เอเลี่ยน (แฟรนไชส์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอเลียน (ภาพยนตร์ชุด))
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"ภาพยนตร์ชุดเอเลี่ยน" เปลี่ยนทาง มาที่นี่ For ภาพยนตร์ที่มีเอเลียน, see รายชื่อภาพยนตร์ที่มีสิ่งมีชีวิตนอกโลก.
เอเลี่ยน
Alien
Alien (franchise) logo.png
โลโก้แฟรนไชส์อย่างเป็นทางการ
สร้างโดยแดน โอแบนนอน
โรนัลด์ ชูเซตต์
งานต้นฉบับเอเลี่ยน (1979)
เจ้าของทเวนตีท์เซนจูรีสตูดิโอส์
สื่อสิ่งพิมพ์
นวนิยายรายชื่อนวนิยาย
การ์ตูนรายชื่อการ์ตูน
นิตยสาร
  • เอมไพร์คลาสสิกส์ - เอเลี่ยน: เดอะคอมพลีตฮิสทรีออฟออล 8 ฟิล์มส (2018)
ภาพยนตร์และโทรทัศน์
ภาพยนตร์ภาพยนตร์ชุดดั้งเดิม

ภาพยนตร์ชุดต้น

ภาพยนตร์สั้นรายชื่อภาพยนตร์สั้น
เว็บซีรีส์
การแสดงละคร
ละคร
เกมส์
ดั้งเดิมสินค้า
วิดีโอเกมส์รายชื่อวิดีโอเกม
เสียง
เพลงประกอบ
เบ็ดเตล็ด
ของเล่นสินค้า

เอเลี่ยน (อังกฤษ: Alien) เป็นสื่อแฟรนไชส์บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์สยองขวัญ/โลดโผน มีศูนย์กลางอยู่ที่ภาพยนตร์ชุด ซึ่งแสดงการต่อสู้ระหว่าง พันจ่า เอลเลน ริปลีย์ (ซิกอร์นีย์ วีเวอร์) กับ สิ่งมีชีวิตนอกโลก เรียกว่า "ดิ เอเลี่ยน" หรือ ซีโนมอร์ฟ ภาพยนตร์ชุดสร้างและจัดจำหน่ายโดย ทเวนตีท์เซนจูรีสตูดิโอส์ โดยเริ่มต้นจากภาพยนตร์ เอเลี่ยน (1979) กำกับโดย ริดลีย์ สก็อต ตามมาด้วยภาพยนตร์ภาคต่ออีกสามภาค ได้แก่ เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก, เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล และ เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่ ซึ่งกำกับโดย เจมส์ คาเมรอน, เดวิด ฟินเชอร์และฌอง-ปีแอร์ จูเนต์ ตามลำดับ

สก็อตยังได้กำกับภาพยนตร์ชุดต้น ประกอบด้วย โพรมีธีอุส (2012) และ เอเลี่ยน: โคเวแนนท์ (2017) ซึ่งเล่าเรื่องราวของ เดวิด 8 แอนดรอยด์ที่ชั่วร้าย และผู้สร้างสัตว์ประหลาดเอเลี่ยนที่เรียกว่า "เอนจิเนียร์ส" ซีรีส์มีการจัดจำหน่าย นวนิยาย, การ์ตูนและวิดีโอเกม จำนวนมาก มีการข้ามฝั่งกันระหว่างแฟรนไชส์ เอเลี่ยน กับ แฟรนไชส์ พรีเดเตอร์ กลายเป็น แฟรนไชส์ เอเลี่ยน ปะทะ พรีเดเตอร์ ทำให้เกิดเป็นภาพยนตร์สองเรื่อง, การ์ตูน, หนังสือและวิดีโอเกมตามมา

ฉากหลัง[แก้]

โลโก้และคำขวัญสมมติของ เวย์แลนด์-ยูทานิ จาก เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก

แฟรนไชส์ เอเลี่ยน แสดงการเผชิญหน้าที่อันตรายระหว่างมนุษย์กับเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างดาวที่คล้ายปรสิตซึ่งเป็นอันตราย[1] การดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 21 ถึง 24 มนุษย์กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถเดินทางในอวกาศได้และมีการก่อตั้งการปกครองระหว่างดวงดาว หลังจากการควบรวมกิจการของสองบริษัทใหญ่ เวย์แลนด์ คอร์โปเรชัน และ ยูทานิ คอร์โปเรชัน การเดินทางระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ในอวกาศนั้นใช้เวลานาน โดยปกติจะใช้เวลานานหลายเดือนหรือหลายปี และจำเป็นต้องใช้การแช่แข็งร่างกาย เพื่อให้ร่างกายคงสภาพเดิม[2] ตลอดซีรีส์นั้น ตัวละครหลายตัวมักจะถูกปั่นหัวซ้ำ ๆ และทำให้ตกอยู่ในอันตรายจากความโลภและไร้ศีลธรรมของ เวย์แลนด์-ยูทานิ คอร์ป บริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการจับตัวเอเลี่ยนเพื่อเอามาทำเป็นอาวุธชีวภาพ[1][3]

ซีรีส์ยังได้ให้เรื่องราวสมมติของต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หลายพันล้านปีก่อนเหตุการณ์หลักในภาพยนตร์ มีสมาชิกคนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ที่คล้ายมนุษย์โบราณ เรียกว่า เอนจิเนียร์ส ได้เสียสละตัวเอง เพื่อให้ดีเอ็นเอของเขาเป็นจุดกำเนิดของมนุษยชาติ การทดลองอื่น ๆ ของเอนจิเนียร์ส มีการออกแบบสารก่อกลายพันธุ์ที่ร้ายแรงเพื่อกำจัดเผ่าพันธุ์มนุษย์และปูทางให้เอเลี่ยนเพิ่มจำนวนขึ้นผ่านการการฝังตัวอ่อนในเจ้าของร่าง[4][1] เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหลายชั่วอายุคนนั้นได้รับการบันทึกตลอดแฟรนไชส์

ลูกเรือที่โดยสารมากับ ยูเอสซีเอสเอส โพรมีธีอุส ยานอวกาศวิทยาศาสตร์ที่หรูหรา เสียชีวิตเกือบทั้งหมดหลังพวกเขาค้นพบเอนจิเนียร์สและสารก่อกลายพันธุ์เอเลี่ยน[4] เดวิด 8 แอนดรอยด์ที่มากับยาน โพรมีธีอุส ได้ทดลองสารก่อกลายพันธุ์บนโลกของเอนจิเนียร์ส (ชื่อว่า แพเนต 4) ทำให้ทำลายล้างประชากรของเอนจิเนียร์สทั้งหมดและต่อมาได้ล่อลวงยานอวกาศอาณานิคม ยูเอสซีเอสเอส โคเวแนนท์ เพื่อสานต่องานของเขา[5] สิบปีต่อมา ลูกเรือของยานอวกาศบรรทุกสินค้า ยูเอสซีเอสเอส นอสโตรโม ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากยานอวกาศเอเลี่ยนซึ่งตกบนดาวแอเคอรอน หรือ แอลวี-426 ทำให้ตัวอ่อนของเอเลี่ยนฝังต้วในร่างโดยไม่ตั้งใจ นำไปสู่การทำลายของยานอวกาศ[6] เอลเลน ริปลีย์ ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจาก นอสโตรโม และเป็นตัวละครหลักของภาพยนตร์ชุดดั้งเดิม สัมผัสประสบการณ์การเผชิญหน้ากับเอเลี่ยนและเวย์แลนด์-ยูทานิอยู่หลายครั้ง เมื่อเธอกลับไปยังดาวแอเคอรอน/แอลวี-426 พร้อมกับอาณานิคมนาวิกโยธิน ซึ่งโดยสารบนยานอวกาศ ยูเอสซีเอสเอส ซูลาโก ในที่สุดก็นำไปสู่การฆ่าตัวตายของเธอบนดาว ฟิโอรินา 161 ดาวเรือนจำที่มีแต่ความรุนแรง ต่อมาอีกหลายร้อยปีมีการสร้างโคลนของริปลีย์ขึ้นบนยานอวกาศวิจัยทางทหาร ยูเอสเอม ออริกา[3][7]

เบื้องหลัง[แก้]

หลังถ่ายทำภาพยนตร์ ดาร์ก สตาร์ (1974) เสร็จ นักเขียนบท แดน โอแบนนอน ต้องการพัฒนาแนวคิดบางอย่าง (โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง "มนุษย์ต่างดาวล่าลูกเรือผ่านยานอวกาศ") และสร้างภาพยนตร์บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์โลดโผน ใช้ชั่วคราวว่า เมโมรี โครงการนี้มีนักเขียนบทภาพยนตร์ โรนัลด์ ชูเซตต์ ร่วมมือด้วย โดยชูเซตต์แนะนำให้เพิ่มองค์ประกอบจากแนวคิดภาพยนตร์เรื่องอื่นของโอแบนนอน ก็คือ เกรมลินส์ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเกรมลินที่สร้างความปั่นป่วนบนเครื่องบินทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังทั้งสองคนเขียนบทภาพยนตร์เสร็จ ช่วงแรกใช้ชื่อว่า สตาร์ บีสต์ —ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น เอเลี่ยน หลังโอแบนนอนสังเกตเห็นจำนวนครั้งที่คำว่า เอเลี่ยน ปรากฏอยู่ในบทภาพยนตร์[8][9] บทภาพยนตร์ถูกขายให้กับ แบรนดีไวน์โปรดักชันส์ บริษัทก่อตั้งโดย ผู้อำนวยการสร้าง กอร์ดอน แคร์โรลล์, เดวิด ไกเลอร์และวอลเตอร์ ฮิลล์ ซึ่งมีข้อตกลงการจัดจำหน่ายกับทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ (ทเวนตีท์เซนจูรีสตูดิโอส์ ปัจจุบัน) เหล่านักเขียนคาดว่ามันจะเป็นภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างต่ำ แต่ด้วยความสำเร็จของ สตาร์ วอร์ส ทำให้มีแนวโน้มที่ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์จะลงทุนด้วยจำนวนเงินหลายล้าน[10]

ในบทภาพยนตร์เดิม ลูกเรือยานอวกาศเป็นผู้ชายทั้งหมด (แม้ว่าในส่วนของ "ตัวละครของนักแสดง" จะระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ลูกเรือเป็นทั้งสองเพศและทุกส่วนสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง") รวมถึงตัวละครริปลีย์ ซึ่งจะแสดงโดย ทอม สเกอร์ริตต์ ต่อมา อลัน แลดด์ จูเนียร์ ประธานของฟอกซ์และผู้อำนวยการสร้างที่แบรนดีไวน์ได้ยินข่าวลือว่าฟอกซ์กำลังทำงานภาพยนตร์เรื่องอื่นที่แสดงนำโดยผู้หญิงแกร่ง จึงได้มีการตัดสินใจให้บทของริปลีย์เป็นผู้หญิงและสเกอร์ริตต์ให้แสดงเป็นกัปตันดัลลาสแทน ก่อนเริ่มการถ่ายทำ เวโรนิกา คาร์ตไรต์ ถูกเลือกให้แสดงบทรีปลีย์ แต่ผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อต เลือก ซิกอร์นีย์ วีเวอร์ แทนหลังจากที่เขาดูทดสอบหน้ากล้องของเธอ[8][11] ทำให้คาร์ตไรต์เล่นเป็นคนนำทางแลมเบิร์ตในภาพยนตร์แทน ซึ่งเป็นลูกเรือคนสุดท้ายที่ถูกสังหาร

เอช. อาร์ ไกเกอร์ จิตรกรและช่างแกะสลักชาวสวิส เป็นผู้ออกแบบเอเลี่ยนในร่างโตเต็มวัยและซากยานอวกาศ ขณะที่ เมอบิอุส ศิลปินชาวฝรั่งเศส สร้างรูปลักษณ์ของชุดอวกาศและ รอน คอบบ์ ออกแบบฉากในการถ่ายทำ[12][8][13]

ขณะที่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่กำกับโดย ริดลีย์ สก็อตต์ นั้นประสบความสำเร็จ ฟอกซ์ไม่ได้ตัดสินใจให้มีการสร้างภาคต่อในทันที จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 1983 เมื่อ เจมส์ แคเมรอน แสดงความสนใจต่อผู้อำนวยการสร้าง เดวิด ไกเลอร์ ที่ต้องการจะสานต่อเนื้อเรื่องของ เอเลี่ยน หลัง ฅนเหล็ก 2029 ของแคเมรอนกลายเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมในบ็อกซ์ออฟฟิศ แคเมรอนและเกล แอนน์ เฮิร์ดได้รับการอนุมัติให้กำกับและสร้างภาคต่อ เอเลี่ยน กำหนดฉายปี ค.ศ. 1986[14] แคเมรอนเขียนบทภาพยนตร์จากเนื้อเรื่องที่เขาพัฒนาขึ้นมากับไกเลอร์และวอลเตอร์ ฮิลล์

หลังจากภาพยนตร์ภาคที่สองฉายแล้ว วีเวอร์ไม่สนใจที่จะกลับมารับบทเดิม ทำให้ผู้อำนวยการสร้าง เดวิด ไกเลอร์และวอลเตอร์ ฮิลล์ ต้องสร้างภาพยนตร์ เอเลี่ยน ภาคที่สามโดยที่ไม่มีตัวละครรีปลีย์ แต่ โจ รอธ ประธานของฟอกซ์ ไม่เห็นด้วยกับการไม่มีตัวละครรีปลีย์ และวีเวอร์ได้รับข้อเสนอด้วยเงินเดือนจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐและให้มีชื่อเป็นผู้อำนวยการสร้างใน เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล ภาพยนตร์ฉายเมื่อปี ค.ศ. 1992 ภาพยนตร์ดังกล่าวมีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น การถ่ายทำเริ่มต้นทั้ง ๆ ที่บทภาพยนตร์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์และได้ใช้เงินไปแล้ว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ เดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ ถูกจ้างให้เป็นผู้กำกับแทน[15] ไกเลอร์, ฮิลล์และแลร์รี เฟอร์กูสัน เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์จากเนื้อเรื่องของบทภาพยนตร์ก่อนหน้านี้โดย วินเซนต์ วอร์ด หลังจากการถ่ายทำเสร็จสมบูรณ์เมื่อปลายปี ค.ศ. 1991 สตูดิโอได้นำภาพยนตร์กลับมาทำใหม่ โดยที่ เดวิด ฟินเชอร์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับการยินยอม[16] การเสียชีวิตของริปลีย์ถูกออกแบบให้เป็นการปิดฉากแฟรนไชส์ เอเลี่ยน โดยการสังหารตัวละครหลัก

ขณะที่การตอบรับของ เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล จากแฟนและนักวิจารณ์นั้นไม่ดีนัก แต่ภาพยนตร์กลับทำเงินได้ดีในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก ทำให้ฟ็อกซ์สนใจในการสานต่อแฟรนไชส์ เมื่อปี ค.ศ. 1996 การสร้างภาพยนตร์เอเลี่ยนเรื่องที่สี่ เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่ ก็เริ่มขึ้น ริปลีย์นั้นไม่อยู่ในบทร่างแรกของบทภาพยนตร์และวีเวอร์ไม่สนใจที่จะกลับมารับบทเดิม สุดท้ายเธอก็กลับมาเข้าร่วมโครงการหลังได้รับข้อเสนอด้วยเงินเดือนจำนวน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐและมีอำนาจในการควบคุมความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น รวมถึงการอนุมัติของผู้กำกับ บทดำเนินเรื่อง 200 ปีหลังเหตุการณ์ใน เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล ฟิ้นคืนชีพตัวละครริปลีย์โดยการโคลนนิ่งมนุษย์[17] ภาพยนตร์กำกับโดย ฌอง-ปีแอร์ จูเนต์ และฉายเมื่อปี ค.ศ. 1997 ภาพยนตร์ประสบปัญหาการถ่ายทำที่ยืดเยื้อและถูกอธิบายโดยผู้เขียนบท จอสส์ วีดอน ว่าทำ ทุกอย่างผิดไปหมด จากบทของเขา[18]

ภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์ วันฉายในสหรัฐ ผู้กำกับ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ เนื้อเรื่องโดย ผู้อำนวยการสร้าง
ภาพยนตร์ชุดดั้งเดิม
เอเลี่ยน
(Alien)
25 พฤษภาคม ค.ศ. 1979 (1979-05-25) ริดลีย์ สก็อต แดน โอแบนนอน แดน โอแบนนอนและโรนัลด์ ชูเสตต์ กอร์ดอน แคร์โรลล์, เดวิด ไกเลอร์และวอลเตอร์ ฮิลล์
เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก
(Aliens)
18 กรกฎาคม ค.ศ. 1986 (1986-07-18) เจมส์ คาเมรอน เจมส์ คาเมรอน, เดวิด ไกเลอร์และวอลเตอร์ ฮิลล์ เกล แอนน์ เฮิร์ด
เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล
(Alien 3)
22 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (1992-05-22) เดวิด ฟินเชอร์ เดวิด ไกเลอร์, วอลเตอร์ ฮิลล์และแลร์รี เฟอร์กูสัน วินเซนด์ วอร์ด กอร์ดอน แคร์โรลล์, เดวิด ไกเลอร์และวอลเตอร์ ฮิลล์
เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่
(Alien Resurrection)
26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 (1997-11-26) ฌอง-ปีแอร์ จูเนต์ จอสส์ วีดอน กอร์ดอน แคร์โรลล์, เดวิด ไกเลอร์, วอลเตอร์ ฮิลล์และบิลล์ บาดาลาโต
ภาพยนตร์ชุดต้น
โพรมีธีอุส
(Prometheus)
8 มิถุนายน ค.ศ. 2012 (2012-06-08) ริดลีย์ สก็อต จอน สไปทส์และเดมอน ลินเดลอฟ เดวิด ไกเลอร์, วอลเตอร์ ฮิลล์และริดลีย์ สก็อต
เอเลี่ยน: โคเวแนนท์
(Alien: Covenant)
19 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 (2017-05-19) จอห์น โลแกนและดันเต ฮาร์เปอร์ แจ็ค แพกเลนและไมเคิล กรีน เดวิด ไกเลอร์, วอลเตอร์ ฮิลล์, ริดลีย์ สก็อต, มาร์ก ฮัฟฟามและมิคาอิล ชีฟเฟอร์

ภาพยนตร์ชุดดั้งเดิม[แก้]

เอเลี่ยน (1979)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เอเลี่ยน (ภาพยนตร์)

ขณะที่ยานอวกาศเชิงพาณิชย์ ยูเอสซีเอสเอส นอสโตรโม กำลังเดินทางกลับโลก ได้จับสัญญาณลึกลับจากยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่ถูกทิ้งร้างบนดาวเคราะห์น้อย ลูกเรือของยานอวกาศจึงเดินทางไปสำรวจที่นั่น ขณะที่กำลังสำรวจยานอวกาศดังกล่าว หนึ่งในลูกเรือของ นอสโตรโม ค้นพบซากศพนักบินของยานและห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยวัตถุคล้ายไข่เป็นจำนวนมาก ไข่ใบหนึ่งได้ปล่อยสัตว์ตัวหนึ่งออกมาแล้วไปติดที่หน้าของลูกเรือคนหนึ่งแล้วทำให้เขาหมดสติ ลูกเรือคนอื่น ๆ จึงนำตัวเขาขึ้นยานอวกาศแล้วกักตัว ต่อมาปรสิตได้ตายแล้วลูกเรือคนดังกล่าวก็ฟิ้นขึ้นเป็นปกติ แต่ต่อมาไม่นาน สิ่งมีชีวิตต่างดาวระเบิดออกมาจากหน้าอกของเขาและโตขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นสัตว์ประหลาดสูง 2.5 เมตร แล้วก็เริ่มไล่ฆ่าลูกเรือคนอื่น ๆ

เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก (1986)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก

เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล (1992)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล

เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่ (1997)[แก้]

การตอบรับ[แก้]

การทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศ[แก้]

ภาพยนตร์ วันฉาย รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศ ทุนสร้าง อ้างอิง
อเมริกาเหนือ ต่างประเทศ ทั่วโลก
เอเลี่ยน 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1979 $80,931,801 $122,698,829 $203,630,630 $11 ล้าน [19]
เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1986 $85,160,248 $98,156,207 $183,316,455 $18 ล้าน [19]
เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 $55,473,545 $104,340,953 $159,814,498 $50 ล้าน [19]
เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 $47,795,658 $113,580,410 $161,376,068 $70 ล้าน [19]
โพรมีธีอุส 8 มิถุนายน ค.ศ. 2012 $126,477,084 $276,877,385 $403,354,469 $125 ล้าน [19]
เอเลี่ยน: โคเวแนนท์ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 $74,262,031 $164,600,000 $240,891,763 $97 ล้าน [19]
ทั้งหมด $470,100,367 $880,253,784 $1,352,383,883 (E) $371 ล้าน
รายชื่อตัวบ่งชี้
  • (E) ระบุจำนวนตัวเลขตามข้อมูลที่มีอยู่

โปรดทราบว่าตัวเลขในตารางนี้ไม่ได้ถูกปรับอัตราเงินเฟ้อ ในกรณีที่จำนวนตัวเลขสองตัวแตกต่างกันที่ยกมาจากรายได้ของบ็อกซ์ออฟฟิศ ข้อมูลนั้นถูกนำมาจากสองแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกัน

การตอบรับของนักวิจารณ์[แก้]

ภาพยนตร์ รอตเทนโทเมโทส์ เมทาคริติก ซีนะมาสกอร์
เอเลี่ยน 98% (คะแนนเฉลี่ย 9.09/10) (121 บทวิจารณ์)[20] 89 (34 บทวิจารณ์)[21] N/A
เอเลี่ยน 2 ฝูงมฤตยูนอกโลก 97% (คะแนนเฉลี่ย 8.99/10) (74 บทวิจารณ์)[22] 84 (22 บทวิจารณ์)[23] A[24]
เอเลี่ยน 3 อสูรสยบจักรวาล 43% (คะแนนเฉลี่ย 5.34/10) (54 บทวิจารณ์)[25] 59 (20 บทวิจารณ์)[26] C[24]
เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่ 55% (คะแนนเฉลี่ย 5.79/10) (80 บทวิจารณ์)[27] 63 (21 บทวิจารณ์)[28] B−[24]
โพรมีธีอุส 73% (คะแนนเฉลี่ย 6.95/10) (303 บทวิจารณ์)[29] 64 (43 บทวิจารณ์)[30] B[24]
เอเลี่ยน: โคเวแนนท์ 66% (คะแนนเฉลี่ย 6.3/10) (392 บทวิจารณ์)[31] 65 (52 บทวิจารณ์)[32] B[24]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Aliens (Motion picture). A 20th Century Fox / Brandywine Production. OCLC 901628690.
  2. Dean Foster, Alan (1978). Alien: The Official Novelization. Bankside, London, United Kingdom: Titan Publishing Group. p. 11. ISBN 978-1783290154.
  3. 3.0 3.1 Alien 3 (Motion picture). A 20th Century Fox / Brandywine Production. May 22, 1992. OCLC 776089792.
  4. 4.0 4.1 Prometheus (Motion picture). 20th Century Fox in association with Scott Free/Brandywine Productions. June 8, 2012. OCLC 1001820935.
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ AlienCovenant
  6. Alien (Motion picture). A 20th Century Fox / Brandywine-Ronald Shusett Production. May 25, 1979. OCLC 1004988675.
  7. Alien Resurrection (Motion picture). 20th Century Fox in association with Brandywine Productions. November 26, 1997. OCLC 949883923.
  8. 8.0 8.1 8.2 McIntee, David A. (2005). Beautiful Monsters: The Unofficial and Unauthorised Guide to the Alien and Predator Films. Telos. pp. 19–28.
  9. Scanlon, Paul; Michael Cross (1979). The Book of Alien. London: Titan Books. ISBN 1-85286-483-4.
  10. "Star Beast: Developing the Story", The Beast Within: The Making of Alien.
  11. "Truckers in Space: Casting", The Beast Within: The Making of Alien
  12. Lina Badley, Film, and the Body Fantastic: Contributions to the Study of Popular Culture, Greenwood Press 1995
  13. Sutton, Robert. "R0BTRAIN's Bad Ass Cinema: Alien". Archived from the original on November 9, 2007. สืบค้นเมื่อ September 4, 2006. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  14. Schickel, Richard (July 28, 1986). "Help! They're Back!". TIME. สืบค้นเมื่อ July 16, 2007.
  15. "Last in Space". Entertainment Weekly. May 29, 1992. Archived from the original on January 6, 2008. สืบค้นเมื่อ December 14, 2007. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  16. "David Fincher". Senses of Cinema. July 25, 2003. Archived from the original on December 1, 2007. สืบค้นเมื่อ December 14, 2007. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  17. Hochman, David (December 5, 1997). "Beauties and the Beast". Entertainment Weekly. Archived from the original on January 6, 2008. สืบค้นเมื่อ December 14, 2007. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  18. "Joss for a minute: A brief chat with Joss Whedon". December 16, 2005. Archived from the original on December 20, 2007. สืบค้นเมื่อ December 14, 2007. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  19. 19.0 19.1 19.2 19.3 19.4 19.5 "Alien franchise". The Numbers. สืบค้นเมื่อ September 1, 2015.
  20. "Alien". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ February 16, 2020.
  21. "Alien (1979): Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ April 9, 2019.
  22. "Aliens". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ March 16, 2020.
  23. "Aliens (1986): Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ August 20, 2018.
  24. 24.0 24.1 24.2 24.3 24.4 "Cinemascore". Archived from the original on 2018-12-20. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  25. "Alien 3". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ February 16, 2020.
  26. "Alien 3 (1992): Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ August 3, 2016.
  27. "Alien Resurrection". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ February 16, 2020.
  28. "Alien Resurrection (1997): Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ August 3, 2016.
  29. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ PrometheusRT
  30. "Prometheus (2012): Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ August 3, 2016.
  31. "Alien: Covenant (2017)". Rotten Tomatoes. สืบค้นเมื่อ February 16, 2020.
  32. "Alien: Covenant reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ June 12, 2017.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]