เอ็ดการ์ ดาวิดส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอ็ดการ์ ดาวิดส์
Edgar Davids (© Paul Blank)
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เอ็ดการ์ สตีเวน ดาวิดส์
วันเกิด 13 มีนาคม ค.ศ. 1973 (41 37)
สถานที่เกิด ปารามาริโบ, ซูรินาเม
(at the time part of the Netherlands)
ส่วนสูง 1.70 ม. (5 ฟุต 7 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรับ
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน Barnet (ผู้เล่น-โค้ช)
สโมสรเยาวชน
Ajax
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1992-1996 Ajax 106 (20)
1996-1997 Milan 19 (2)
1997-2004 Juventus 159 (8)
2004 Barcelona (loan) 18 (1)
2004-2005 Internazionale 14 (2)
2005-2007 Tottenham Hotspur 40 (1)
2007-2008 Ajax 30 (1)
2010 Crystal Palace 6 (0)
2012- Barnet 0 (0)
รวม 392 (35)
ทีมชาติ
1994-2005 Netherlands 74 (6)
ผู้จัดการทีม
2012– Barnet (Joint-Head Coach)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 30 October 2010.

† ลงเล่น (ประตู).

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 14 November 2009

เอ็ดการ์ สตีเวน ดาวิดส์ (ดัตช์: Edgar Steven Davids; เกิด 13 มีนาคม ค.ศ. 1973) เป็นนักฟุตบอลชาวเนเธอร์แลนด์ หลังจากเริ่มต้นอาชีพของเขากับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาเล่นให้เอซีมิลาน, ยูเวนตุส, บาร์เซโลนา, อินเตอร์มิลาน และทอตแนมฮ็อตสเปอร์ ก่อนที่จะกลับไปยังอาแจ็กซ์ สองปีหลังจากออกจากการแข่งขันฟุตบอล ดาวิดส์ได้เซ็นสัญญาให้กับสโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ ในปี 2010

ดาวิดส์เป็นโรคต้อหิน ซึ่งจะต้องให้เขาสวมแว่นตาป้องกันในระหว่างการแข่งขันฟุตบอล ทรงผมเดรดล็อกส์และตาของเขาที่สวมแว่นป้องกันไว้ทำให้ดาวิดส์เป็นนักฟุตบอลที่รู้จักกันมากที่สุดในยุคของเขา[1][2] ดาวิดส์เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับเลือกโดยเปเล่ให้เป็นที่โดดเด่นในฟีฟ่า 100 รายชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอล

เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของกองกลางในชุดปัจจุบันของทีม NEC ลอเรนโซ ดาวิดส์

ในวงการฟุตบอลสโมสรระดับอาชีพ[แก้]

เริ่มต้นอาชีพ[แก้]

ดาวิดส์เริ่มต้นอาชีพของเขาที่อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในปี 1991 การเปิดตัวครั้งแรกของเขาในวันที่6 กันยายน ชนะในบ้าน เหนือRKC วาลวิค 5-1 เขาช่วยให้อาแจ็กซ์ได้แชมป์เอเรดิวิซี ลีกสูงสุดในประเทศถึง 3 ครั้ง รวมทั้งความสำเร็จในระดับทวีปยุโรปกับยูฟ่าคัพ 1992 และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1995 ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศ ปี 1996 เขายิงจุดโทษไม่เข้าครั้งแรกของอาแจ็กซ์ ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็แพ้ให้กับยูเวนตุส ในขณะที่อาแจ็กซ์ เขาได้ฉายาว่า "พิตบูล" โดยผู้จัดการทีม หลุยส์ ฟาน กัล เนื่องจากสไตล์การเล่นของเขารุนแรงและการกัดในตำแหน่งกองกลาง

มิลานและยูเวนตุส[แก้]

ดาวิดส์ปะทะกับผู้เล่นเอซีมิลาน เจนนาโร กัตตูโซ ในระหว่างการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่28 พฤษภาคม 2003

ในช่วงต้นฤดูกาล 1996-97 ดาวิดส์ย้ายไปประเทศอิตาลีเพื่อไปเล่นที่เอซีมิลาน หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จซึ่งเขาล้มเหลวในการสร้างตัวเองในทีมแรก เขาย้ายไปยูเวนตุส ซึ่งเป็นคู่แข่งในลีก ในเดือนธันวาคม 1997 ด้วยค่าตัว 5.3 ล้านปอนด์.[3] หกปีที่ประสบความสำเร็จในตูรินตามมา และดาวิดส์ช่วยให้ยูเวนตุสได้แชมป์เซเรียอา ในปี 1998 2002 และ 2003 ผู้จัดการทีมยูเวนตุส มาร์เชลโล ลิปปี้ เคยอธิบายว่าเขาเป็น "ห้องเครื่องยนต์ส่วนตัว" วันที่17 พฤษภาคม 2001 ดาวิดส์ถูกแบนโดยฟีฟ่า เมื่อเขาผ่านการทดสอบสารต้องห้ามอนาบอลิค สเตียรอยด์ และนันโดรโลน[4] เขามักจะสร้างแรงบันดาลใจในทวีปยุโรป เขาเล่นได้ 15 นาที ทางสโมสรพยายามทำทุกวิธีเพื่อยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2002-03 รอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่จะแพ้เอซีมิลานในการยิงจุดโทษ

บาร์เซโลนา[แก้]

ดาวิดส์เข้าร่วมทีมบาร์เซโลนาซึ่งยืมตัวมาจากยูเวนตุส เมื่อเดือนมกราคม 2004 และได้เข้าร่วมผ่านฤดูกาลที่สโมสรดิ้นรนอยู่ในกลางตารางและเมื่อเร็วๆนี้ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมภายใต้ความกดดันเป็นอย่างมาก ดาวิดส์ทำให้บาร์ซาประสบความสำเร็จ การฟื้นตัวแบบที่เคยเห็นมาจบที่อันดับสองในลีก รองจากบาเลนเซีย[5] เมื่อเดินทางมาถึง ดาวิดส์ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นตัวเร่งสำหรับการครอบงำสโมสรฟุตบอลคาตาลันของสเปนและสโมสรในทวีปยุโรป ในช่วงกลางถึงปลายของยุค 2000 และไรจ์การ์ดชนะลาลีกาในฤดูกาลถัดไป (หลังจากที่ 5 ปีไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุด) และได้ดับเบิลแชมป์ (ลาลีกากับยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก) ในปี 2006[6]

อินเตอร์และสเปอร์ส[แก้]

ในช่วงฤดูร้อนของปี 2004 เขาย้ายไปอินเตอร์มิลานถาวร ด้วยสัญญา 3 ปี[7] การเล่นกับอินเตอร์สิ้นสุดลงในเดือนสิงหาคม 2005 ซึ่งสัญญายังเหลืออยู่อีก 1 ปี เขาย้ายไปประเทศอังกฤษเพื่อเล่นในสเปอร์สด้วยค่าตัวฟรี[8] เขาได้ประสบความสำเร็จในสเปอร์สและกลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลโดยทันที ประตูแรกและประตูเดียวของเขาคือนัดที่ชนะวีแกนนอกบ้าน 2-1[9] ดาวิดส์เล่นให้กับสเปอร์สในฤดูกาล 2005-06 และ 2006-07 ทั้งที่สโมสรได้ที่ 5 หลังจบฤดูกาล

กลับไปยังอาแจ็กซ์[แก้]

ดาวิดส์กลับไปยังอาแจ็กซ์อีกครั้งเมื่อวันที่28 มกราคม 2007[10] และนัดแรกของเขาคือนัดที่อาแจ็กซ์พบทีมคู่แข่ง เฟเยนูร์ดเมื่อวันที่4 กุมภาพันธ์[11] หลังจากที่สลับไปกลางฤดูกาล ดาวิดส์ได้พิสูจน์คุณค่าสำหรับทีมอาแจ็กซ์อีกครั้ง เขาเป็นหนึ่งในกองกลางคนสำคัญในการประสานงานเพื่อได้แชมป์ดัตช์ เขาทำได้ประตูเดียว และแพ้ให้กับพีเอสวีในวันสุดท้ายของลีก นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในแคมเปญถ้วยของอาแจ็กซ์ เขามีความปลอดภัยสำหรับการแข่งขันเคเอ็นวีบีคัพสำหรับอาแจ็กซ์ จากการยิงจุดโทษในเกมพบกับอาแซด อัลค์มาร์

ดาวิดส์กอดผู้จัดการทีมอาแจ็กซ์ ดาวิด เอนท์ ในช่วงเวลาที่สองของเขากับอาแจ็กซ์ โดยมีโธมัส แฟร์มาเลน และเกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล อยู่ด้านหลัง

ก่อนที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 2007-08 ดาวิดส์ขาหักในนัดกระชับมิตรก่อนฤดูกาลกับโก อเฮด อีเกิลส์ ในฝั่งเยื่อบุของเขาในรอบสามเดือน[12] ในเดือนพฤษภาคม 2008 ดาวิดส์กล่าวว่าเขาจะออกจากอาแจ็กซ์เมื่อสัญญาของเขาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่30 มิถุนายน[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Goggles are Davids' most glaring feature". Soccertimes.com. 7 March 2003. สืบค้นเมื่อ 19 December 2008. 
  2. "Edgar Davids Profile". World Soccer News. สืบค้นเมื่อ 19 December 2008. 
  3. David v Goliath?
  4. "Davids and Couto hit with FIFA bans". London: Telegraph. 2001-05-31. สืบค้นเมื่อ 2009-10-09. 
  5. Lowe, Sid (1 March 2004). "Davids drags Barca back to life". London: Guardian. สืบค้นเมื่อ 2010-04-27. 
  6. Lowe, Sid (2010-01-29). "The Joy of Six: game-breaking transfers during the season". London: Guardian. สืบค้นเมื่อ 2010-04-27. 
  7. inter.it, Edgar Davids joins Inter, 11 July 2004
  8. [1], Tottenham complete Davids signing , 3 August 2005
  9. [2], Wigan 1-2 Tottenham , 26 ember 2005
  10. nos.nl, Davids signs for Ajax. 28 January 2007
  11. "Tactical Formation". Football-Lineups.com. สืบค้นเมื่อ February 7, 2007. 
  12. "Ajax midfielder Davids breaks leg". BBC Sport. 22 July 2007. 
  13. Herbert, Ian (May 21, 2008). "Transfer news and speculation, 21 May". Independent, The (London). สืบค้นเมื่อ 2008-08-01.