล 2022 ถึง 2024 และประเภทล้อเปิดในรายการฟอร์มูลาอีตั้งแต่ฤดูกาล 2022–23 ถึง 2024–25[34][35][36] รถยนต์ของแมกลาเรนที่ถูกดัดแปลงสำหรับสนามแข่งยังประสบความเร็จในการแข่งรถสปอร์ตและความทนทาน ดังเช่นรถแต่งของรุ่นแมกลาเรน เอฟ1 ที่ชนะการแข่งขัน 24 ชั่วโมง เลอม็อง 1995[37] พร้อมทั้งเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันเอฟไอเอเวิลด์เอนดูแรนซ์แชมเปียนชิปใน ค.ศ. 2027 โดยร่วมมือกับยูไนเต็ดออโตสปอตส์ ทีมแข่งรถของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แซก บราวน์ และดัลลาราที่จะพัฒนารถรุ่นไฮเปอร์คาร์ของแมกลาเรนให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับรถรุ่นแอลเอ็มดีเอช (เลอม็องเดย์โทนาเอช) ของการแข่งขัน[38][39]

สถิติการแข่งขัน

[แก้]

ผลการแข่งขันฟอร์มูลาวัน

[แก้]

แมกลาเรนมีสถิติการแข่งขันฟอร์มูลาวันในฐานะทีมผู้ผลิตดังต่อไปนี้:

  • อัตราร้อยละของตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตที่ได้รับ: 16.7%
  • อัตราร้อยละของตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับที่ได้รับ: 21.7%
  • อัตราร้อยละของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ที่ชนะ: 20.3%
(ตัวเอียง หมายถึงการเข้าร่วมของทีมลูกค้า; ตัวหนา หมายถึงได้รับตำแหน่งแชมป์โลก)
ฤดูกาล ชื่อทีม แชสซี เครื่องยนต์ ยางรถยนต์ หมาย
เลข[a]
นักขับ คะแนน[b] อันดับ
1966 สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม2บี ฟอร์ด 406 3.0 วี8 F นิวซีแลนด์ บรูซ แมกลาเรน 2 9
เซเรนิสซีมา เอ็ม166 3.0 วี8 1 12
1967 สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม4บี บีอาร์เอ็ม พี56 2.0 วี8 G นิวซีแลนด์ บรูซ แมกลาเรน 3 10
เอ็ม5เอ บีอาร์เอ็ม พี142 3.0 วี12
1968 สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม5เอ บีอาร์เอ็ม พี142 3.0 วี12 G นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม 3 10
สวิตเซอร์แลนด์ ยูอาคิม บ็อนเนียร์เรซซิงทีม สวีเดน ยู บ็อนเนียร์
สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม7เอ ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 นิวซีแลนด์ บรูซ แมกลาเรน
นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
49 2
สหรัฐอเมริกา แองโกลอเมริกันเรซเซอส์ สหรัฐอเมริกา แดน เกอร์นีย์
1969 สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม7เอ
เอ็ม7บี
เอ็ม7ซี
เอ็ม9เอ
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G นิวซีแลนด์ บรูซ แมกลาเรน
นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
สหราชอาณาจักร เดเรก เบลล์
38
(40)
5
แอฟริกาใต้ ทีมลอว์สัน เอ็ม7เอ แอฟริกาใต้ บาซิล ฟัน รัวเยิน
สหราชอาณาจักร แอนทิกออโตโมบิลส์ เอ็ม7บี สหราชอาณาจักร วิก เอลเฟิร์ด
1970 สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม14เอ ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G นิวซีแลนด์ บรูซ แมกลาเรน
นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
สหราชอาณาจักร ปีเตอร์ เก็ททิน
สหรัฐอเมริกา แดน เกอร์นีย์
35 5
สหราชอาณาจักร ทีมเซอร์ทีส เอ็ม7ซี สหราชอาณาจักร จอห์น เซอร์ทีส
สวิตเซอร์แลนด์ เอกูว์รีบ็อนเนียร์ สวีเดน ยู บ็อนเนียร์
สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม7ดี
เอ็ม14ดี
อัลฟาโรเมโอ ที33 3.0 วี8 อิตาลี อันเดรอา เด อาดามิช
อิตาลี นันนี กัลลี
0 NC
1971 สหราชอาณาจักร บรูซ แมกลาเรนมอเตอร์เรซซิง เอ็ม14เอ
เอ็ม19เอ
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
สหราชอาณาจักร ปีเตอร์ เก็ททิน
สหราชอาณาจักร แจ็กกี โอลิเวอร์
10 6
สหรัฐอเมริกา เพนสกี/เค.เอฟ. ไวต์เรซซิง เอ็ม19เอ สหรัฐอเมริกา มาร์ก ดอนอฮิว
สหราชอาณาจักร เดวิด ฮอบส์
สวิตเซอร์แลนด์ เอกูว์รีบ็อนเนียร์ เอ็ม7ซี สวีเดน ยู บ็อนเนียร์
ออสเตรีย เฮ็ลมูท มาร์โค
1972 สหราชอาณาจักร ยาร์ดเลย์ทีมแมกลาเรน เอ็ม19เอ
เอ็ม19ซี
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
สหรัฐอเมริกา ปีเตอร์ เรฟสัน
สหราชอาณาจักร ไบรอัน เรดแมน
แอฟริกาใต้ โจดี เชกเตอร์
47
(49)
3
1973 สหราชอาณาจักร ยาร์ดเลย์ทีมแมกลาเรน เอ็ม19เอ
เอ็ม19ซี
เอ็ม23
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
สหรัฐอเมริกา ปีเตอร์ เรฟสัน
แอฟริกาใต้ โจดี เชกเตอร์
เบลเยียม ฌากี อิกซ์
58 3
1974 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมเท็กซาโก
สหราชอาณาจักร ยาร์ดเลย์ทีมแมกลาเรน
เอ็ม23 ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 5.
6. / 56.
33.
33.
33.
บราซิล แอเมร์ซง ฟีชีเปาจี
นิวซีแลนด์ เดนนี ฮูล์ม
สหราชอาณาจักร ไมก์ เฮลวูด
สหราชอาณาจักร เดวิด ฮอบส์
เยอรมนีตะวันตก ย็อคเคิน มาส
73
(75)
1
แอฟริกาใต้ สกรีบันเตลักกีสไตรก์เรซซิง 23. แอฟริกาใต้ เดฟ ชาร์ลตัน
1975 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมเท็กซาโก เอ็ม23 ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 1.
2.
บราซิล แอเมร์ซง ฟีชีเปาจี
เยอรมนีตะวันตก ย็อคเคิน มาส
53 3
แอฟริกาใต้ ลักกีสไตรก์เรซซิง 31. แอฟริกาใต้ เดฟ ชาร์ลตัน
1976 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมแมกลาเรน เอ็ม23
เอ็ม26
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 11.
12.
สหราชอาณาจักร เจมส์ ฮันต์
เยอรมนีตะวันตก ย็อคเคิน มาส
74
(75)
2
1977 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมแมกลาเรน เอ็ม23
เอ็ม26
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 1.
2.
14.
40.
สหราชอาณาจักร เจมส์ ฮันต์
เยอรมนีตะวันตก ย็อคเคิน มาส
อิตาลี บรูโน จาโกเมลลี
แคนาดา ฌีล วีลเนิฟว์
60 3
สหรัฐอเมริกา เชสเตอร์ฟีลด์เรซซิง เอ็ม23 30. สหรัฐอเมริกา เบรตต์ ลังเกอร์
สเปน ไอบีเรียแอร์ไลส์ 36. สเปน เอมิลิโอ เด บิโยตา
1978 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมแมกลาเรน
สหราชอาณาจักร เลอเวินบร็อยทีมแมกลาเรน
เอ็ม26 ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 7.
8.
33.
สหราชอาณาจักร เจมส์ ฮันต์
ฝรั่งเศส ปาทริก ต็องแบ
อิตาลี บรูโน จาโกเมลลี
15 8
สเปน เซนโตรอาเซกูราดอร์เอฟวัน เอ็ม23 28. สเปน เอมิลิโอ เด บิโยตา
สหราชอาณาจักร บีเอสแฟบริเคชันส์
สหราชอาณาจักร ลิกเกตต์กรุปวิทบีเอสแฟบริเคชันส์
เอ็ม23
เอ็ม26
29.
30.
บราซิล แนลซง ปีเก
สหรัฐอเมริกา เบรตต์ ลังเกอร์
1979 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมแมกลาเรน
สหราชอาณาจักร เลอเวินบร็อยทีมแมกลาเรน
เอ็ม26
เอ็ม28
เอ็ม28บี
เอ็ม28ซี
เอ็ม29
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 7.
8.
สหราชอาณาจักร จอห์น วอตสัน
ฝรั่งเศส ปาทริก ต็องแบ
15 7
1980 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรทีมแมกลาเรน เอ็ม29บี
เอ็ม29ซี
เอ็ม30
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 G 7.
8.
8.
สหราชอาณาจักร จอห์น วอตสัน
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
สหราชอาณาจักร สตีเฟน เซาท์
11 9
1981 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็ม29เอฟ
เอ็มพี4
ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 M 7.
8.
สหราชอาณาจักร จอห์น วอตสัน
อิตาลี อันเดรอา เด เชซาริส
28 6
1982 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็มพี4บี ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 M 7.
8.
สหราชอาณาจักร จอห์น วอตสัน
ออสเตรีย นิกิ เลาดา
69 2
1983 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็มพี4/1ซี ฟอร์ด-คอสเวิร์ท ดีเอฟวี 3.0 วี8 M 7.
8.
สหราชอาณาจักร จอห์น วอตสัน
ออสเตรีย นิกิ เลาดา
34 5
เอ็มพี4/1อี เตอาเฌ-พอร์เชอ ทีทีอี พีโอ1 1.5 วี6 เทอร์โบ 0 NC
1984 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็มพี4/2 เตอาเฌ-พอร์เชอ ทีทีอี พีโอ1 1.5 วี6 เทอร์โบ M 7.
8.
ออสเตรีย นิกิ เลาดา
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
143.5 1
1985 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็มพี4/2บี เตอาเฌ-พอร์เชอ ทีทีอี พีโอ1 1.5 วี6 เทอร์โบ G 1.
1.
2.
ออสเตรีย นิกิ เลาดา
สหราชอาณาจักร จอห์น วอตสัน
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
90 1
1986 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็มพี4/2ซี เตอาเฌ-พอร์เชอ ทีทีอี พีโอ1 1.5 วี6 เทอร์โบ G 1.
2.
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
ฟินแลนด์ เกเก รูสแบริ
96 2
1987 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนอินเตอร์แนชันนัล เอ็มพี4/3 เตอาเฌ-พอร์เชอ ทีทีอี พีโอ1 1.5 วี6 เทอร์โบ G 1.
2.
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
สวีเดน สเตียฟัน ยูอันซ็อน
76 2
1988 สหราชอาณาจักร ฮอนด้ามาร์ลโบโรแมกลาเรน เอ็มพี4/4 ฮอนด้า อาร์เอ168อี 1.5 วี6 เทอร์โบ G 11.
12.
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
บราซิล อาอีร์ตง เซนนา
199 1
1989 สหราชอาณาจักร ฮอนด้ามาร์ลโบโรแมกลาเรน เอ็มพี4/5 ฮอนด้า อาร์เอ109อี 3.5 วี10 G 1.
2.
บราซิล อาอีร์ตง เซนนา
ฝรั่งเศส อาแล็ง พร็อสต์
141 1
1990 สหราชอาณาจักร ฮอนด้ามาร์ลโบโรแมกลาเรน เอ็มพี4/5บี ฮอนด้า อาร์เอ100อี 3.5 วี10 G 27.
28.
บราซิล อาอีร์ตง เซนนา
ออสเตรีย แกร์ฮาร์ท แบร์เกอร์
121 1
1991 สหราชอาณาจักร ฮอนด้ามาร์ลโบโรแมกลาเรน เอ็มพี4/6 ฮอนด้า อาร์เอ121อี 3.5 วี12 G 1.
2.
บราซิล อาอีร์ตง เซนนา
ออสเตรีย แกร์ฮาร์ท แบร์เกอร์
139 1
1992 สหราชอาณาจักร ฮอนด้ามาร์ลโบโรแมกลาเรน เอ็มพี4/6บี ฮอนด้า อาร์เอ122อี 3.5 วี12 G 1.
2.
บราซิล อาอีร์ตง เซนนา
ออสเตรีย แกร์ฮาร์ท แบร์เกอร์
99 2
เอ็มพี4/7เอ ฮอนด้า อาร์เอ122อี/บี 3.5 วี12
1993 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรน เอ็มพี4/8 ฟอร์ด เอชบีอี7 3.5 วี8 G 7.
7.
8.
สหรัฐอเมริกา ไมเคิล อันเดรตตี
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
บราซิล อาอีร์ตง เซนนา
84 2
1994 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนเปอโยต์ เอ็มพี4/9 เปอโยต์ เอ6 3.5 วี10 G 7.
7.
8.
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
ฝรั่งเศส ฟีลิป อาลีโย
สหราชอาณาจักร มาร์ติน บรันเดิล
42 4
1995 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4/10
เอ็มพี4/10บี
เอ็มพี4/10ซี
เมอร์เซเดส เอฟโอ 110 3.0 วี10 G 7.
7.
8.
8.
สหราชอาณาจักร มาร์ก บลันเดลล์
สหราชอาณาจักร ไนเจล แมนเซลล์
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
เดนมาร์ก ยัน เมานุสเซิน
30 4
1996 สหราชอาณาจักร มาร์ลโบโรแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4/11
เอ็มพี4/11บี
เมอร์เซเดส เอฟโอ 110ดี 3.0 วี10 G 7.
8.
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
49 4
1997 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4/12 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110อี 3.0 วี10
เมอร์เซเดส เอฟโอ 110เอฟ 3.0 วี10
G 9.
10.
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
63 4
1998 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4/13 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110จี 3.0 วี10 B 7.
8.
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
156 1
1999 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4/14 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110เอช 3.0 วี10 B 1.
2.
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
124 2
2000 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4/15 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110เจ 3.0 วี10 B 1.
2.
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
152 2
2001 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-16 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110เค 3.0 วี10 B 3.
4.
ฟินแลนด์ มิกา แฮกกิเนน
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
102 2
2002 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-17 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110เอ็ม 3.0 วี10 M 3.
4.
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
ฟินแลนด์ คิมิ ไรโคเนน
65 3
2003 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-17ดี เมอร์เซเดส เอฟโอ 110เอ็ม 3.0 วี10
เมอร์เซเดส เอฟโอ 110พี 3.0 วี10
M 5.
6.
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
ฟินแลนด์ คิมิ ไรโคเนน
142 3
2004 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-19
เอ็มพี4-19บี
เมอร์เซเดส เอฟโอ 110คิว 3.0 วี10 M 5.
6.
สหราชอาณาจักร เดวิด คูลทาร์ด
ฟินแลนด์ คิมิ ไรโคเนน
69 5
2005 สหราชอาณาจักร เวสต์แมกลาเรนเมอร์เซเดส
สหราชอาณาจักร ทีมแมกลาเรนเมอร์เซเดส
เอ็มพี4-20 เมอร์เซเดส เอฟโอ 110อาร์ 3.0 วี10 M 9.
10.
10.
10.
ฟินแลนด์ คิมิ ไรโคเนน
โคลอมเบีย ฆวน ปาโบล มอนโตยา
สเปน เปโดร เด ลา โรซา
ออสเตรีย อเล็คซันเดอร์ ววทซ์
182 2
2006 สหราชอาณาจักร ทีมแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-21 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108เอส 2.4 วี8 M 3.
4.
4.
ฟินแลนด์ คิมิ ไรโคเนน
โคลอมเบีย ฆวน ปาโบล มอนโตยา
สเปน เปโดร เด ลา โรซา
110 3
2007 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-22 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108ที 2.4 วี8 B 1.
2.
สเปน เฟร์นันโด อาลอนโซ
สหราชอาณาจักร ลูวิส แฮมิลตัน
0[c]
(166)[d]
EX[c]
2008 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-23 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108วี 2.4 วี8 B 22.
23.
สหราชอาณาจักร ลูวิส แฮมิลตัน
ฟินแลนด์ เฮกกิ โกวาไลเนน
151 2
2009 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-24 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108ดับเบิลยู 2.4 วี8 B 1.
2.
สหราชอาณาจักร ลูวิส แฮมิลตัน
ฟินแลนด์ เฮกกิ โกวาไลเนน
71 3
2010 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-25 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108เอกซ์ 2.4 วี8 B 1.
2.
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
สหราชอาณาจักร ลูวิส แฮมิลตัน
454 2
2011 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-26 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108วาย 2.4 วี8 P 3.
4.
สหราชอาณาจักร ลูวิส แฮมิลตัน
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
497 2
2012 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-27 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108แซด 2.4 วี8 P 3.
4.
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
สหราชอาณาจักร ลูวิส แฮมิลตัน
378 3
2013 สหราชอาณาจักร โวดาโฟนแมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-28 เมอร์เซเดส เอฟโอ 108เอฟ 2.4 วี8 P 5.
6.
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
เม็กซิโก เซร์ฆิโอ เปเรซ
122 5
2014 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนเมอร์เซเดส เอ็มพี4-29 เมอร์เซเดส พียู106เอ ไฮบริด 1.6 วี6 เทอร์โบ P 20.
22.
เดนมาร์ก เควิน เมานุสเซิน
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
181 5
2015 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฮอนด้า เอ็มพี4-30 ฮอนด้า อาร์เอ615เอช 1.6 วี6 เทอร์โบ P 14.
20.
22.
สเปน เฟร์นันโด อาลอนโซ
เดนมาร์ก เควิน เมานุสเซิน
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
27 9
2016 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฮอนด้า เอ็มพี4-31 ฮอนด้า อาร์เอ616เอช 1.6 วี6 เทอร์โบ P 14.
22.
47.
สเปน เฟร์นันโด อาลอนโซ
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
เบลเยียม สตอฟเฟิล ฟันโดเริน
76 6
2017 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฮอนด้า เอ็มซีแอล32 ฮอนด้า อาร์เอ617เอช 1.6 วี6 เทอร์โบ P 2.
14.
22.
เบลเยียม สตอฟเฟิล ฟันโดเริน
สเปน เฟร์นันโด อาลอนโซ
สหราชอาณาจักร เจนสัน บัตทัน
30 9
2018 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนเอฟวันทีม เอ็มซีแอล33 เรอโน อาร์.อี.18 1.6 วี6 เทอร์โบ P 2.
14.
เบลเยียม สตอฟเฟิล ฟันโดเริน
สเปน เฟร์นันโด อาลอนโซ
62 6
2019 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนเอฟวันทีม เอ็มซีแอล34 เรอโน อี-เทค 19 1.6 วี6 เทอร์โบ P 4.
55.
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
สเปน การ์โลส ไซนซ์ ยูนิออร์
145 4
2020 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนเอฟวันทีม เอ็มซีแอล35 เรอโน อี-เทค 20 1.6 วี6 เทอร์โบ P 4.
55.
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
สเปน การ์โลส ไซนซ์ ยูนิออร์
202 3
2021 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนเอฟวันทีม เอ็มซีแอล35เอ็ม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอฟ1 เอ็ม12 อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ 1.6 วี6 เทอร์โบ P 3.
4.
ออสเตรเลีย แดเนียล ริกคาร์โด
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
275 4
2022 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนเอฟวันทีม เอ็มซีแอล36 เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอฟ1 เอ็ม13 อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ 1.6 วี6 เทอร์โบ P 3.
4.
ออสเตรเลีย แดเนียล ริกคาร์โด
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
159 5
2023 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฟอร์มูลาวันทีม เอ็มซีแอล60 เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอฟ1 เอ็ม14 อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ 1.6 วี6 เทอร์โบ P 4.
81.
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
ออสเตรเลีย ออสการ์ พิแอสทรี
302 4
2024 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฟอร์มูลาวันทีม เอ็มซีแอล38 เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอฟ1 เอ็ม15 อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ 1.6 วี6 เทอร์โบ P 4.
81.
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
ออสเตรเลีย ออสการ์ พิแอสทรี
666 1
2025 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฟอร์มูลาวันทีม เอ็มซีแอล39 เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอฟ1 เอ็ม16 อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ 1.6 วี6 เทอร์โบ P 4.
81.
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
ออสเตรเลีย ออสการ์ พิแอสทรี
833 1
2026 สหราชอาณาจักร แมกลาเรนฟอร์มูลาวันทีม เอ็มซีแอล40 เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอฟ1 เอ็ม17 อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ 1.6 วี6 เทอร์โบ P 1.
81.
สหราชอาณาจักร แลนโด นอร์ริส
ออสเตรเลีย ออสการ์ พิแอสทรี
46* 3*
แหล่งข้อมูล:[43][44]
หมายเหตุ
  • * ฤดูกาลกำลังดำเนินอยู่

แชมป์โลกประเภทนักขับ

[แก้]

นักขับทั้งแปดคนดังต่อไปนี้ได้รับตำแหน่งแชมป์โลกฟอร์มูลาวันประเภทนักขับกับแมกลาเรน:[45]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. การแข่งขันฟอร์มูลาวันในช่วงแรกนั้นยังไม่มีการกำหนดหมายเลขประจำตัวนักขับจนกระทั่งฤดูกาล 1974 โดยนักขับแต่ละคนจะใช้หมายเลขแตกต่างกันออกไปในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์แต่ละรายการ
  2. คะแนนสะสมทั้งหมดของทีมนั้นไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนสำหรับการชิงแชมป์โลกจนกระทั่งฤดูกาล 1990 ตัวเลขที่ไม่มีวงเล็บกำกับคือคะแนนที่นับรวมเพื่อชิงแชมป์โลก ส่วนตัวเลขในวงเล็บคือคะแนนสะสมทั้งหมด[40]
  3. 1 2 แมกลาเรนเสียคะแนนสะสมทั้งหมดในการชิงแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตตามคำวินิจฉัยของสภากีฬายานยนต์โลกในข้อโต้เถียงเรื่องจารกรรมระหว่างฤดูกาล 2007 โดยทีมไม่ได้รับคะแนนใดเลยตั้งแต่การแข่งขันเบลเจียนกรังด์ปรีซ์ และได้รับการยกเว้นจากการชิงแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล[41]
  4. คะแนนสะสมทั้งหมดของแมกลาเรนก่อนคำวินิจฉัยในข้อโต้เถียงเรื่องจารกรรมระหว่างฤดูกาล 2007 ทั้งนี้ในการแข่งขันฮังกาเรียนกรังด์ปรีซ์ เอฟไอเอได้ตัดสินให้แมกลาเรนไม่ได้รับคะแนนใดเลย หลังจากทีมละเมิดกฎข้อบังคับในอุบัติเหตุที่ช่องทางของโรงรถระหว่างรอบคัดเลือก[42]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "McLaren Formula 1 team announces organisational changes". McLaren Racing. 1 April 2024. สืบค้นเมื่อ 2 April 2024.
  2. "Mark Temple". McLaren Racing. 9 May 2024. สืบค้นเมื่อ 11 May 2024.
  3. Noble, Jonathan (26 January 2024). "Norris commits to new McLaren F1 deal". Motorsport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 January 2024. สืบค้นเมื่อ 16 October 2025.
  4. "Norris confirms he will use car number 1 next season after claiming maiden F1 World Championship". Formula One. 8 December 2025. สืบค้นเมื่อ 8 December 2025.
  5. Edmondson, Laurence (12 March 2025). "Oscar Piastri signs new multiyear contract with McLaren". ESPN. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 March 2025. สืบค้นเมื่อ 16 October 2025.
  6. 1 2 "McLaren Racing announce McLaren Mastercard Formula 1 Team Reserve Drivers and 2026 Driver Development Programme line up". McLaren Racing. 15 January 2026. สืบค้นเมื่อ 15 January 2026.
  7. Larkam, Lewis (22 January 2025). "McLaren tease brand-new MCL40 car design for F1 2026". Crash. สืบค้นเมื่อ 23 January 2025.
  8. Cooper, Adam (28 September 2019). "McLaren's deal to use Mercedes F1 engines again from 2021 announced". Autosport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 June 2021. สืบค้นเมื่อ 17 September 2022.
  9. Benson, Andrew (13 December 2020). "McLaren Racing to sell third of company to US-based investors". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 12 July 2023.
  10. "What is the Triple Crown of Motorsport?". RacingNews365. 9 June 2024. สืบค้นเมื่อ 9 June 2024. McLaren managed to clinch the Triple Crown of Motorsport as a team.
  11. "What is the motorsport Triple Crown and who has claimed the feat?". Motorsport.com Australia. Motorsport Network. 4 May 2024. สืบค้นเมื่อ 9 June 2024. From a racing team standpoint, McLaren is the only one to have accomplished the triple crown.
  12. 1 2 3 4 5 "McLaren – Year by Year". Formula One. สืบค้นเมื่อ 12 December 2025.
  13. Hughes, Mark. "Clockwork Orange – McLaren Domination". Bruce McLaren Trust. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 March 2016. สืบค้นเมื่อ 8 April 2010.
  14. Nye 1988, pp. 136–137, 143–144.
  15. Henry, Alan (6 February 2009). "Obituary: Teddy Mayer". The Guardian. ISSN 1756-3224. สืบค้นเมื่อ 30 March 2010.
  16. Tremayne & Hughes 1998, p. 250.
  17. Henry 1999, p. 37.
  18. Nye 1988, pp. 42–43, 48–49.
  19. Henry 1999, pp. 67–78.
  20. Roebuck, Nigel (October 2008). "The best of enemies". Motor Sport. Vol. 84 no. 10. pp. 66–70. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 March 2020.
  21. Henry 1999, pp. 95–99.
  22. Henry 1999, p. 102–106, 120–121, 132.
  23. Eason, Kevin (16 January 2009). "Ron Dennis leaves McLaren in safe hands". The Times. ISSN 0140-0460. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 June 2011. สืบค้นเมื่อ 11 November 2011.
  24. Benson, Andrew (16 January 2014). "Ron Dennis replaces Martin Whitmarsh as CEO in coup". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 January 2014.
  25. Noble, Jonathan (26 August 2014). "Ex-team principal Martin Whitmarsh formally parts ways with McLaren". Autosport.com. Haymarket Media Group. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 August 2014. สืบค้นเมื่อ 10 September 2014.
  26. Benson, Andrew (15 September 2017). "McLaren-Honda split after three years of troubled partnership". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 15 September 2017.
  27. "McLaren F1 to be powered by Mercedes-Benz from 2021". McLaren Racing. 27 September 2019. สืบค้นเมื่อ 28 September 2019.
  28. "McLaren agree extension to use Mercedes power until 2030". Formula One. 24 November 2023. สืบค้นเมื่อ 24 November 2023.
  29. Richards, Giles (8 December 2024). "Lando Norris wins Abu Dhabi F1 GP as McLaren take first title since 1998". The Guardian. ISSN 1756-3224. สืบค้นเมื่อ 10 December 2024.
  30. Saunders, Nate (5 October 2025). "McLaren win back-to-back F1 constructors' championship; 10th overall". ESPN. สืบค้นเมื่อ 9 October 2025.
  31. Benson, Andrew (7 December 2025). "Lando Norris wins F1 drivers' title in Abu Dhabi Grand Prix won by Max Verstappen". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 8 December 2025.
  32. Malsher, David (9 August 2019). "McLaren returns to IndyCar full-time partnering with Arrow SPM". Motorsport.com. Motorsport Network. สืบค้นเมื่อ 9 August 2019.
  33. "McLaren Racing buys majority share of Arrow McLaren SP". Sportsnet.ca. Rogers Media. Associated Press. 8 August 2021. สืบค้นเมื่อ 27 August 2021.
  34. "McLaren Racing to enter Extreme E in 2022". McLaren Racing. 11 June 2021. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 August 2021. สืบค้นเมื่อ 20 August 2021.
  35. "Team statement: 2024 Extreme E Championship season update". McLaren Raing. 6 September 2024. สืบค้นเมื่อ 12 December 2025.
  36. Boxall-Legge, Jake (25 April 2025). "McLaren firms up Formula E exit to focus on WEC entry". Autosport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 April 2025. สืบค้นเมื่อ 25 April 2025.
  37. "McLaren F1 GTR race car – Introduction". McLaren Automotive. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 July 2008. สืบค้นเมื่อ 9 April 2010.
  38. Watkins, Gary (10 April 2025). "McLaren bids for Le Mans outright victory with future WEC entry". Motorsport.com. Motorsport Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 April 2025. สืบค้นเมื่อ 10 April 2025.
  39. Watkins, Gary (13 June 2025). "United Autosports to run McLaren Hypercar programme, Dallara tie-up agreed". Motorsport.com. Motorsport Network. สืบค้นเมื่อ 13 June 2025.
  40. Diepraam, Mattijs (18 January 2019). "World Championship points systems". 8W. Forix. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 September 2019. สืบค้นเมื่อ 1 December 2020.
  41. "McLaren hit with constructors' ban". BBC Sport. 13 September 2007. สืบค้นเมื่อ 13 September 2007.
  42. "McLaren launch appeal over points". BBC Sport. 8 August 2007. สืบค้นเมื่อ 8 August 2007.
  43. "McLaren – Season". StatsF1. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 October 2023. สืบค้นเมื่อ 13 December 2025.
  44. "McLaren – Grands Prix started". StatsF1. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 December 2024. สืบค้นเมื่อ 13 December 2025.
  45. "Hall of Fame – the World Champions". Formula One. สืบค้นเมื่อ 26 July 2015.

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]