เอมี ไวน์เฮาส์
บทความนี้จำเป็นต้องปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน |
เอมี ไวน์เฮาส์ | |
|---|---|
| ข้อมูลพื้นฐาน | |
| ชื่อเกิด | เอมี เจด ไวน์เฮาส์ |
| เกิด | 14 กันยายน พ.ศ. 2526 |
| ที่เกิด | เอนฟิลด์, ลอนดอน, ประเทศอังกฤษ |
| เสียชีวิต | 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 (27 ปี) แคมเดนทาวน์, ลอนดอน, ประเทศอังกฤษ |
| แนวเพลง | อาร์แอนด์บี,บลู-อายด์ โซล,แจ๊ส |
| อาชีพ | นักร้อง,นักแต่งเพลง |
| เครื่องดนตรี | เสียงร้อง, กีตาร์ |
| ช่วงปี | 2002-2011 |
| ค่ายเพลง | Island Universal Republic Records Universal Records / Universal Republic Group |
คู่สมรส | เบลค ฟิดเลอร์ (สมรส 2007; หย่า 2009) |
คู่ครอง | อเล็กซ์ แคลร์ (2006–2007) เรจ แทรวิสส์ (2010–2011) |
เอมี เจด ไวน์เฮาส์ (อังกฤษ: Amy Jade Winehouse, เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2526 - เสียชีวิต 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554) เป็นนักร้อง นักดนตรี และนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ มีชื่อเสียงจากน้ำเสียงคอนทราลโตที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ การเขียนเพลงที่สะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง และแนวทางดนตรีที่ผสมผสานระหว่างโซล อาร์แอนด์บี และแจ๊ส ผลงานของเธอได้รับการยกย่องทั้งในด้านศิลปะและความสำเร็จทางพาณิชย์ โดยมียอดจำหน่ายอัลบั้มทั่วโลกมากกว่า 30 ล้านชุด และได้รับรางวัลแกรมมีอวอร์ดทั้งหมด 6 รางวัล รวมถึงรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตลอดช่วงอาชีพทางดนตรีของเธอ[1][2][3]
ไวน์เฮาส์เคยเป็นสมาชิกวงดนตรีแจ๊สเยาวชนแห่งชาติ ในช่วงวัยเยาว์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 เธอได้เซ็นสัญญากับบริษัทบริหารจัดการของไซมอน ฟุลเลอร์ (19 Management) และได้เริ่มบันทึกเสียงเพลงหลายเพลงก่อนจะเซ็นสัญญาจัดเพนแพร่ผลงานกับค่าย อีเอ็มไอ นอกจากนี้ เธอยังได้ทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ ซาลาม เรมิ ผ่านค่ายเพลงดังกล่าวด้วย
ไวน์เฮาส์ออกอัลบั้มลำดับที่สองชื่อว่า Back to Black ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับโลก และกลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่มียอดขายสูงที่สุดตลอดกาล และเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรด้วย[4]
ในงานประกาศรางวัล บริตอะวอดส์ ปี พ.ศ. 2550 อัลบั้ม แบ็กทูแบล็ก ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขาอัลบั้มแห่งปี และไวน์เฮาส์ได้รับรางวัลศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยมแห่งปี โดยเพลง รีแฮป จากอัลบั้มดังกล่าวทำให้เธอได้รับรางวัล ไอวอร์ โนเวลโล อะวอร์ด เป็นครั้งที่สอง
ต่อมาในงานประกาศรางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส ครั้งที่ 50 เมื่อปี พ.ศ. 2551 ไวน์เฮาส์ได้รับรางวัลทั้งหมด 5 รางวัล จากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจำนวน 6 รางวัล ซึ่งเทียบเท่าสถิติเดิมของศิลปินหญิงที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในคืนเดียว และเธอยังกลายเป็นศิลปินหญิงชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รับรางวัลแกรมมี่ถึง 5 รางวัล โดยรวมถึง 3 รางวัลใหญ่ในสาขาหลัก ได้แก่ ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม บันทึกเสียงแห่งปี และ เพลงแห่งปี สำหรับเพลง รีแฮป รวมถึงรางวัลอัลบั้มป๊อปยอดเยี่ยม
ตลอดช่วงชีวิตของไวน์เฮาส์ เธอต้องเผชิญกับปัญหาการใช้สารเสพติด ความเจ็บปวดจากอาการทางจิต และการติดสุรา เธอเสียชีวิตที่บ้านพักในย่านแคมเดน กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ด้วยอาการพิษสุรา ในวัยเพียง 27 ปี การเสียชีวิตของไวน์เฮาส์ทำให้สื่อมวลชนเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับ คลับ 27 ซึ่งหมายถึงกลุ่มศิลปินชื่อดังที่เสียชีวิตในวัยเดียวกัน[5] พี่ชายของเธอเชื่อว่าโรคบูลิเมีย อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเธอ
หลังการเสียชีวิตของไวน์เฮาส์ อัลบั้ม แบ็กทูแบล็ก กลับขึ้นมาเป็นอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดในสหราชอาณาจักรแห่งศตวรรษที่ 21 ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในเวลาต่อมา ชีวิตและเส้นทางอาชีพของไวน์เฮาส์ถูกนำเสนอในภาพยนตร์สารคดี เอมี (พ.ศ. 2558) และภาพยนตร์ชีวประวัติ แบ็กทูแบล็ก (พ.ศ. 2567)
ไวน์เฮาส์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ปรากฏอยู่ในรายชื่อ “100 อันดับศิลปินหญิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลง” ของช่อง วีเอชวัน และ “200 อันดับนักร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล” ของนิตยสารโรลลิงสโตน ในปี พ.ศ. 2568 อัลบั้ม แบ็กทูแบล็ก ได้รับการบรรจุไว้ใน สำนักทะเบียนการบันทึกแห่งชาติ ของ หอสมุดรัฐสภาสหรัฐอเมริกา เพื่อการอนุรักษ์อย่างเป็นทางการอีกด้วย[6]
ชีวิตในวัยเยาว์
[แก้]เอมี ไวน์เฮาส์ เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2526 ที่โรงพยาบาลเชสฟาร์ม เขตกอร์ดอนฮิลล์ เมืองเอนฟิลด์ กรุงลอนดอน ในครอบครัวเชื้อสายยิว เป็นลูกคนสุดท้องของมิทเชล “มิทช์” ไวน์เฮาส์ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งมีอาชีพติดตั้งหน้าต่างและขับรถแท็กซี่ และแม่ แจนิส ไวน์เฮาส์ ผู้ประกอบอาชีพเภสัชกร[7] โดยต้นตระกูลไวน์เฮาส์มีถิ่นกำเนิดจากกรุงมินสค์ ประเทศเบลารุส โดยคุณเทียด แฮริส ไวน์เฮาส์ ได้อพยพมายังกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อปี พ.ศ. 2434[8] เอมีมีพี่ชายหนึ่งคนชื่อ อเล็กซ์ (เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2522) [9] ครอบครัวไวน์เฮาส์อาศัยอยู่ในย่านเซาท์เกทของกรุงลอนดอน โดยเอมีเริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนประถมออสซิดจ์ ก่อนจะศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมแอชมอล[10][11] นอกจากนี้ เธอยังเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนายิวทุกวันอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ภายหลังเมื่อเธอกลายเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ เอมีได้ให้สัมภาษณ์ว่าเธอมักรู้สึกต่อต้านและไม่อยากไปเรียนศาสนา ถึงขั้นเคยขอร้องให้พ่อเลิกพาไป โดยให้เหตุผลว่า “ต่อให้ไปเรียนทุกวันอาทิตย์ ก็ไม่ได้ทำให้เธอเป็นชาวยิวที่ดีขึ้น”[12] ในการให้สัมภาษณ์ครั้งเดียวกันนั้น เธอกล่าวเพิ่มเติมว่าเธอไปโบสถ์ยิวเพียงปีละครั้งเท่านั้น ในวัน “ยมคิปปูร์”[13]
สมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัวไวน์เฮาส์ประกอบอาชีพด้านดนตรีแจ๊ส รวมถึงซินเทีย ยายของไวน์เฮาส์ ซึ่งเคยเป็นนักร้องเพลงแจ๊สและเคยมีความสัมพันธ์กับรอนนี่ สก็อตต์ นักแซกโซโฟนชื่อดัง[14][15] ทั้งคุณยายและพ่อแม่ของเอมีต่างมีอิทธิพลต่อความสนใจของเอมีในดนตรีแจ๊ส[15] พ่อของเธอมักร้องเพลงของ แฟรงก์ ซินาตรา ให้เธอฟังอยู่เสมอ และทุกครั้งที่เธอถูกตำหนิที่โรงเรียน เธอมักจะร้องเพลง Fly Me to the Moon ก่อนจะเดินไปหาครูใหญ่เพื่อรับคำตักเตือน[16] พ่อและแม่ของไวน์เฮาส์แยกทางกันเมื่อเอมีอายุได้เก้าขวบ หลังจากนั้นเอมีอาศัยอยู่กับมารดาในย่านเว็ตสโตนของกรุงลอนดอน ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอจะไปอยู่กับบิดาและแฟนสาวคนใหม่ของเขาในย่านแฮตฟีลด์ ฮีธ เทศมณฑลเอสเซ็กซ์[1]
ในปี พ.ศ. 2535 คุณยายซินเทียได้ส่งเอมีเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการแสดงซูซี่ เอิร์นชอว์ โดยเอมีมักไปเรียนพิเศษร้องเพลงและเต้นทุกวันเสาร์[17] ในช่วงสี่ปีนั้น เอมีได้ก่อตั้งวงดนตรีชื่อ Sweet 'n' Sour โดยมีจูเลียต แอชบี เพื่อนในวัยเด็กของเธอเป็นสมาชิก ก่อนที่เธอจะเข้าเรียนแบบจริงจังที่โรงเรียนสอนการแสดงซิลเวีย ยัง[18][19] หลายปีต่อมา มีรายงานว่าไวน์เฮาส์ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเมื่ออายุสิบสี่ปี เนื่องจากฝ่าฝืนกฎบ่อยครั้งและเจาะจมูก อย่างไรก็ตาม ซิลเวีย ยัง เจ้าของโรงเรียน ได้ปฏิเสธข่าวลือนี้ โดยชี้แจงว่าเอมีย้ายโรงเรียนเมื่ออายุสิบห้าเท่านั้น และเธอไม่เคยมีความคิดที่จะไล่เอมีออกตั้งแต่แรก รวมถึงพ่อของไวน์เฮาส์ก็ได้ปฏิเสธข่าวลือนี้เช่นเดียวกัน[9][20][21] คุณครูผู้สอนที่โรงเรียนการแสดงซิลเวีย ยัง ให้สัมภาษณ์ว่าไวน์เฮาส์มีทักษะด้านการเขียนที่น่าทึ่ง และคาดว่าในอนาคตเธออาจทำอาชีพเป็นนักเขียนนิยายหรือนักข่าว[22] หลังจากลาออกจากโรงเรียนเดิม เอมีได้เข้าเรียนที่บริต์สคูลในย่านเซลเฮิร์สต์ เมืองครอยดอน ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกเมื่ออายุสิบหกปี[23][24]
อีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้ไวน์เฮาส์ก้าวสู่การเป็นนักร้องมาจากการที่เธอได้เล่นกีตาร์ของพี่ชาย จนเมื่ออายุสิบสี่ปี เธอจึงตัดสินใจซื้อกีตาร์เป็นของตัวเอง และเริ่มแต่งเพลง หลังจากนั้น เธอเริ่มทำงานหาเลี้ยงชีพในฐานะนักข่าวบันเทิงให้กับ เวิลด์ เอนเตอร์เทนเมนต์ นิวส์ เน็ตเวิร์ก พร้อมทั้งร้องเพลงกับวงท้องถิ่นชื่อ เดอะ โบลชา แบนด์[9][25] เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2543 เอมี ไวน์เฮาส์ได้เป็นนักร้องให้กับวงดนตรีแจ๊สเยาวชนแห่งชาติ ขณะที่อยู่ที่บ้าน เธอมักเรียนและฝึกร้องเพลงของแฟรงก์ ซินาตรา ไดนา วอชิงตัน ซาร่า วอห์น และมินนี ริเพอร์ตัน โดยไวน์เฮาส์มักทำให้ตัวเองดื่มด่ำไปกับอารมณ์และความรู้สึกของเพลงเหล่านั้น พร้อมปรับแต่งการร้องให้เป็นรูปแบบตามที่เธอต้องการ แทนที่จะร้องให้ตรงกับต้นฉบับ[25]
เส้นทางอาชีพนักร้อง
[แก้]การเข้าสู่วงการ
[แก้]เอมีได้กีต้าร์เป็นของตัวเองครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี เธอได้เริ่มแต่งเพลง และทำงานต่างๆ เช่น เป็นนักหนังสือพิมพ์ให้กับ เวิร์ด เอ็นเตอร์เทนเมนท์ นิวส์ เน็ตเวิร์ค (World Entertainment News Network) และร้องเพลงในวงดนตรีแจ๊ส เป็นต้น[26] แฟนหนุ่มในขณะนั้นของเธอ ชื่อ ไทเลอร์ เจมส์ ซึ่งเป็นนักร้องเพลงโซลได้ส่งเทปเพลงตัวอย่างของเอมีไปให้ A&R[27] ทำให้เธอได้เซ็นต์สัญญากับ ไอซ์แลนด์ เรคคอร์ด ยูนิเวอร์แซล (Island Records/Universal) ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท 19 แมนเนจเมนท์ (19 Management) ของ ไซมอน ฟูลเลอร์ (Simon Fuller) [28] และกับ EMI เอมีได้ร่วมร้องเพลงและออกทัวร์กับ ชาร์รอน โจนส์ กับวงแดป-คิงส์ [29]
ความสำเร็จก้าวแรก
[แก้]
อัลบั้มชุดแรกของเธอคือ Frank วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2003 อัลบั้มชุดนี้ควบคุมดูแลโดย ซะลาม เรมิ เพลงส่วนใหญ่จะออกแนวแจ๊ส นอกจากนี้ยังมีเพลงที่เธอนำมาร้องใหม่ 2 เพลง เอมีมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงทุกเพลงในอัลบั้มนี้ เธอได้รับบทวิจารณ์ในแง่ดีอย่างล้นหลาม [30][31] พร้อมทั้งได้รับคำชมเชยมากมายว่า เนื้อเพลงเยี่ยมและน่าจับตามอง [32] และได้มีการเทียบเคียงเสียงร้องของเธอกับ ซาราห์ วอห์น[33] มาซี เกรย์ และนักร้องชื่อดังคนอื่นๆอีกด้วย[32]
อัลบั้ม Frank ติดอันดับต้นๆของ ยูเค อัลบั้มส์ ชาร์ท ในปี ค.ศ. 2004 เมื่ออัลบั้มนี้ได้ถูกเสนอชื่อขึ้นชิงบริทอวอร์ดส ในสาขา British Female Solo Artist และ British Urban Act นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวอีกด้วย[34] ในปีเดียวกันนั้นเอง เธอได้รับ ไอวอร์ โนเวลโล อวอร์ด สาขาเพลงร่วมสมัยยอดเยี่ยม จากซิงเกิลเปิดตัว "Stronger Than Me" คู่กับโปรดิวเซอร์ของเธอ ซะลาม เรมิ[35] ยิ่งไปกว่านั้น อัลบั้ม Frank ยังถูกเสนอชื่อขึ้นชิง เมอร์คิวรี มิวสิก ไพรซ์ อีกด้วย เอมีได้ไปร้องเพลงในเทศกาลเพลงแกลสตันบูรี และ วี เฟสติวอล ด้วย
เอมีกล่าวว่า เธอพอใจกับอัลบั้ม Frank เพียง 80% เท่านั้น เนื่องจากเพลงบางส่วนไม่ใช่ตัวเธอ [27] ในช่วงระหว่างการทำอัลบั้มที่ 2 เธอกล่าวว่า เธอไม่สามารถฟังเพลงในอัลบั้ม Frank ได้อีกต่อไป จริงๆคือเธอไม่เคยฟังมันได้เลย ถึงแม้เธอจะชอบร้องมัน แต่สำหรับการฟังนั้น มันคนละเรื่องเลย [36] เอมียังกล่าวอีกว่า เธอฟังเพลงในอัลบั้ม Frank ได้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเธอก็ภูมิใจกับมัน เอมีคิดว่ามันเป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมของเธอ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบอัลบั้มนี้ แต่เธอต้องทำให้แตกต่างออกไป[37]
ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่
[แก้]ในอัลบั้มชุดที่ 2 เอมีเปลี่ยนจากแนวแจ๊สในอัลบั้ม Frank มาเป็นแนวของนักร้องวงผู้หญิงในยุค 50และ 60 เอมีกล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นจากอัลบั้ม Frank เธอไม่สามารถแต่งเพลงได้เลยตลอดระยะเวลา 18 เดือน จนกระทั่งเอมีได้พบกับ มาร์ก รอนสัน ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอ เธอจึงแต่งเพลงได้ครบทั้งอัลบั้มภายใน 6 เดือน [36] หลังจากซิงเกิล "Fuck Me Pumps" ต้นปีค.ศ. 2006 เพลงจากอัลบั้มที่ 2 ของเอมี ได้แก่ เพลง "Wake Up Alone" และ เพลง "Rehab" ก็ได้กระจายเสียงผ่านทางคลื่นวิทยุ อีสต์ วิลเลจ เรดิโอ ในนิวยอร์ก ในรายการของมาร์ก รอนสัน ต่อมาเพลงทั้งสองนี้ได้ถูกรวมเข้าในอัลบั้มที่ 2 ของเธอด้วย และมีเพลงอื่นๆในอัลบั้มนี้เปิดในวิทยุเช่นเดียวกัน
อัลบั้มชุดที่ 2 ของเอมี มีชื่อว่า Back to Black มีจำนวนเพลงทั้งสิ้น 11 เพลง อัลบั้มนี้เริ่มโปรโมตในต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006 และวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรวันที่ 30 เดือนเดียวกัน โปรดิวเซอร์อัลบั้มนี้คือ ซะลาม เรมิ และ มาร์ก รอนสัน อัลบั้ม Back to Black ติดอันดับ 1 ของ ยูเค อัลบั้มส์ ชาร์ท เป็นเวลาหลายครั้ง และติดอันดับ 7 ของบิลบอร์ด 200 ในสหรัฐอเมริกา อัลบั้ม Back to Black ขายได้ 5 รางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว และเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักรและไอทูนส์ของสหราชอาณาจักร ประจำปีค.ศ. 2007 ด้วย[38][39]
ปัจจุบันมีซิงเกิลหลายตัวจากอัลบั้ม Back to Black โดยซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้คือ "Rehab" โปรดิวซ์โดย มาร์ก รอนสัน และได้ออกอากาศในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2006[36] ซิงเกิลนี้ติดอันดับสูงสุดอันดับ 7 ของ ยูเค ซิงเกิลส ท็อป 75[40][41] และได้รับไอวอร์ โนเวลโล อวอร์ด สาขาเพลงร่วมสมัยยอดเยี่ยมอีกด้วย[42] หลังจากที่เอมีได้ร้องเพลง "Rehab" ที่งานเอ็มทีวี มูวี่ อวอร์ดส ประจำปีค.ศ. 2007 ซิงเกิล "Rehab" ก็ติดอันดับสูงสุดอันดับ 9 ของ บิลบอร์ด ฮอท 100 ในสัปดาห์ที่ 26 ของปีค.ศ. 2007 (สัปดาห์ของวันที่ 21 มิถุนายน) อย่างรวดเร็ว นิตยสารไทม์ให้ "Rehab" เป็นอันดับ 1 ใน 1 ใน 10 เพลงยอดเยี่ยมประจำปีค.ศ. 2007 นักเขียนคอลัมน์ จอช ทีแรนจีล ได้ยกย่องเอมีเกี่ยวกับความมั่นใจในตัวเองของเธอและให้ความคิดเห็นว่า "จากลักษณะพูดพล่ามที่ติดตลกและยั่วยวน จนอาจถึงขั้นสติแตกนี่เองที่เป็นเสน่ห์ในแบบฉบับของหล่อนที่ยากเกินห้ามใจ และเมื่อได้ผสานกับฝีมือการสร้างชั้นยอดของ มาร์ก รอนสัน ที่ผลิตแต่ผลงานเพลงโซลขั้นเทพมาตลอดสี่ทศวรรษ เชื่อได้เลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังที่ได้บทเพลงที่ดีที่สุดของปีค.ศ. 2007 จากเขาและเธอคนนี้"[43]
ซิงเกิลที่สองของอัลบั้ม Back to Black คือ "You Know I'm No Good" วางจำหน่ายในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2007 ในซิงเกิลนี้ประกอบด้วยรีมิกซ์ที่ให้เสียงร้องจังหวะแร็พโดย โกสต์เฟซ คิลลาห์ ซิงเกิล "You Know I'm No Good" ติดอันดับ 18 ของ ยูเค ซิงเกิล ชาร์ท ต่อมาซิงเกิล "Back to Black" ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับอัลบั้มก็ได้วางจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2007 และที่สหราชอาณาจักรในวันที่ 30 เมษายน ปีเดียวกัน ซิงเกิล "Back to Black" ติดอันดับสูงสุดอันดับที่ 25 และในวันที่ 5 เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2007 อัลบั้ม Back to Black แบบพิเศษก็ได้วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในอัลบั้มนี้จะมีแผ่นซีดีเพิ่มอีกหนึ่งแผ่นซึ่งประกอบไปด้วย บี-ซายด์ส (B-sides) เพลงที่หาฟังยาก เพลงที่ร้องสด และอื่นๆ เช่นเพลง "Valerie" ซึ่งดีวีดีการแสดงของเอมี I Told You I Was Trouble: Live in London ก็ได้วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรในวันเดียวกันนั้นด้วย ส่วนในสหรัฐอเมริกาวางจำหน่ายวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ดีวีดีนี้ประกอบด้วยบันทึกการแสดงสดของเธอที่แชพเพิร์ดส บุช เอ็มไพร์ ณ กรุงลอนดอน และสารคดีความยาว 50 นาทีเกี่ยวกับการเข้าสู่วงการของเธอย้อนไป 4 ปี[44] ในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2007 ซิงเกิล "Love Is a Losing Game" ซึ่งเป็นซิงเกิลตัวสุดท้ายของอัลบั้ม Back to Black ก็ได้วางจำหน่ายที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา
ด้วยกระแสความดังของอัลบั้ม Back to Black อัลบั้ม Frank จึงถูกนำกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งที่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ติดอันดับ 61 ของบิลบอร์ด 200 ชาร์ท[45] พร้อมได้รับบทวิจารณ์ในแง่ดีอีกเช่นเคย[46][47]
ในส่วนอัลบั้มของเอมีเอง เธอก็ได้ร่วมมือกับศิลปินอื่นๆ ด้วย หนึ่งในนั้นคือเพลง "Valarie" ของมาร์ก รอนสัน ในอัลบั้มเดี่ยวของเขาชื่อ Version ซึ่งเอมีเป็นผู้ขับร้อง เพลงนี้ออกอากาศในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2007 ติดอันดับสูงสุดอันดับที่ 2 ในสหราชอาณาจักร "Valarie" ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบริท สาขา "Best British Single" ประจำปีค.ศ. 2008[48][49][50] นอกจากนี้เอมียังได้ร่วมงานกับ มิวทยา บูนา อดีตสมาชิกวงชูการ์เบบ ในเพลง "B Boy Baby" ซึ่งเป็นเพลงในอัลบั้มที่สี่ของมิวทยาชื่อ Real Girl[51]
ทัวร์คอนเสิร์ต
[แก้]
หลังจากที่อัลบั้ม Back to Black วางจำหน่าย เอมีก็เริ่มเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต เธอเริ่มออกทัวร์ในเดือนกันยายนและพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 หนึ่งในนั้นเป็นคอนเสิร์ตกุศลชื่อ Little Noise Sessions ที่โบสถ์ยูเนียนชาเปล ในอีสลิงตัน ลอนดอน นอกจากนี้เอมียังได้ร่วมรายการเพลงประจำปีของจูลส์ ฮอลแลนด์ ในรายการฮูทเท็นแอนนี่ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 เอมีได้ทัวร์คอนเสิร์ตเล็กๆ 14 แห่ง และระหว่างช่วงฤดูร้อนในปีค.ศ. 2007 เอมีได้ร่วมร้องเพลงในงานเทศกาลเพลงต่างๆ เช่น เทศกาลกลาสตันเบอร์รี่[52], เทศกาลลอลลาโปลูซา ในชิคาโก, ร็อก เวิร์ชเทอร์ และเวอร์จินมิวสิกเฟสติวอล ฯลฯ
อย่างไรก็ตามทัวร์คอนเสิร์ตของเอมีก็ไม่ได้ราบรื่นดีนัก เอมีได้ยกเลิกคอนเสิร์ตในฟินแลนด์ที่จะแสดงในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2007 เนื่องจากเจ็บคอ[53] และในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน คืนวันแรกของทัวร์คอนเสิร์ต 17 วัน ณ National Indoor Arena ในเบิร์มมิงแฮม นักวิจารณ์เพลงกล่าวได้กล่าวในหนังสือพิมพ์เบิร์มมิ่งแฮมเมล์ว่า "คอนเสิร์ตนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ฉันเกิดมา... ฉันเห็นศิลปินผู้มีพรสวรรค์ดูเหมือนร่างกายจะแตกเป็นชิ้นๆ เดินโซเซไปมาบนเวที และยังสบถใส่ผู้ชมอีกด้วย"[54] ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งอื่นๆ ก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ตลอด[55] ในที่สุดวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 เอมีได้ประกาศยกเลิกทุกคอนเสิร์ตของปี 2007 โดยแพทย์แนะนำให้เอมีพักผ่อนระยะยาว Live Nation ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนคอนเสิร์ตของเอมีได้ออกมากล่าวถึงเหตุผลที่ต้องยกเลิกคอนเสิร์ตว่า "เอมีเคร่งเครียดจากการทัวร์คอนเสิร์ตมาตลอดหลายสัปดาห์ติดต่อกัน"[56]
เสียชีวิต
[แก้]บอดีการ์ดของไวน์เฮาส์เปิดเผยว่าในช่วงเวลาสามวันก่อนการเสียชีวิต เขารู้สึกได้ว่าไวน์เฮาส์เหมือนอยู่ในอาการมึนเมา สองวันต่อมา แม่ของเธอในภายหลังได้เปิดเผยว่าลูกของเธออยู่ในลักษณะอาการที่ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว[57] ในวันเดียวกันนั้นเอง ไวน์เฮาส์มีกำหนดการตรวจสุขภาพตามนัดจากแพทย์ประจำตัว เนื่องจากสภาพร่างกายของเธออยู่ในภาวะเปราะบาง อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่พบความผิดปกติใด ๆ โดยแพทย์ได้ให้ความเห็นว่าการฟื้นฟูจากอาการเสพติดสุราของไวน์เฮาส์นั้นดีขึ้นเป็นอย่างมาก และแพทย์เองก็ไม่มีข้อกังวลแต่อย่างใด[58] หลังการตรวจสุขภาพดังกล่าว ไวน์เฮาส์ได้โทรศัพท์หาแพทย์ประจำตัวของเธอเพื่อสารภาพถึงความรู้สึกภายในใจ โดยกล่าวว่า “ฉันยังไม่อยากตาย” พร้อมทั้งพูดถึงความพยายามในการเลิกสุราแต่ไม่ประสบความสำเร็จ[59] บอดีการ์ดของไวน์เฮาส์ได้เปิดเผยถึงคำพูดสุดท้ายที่เธอได้พูดกับเขา มีใจความว่า:
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันขอแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพียงแค่ให้ฉันได้เดินไปมาบนท้องถนนโดยที่ไม่มีสิ่งใดมาวุ่นวาย”[60]
จากการให้ข้อมูลของบอดีการ์ดของไวน์เฮาส์ เขาเปิดเผยว่าไวน์เฮาส์ยังคงดื่มสุราอยู่บ้างในช่วงเวลาไม่กี่วันก่อนการเสียชีวิต เขาเห็นไวน์เฮาส์ หัวเราะขณะนั่งดูทีวีหรือฟังเพลงในช่วงเวลาตีสองของวันที่เธอเสียชีวิต มีแหล่งข่าวบางแหล่งรายงานว่าไวน์เฮาส์นั่งดูคลิปวิดีโอของเธอบนยูทูปพร้อมพูดรำลึกถึงช่วงเวลาที่เคยผ่านมา[61] ในเวลาสิบนาฬิกาตามเวลาฤดูร้อนของอังกฤษ ของวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 บอดีการ์ดของเธอได้พยายามปลุกไวน์เฮาส์ให้ตื่นจากการหลับแต่ไม่มีการตอบสนอง แต่เพราะในคืนก่อนหน้าเขาเห็นไวน์เฮาส์นอนล่วงเวลามามากจึงไม่มีความสงสัยใดๆ แต่เมื่อเขากลับเข้ามาในห้องนอนของไวน์เฮาส์เมื่อเวลาสิบสี่นาฬิกา กลับพบว่าเธอยังคงนอนอยู่ในท่าทางเดิม เมื่อเขาพยายามจับชีพจรของไวน์เฮาส์กลับพบว่าเธอได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อรถพยาบาลมาถึงในเวลาสิบห้านาฬิกาห้าสิบสี่นาที รถพยาบาลจำนวนสองคันได้มาถึงหน้าบ้านของไวน์เฮาส์ในย่านแคมเดน กรุงลอนดอน ไวน์เฮาส์ถูกวินิจฉัยว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ[62][63] เมื่อระยะเวลาผ่านไปไม่นาน ตำรวจนครบาลก็ได้ยืนยันถึงการเสียชีวิตของเอมี ไวน์เฮาส์
หลังการเสียชีวิตของไวน์เฮาส์ แพทย์นิติเวชได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านของเธอและได้ค้นพบขวดวอดก้าจำนวนสองขวดใหญ่และหนึ่งขวดเล็กในห้องนอนที่เธอเสียชีวิต[64] ภายหลังการเสียชีวิต ไวน์เฮาส์ได้ถูกบันทึกใน บันทึกสถิติโลกกินเนสส์ เป็นครั้งที่สอง จากการเป็น ศิลปินหญิงที่มีเพลงติดชาร์ตซิงเกลของสหราชอาณาจักรพร้อมกันมากที่สุด ถึงแปดเพลง[65]
เนื่องจากการเสียชีวิตอย่างกระทันหันของไวน์เฮาส์ จึงมีการคาดการณ์สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นว่าเป็นการเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด[66] อย่างไรก็ตาม มิตช์ ไวน์เฮาส์ พ่อของเอมี ได้ปฏิเสธข้อสันนิษฐานดังกล่าว โดยระบุว่าเอมีสามารถรักษาอาการติดยาเสพติดได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสามปีก่อน (พ.ศ. 2551) และเธอก็ไม่ได้กลับไปใช้สารเสพติดอีกตั้งแต่นั้นมา ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ผลการชันสูตรพลิกศพระบุว่าไวน์เฮาส์เสียชีวิตจากภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ โดยไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด[67][68] เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพระบุว่าพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 416 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งสูงกว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ถูกกำหนดไว้ขณะขับขี่ถึงห้าเท่า[64] อย่างไรก็ตามในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ทางการของอังกฤษได้ตัดสินใจสอบสวนผลชันสูตรพลิกศพของไวน์เฮาส์อีกครั้ง โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพที่ทำหน้าที่ชันสูตรในครั้งแรกนั้นไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ[69] ผลการสอบสวนผลชันสูตรพลิกศพครั้งที่สองได้ถูกเผยแพร่ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556 ซึ่งได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตตรงกันหับผลชันสูตรครั้งแรก เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพได้ระบุว่า ไวน์เฮาส์รับปริมาณแอลกอฮอล์เข้าไปเป็นจำนวนมากโดยตั้งใจ ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสียชีวิตของเธอ[70][71][72][73]
การเสียชีวิตของไวน์เฮาส์ในวัยเพียง 27 ปี ได้ถูกสื่อนำไปเชื่อมโยงกับตำนานเรื่องเล่าของศิลปินอีกมากมายซึ่งเสียชีวิตในวัย 27 ปีแบบเดียวกัน โดยเรื่องเล่าดังกล่าวก็คือตำนาน คลับ 27[74]

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 อเล็กซ์ ไวน์เฮาส์ พี่ชายของเอมี ได้ออกมาให้ความเห็นว่าภาวะการกินอาหารที่ผิดปกติป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิต เขาระบุว่าเอมีมีอาการของโรคบูลิเมียอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ร่างกายของเธออยู่ในสภาพที่อ่อนแอและเปราะบาง[10]
พิธีงานศพของไวน์เฮาส์ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัวในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ณ สุสานเอดจ์แวร์เบอรีเลน ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน มีเพียงสมาชิกของครอบครัวไวน์เฮาส์ และเพื่อนฝูงขอเอมีเท่านั้นที่ถูกรับเชิญให้เข้าพิธี[61][75][76] หนึ่งในบรรดาแขกร่วมพิธีงานศพได้แก่ นิก กริมชอว์, เคลลี่ ออสบอร์น, มาร์ก รอนสัน โปรดิวเซอร์, ลูกอุปถัมภ์ของเอมี ดีออน บรอมฟีลด์ และเรจ แทรวิสส์ แฟนหนุ่มของเอมี ณ ขณะนั้น[61][75] ร่างของไวน์เฮาส์ถูกฌาปนกิจที่ฌาปนสถานโกลเดอร์สกรีน และจะมีพิธีชิวา (พิธีการไว้อาลัยของชาวยิว) เป็นเวลาสองวัน[77] ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555 เถ้ากระดูกของไวน์เฮาส์ได้ถูกฝังไว้เคียงข้าง ซินเทีย ไวน์เฮาส์ ผู้เป็นยายของเอมี ณ สุสานเอดจ์แวร์เบอรีเลน[78]
สิ่งที่สืบทอด
[แก้]
ภายหลังการเสียชีวิตของไวน์เฮาส์ มีนักวิจารณ์มากมายได้พูดถึงไวน์เฮาส์ในเชิงรำลึก หนึ่งในนั้นได้แก่ มอร่า จอห์นสตัน จากสำนักพิมพ์เดอะ วิลเลจ วอยซ์ ได้กล่าวว่า "ไม่มีใครสามารถเทียบเคียงเอมีได้เมื่อเธอได้ขึ้นไปร้องบนเวที ถึงแม้ไวน์เฮาส์จะไม่ได้มีเทคนิคการร้องหรือเสียงร้องแบบนักร้องดีวารุ่นใหญ่ แต่เสียงร้องแบบคอนทราลโตของเธอนั้นกลับมีพลังและเฉียบคมอย่างมาก ทำให้แม้แต่การออกเสียงร้องอย่างเรียบง่ายกลับเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายและลึกซึ้ง" ซาช่า เฟียร์-โจนส์ จากสำนักพิมพ์นิตยสารเดอะ นิวยอร์กเกอร์ ระบุว่า "ไม่มีใครสามารถเทียบโทนเสียงร้องอันป็นเอกลักษณ์หรือการเว้นวรรคคำที่แปลกประหลาดแบบไวน์เฮาส์ได้ ไวน์เฮาส์มีโทนเสียงที่เปรียบเสมือนนักร้องจากยุค 60 ซึ่งยังไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆในการร้อง แต่การไร้กฎเกณฑ์นี้ได้จางหายไปเสียแล้ว ขณะที่นักร้องอเมริกันโซลอย่างเอริกา บาดู, จาเนล โมเน่ และ จิลล์ สก็อต ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นนักร้องโซลยุคใหม่ แต่ไวน์เฮาส์จะยังคงเป็นนักร้องโซลที่อยู่ในอดีตตลอดไป"[79]
ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ไวน์เฮาส์ได้อยู่ในลำดับที่ 26 จาก 100 ลำดับของรายศิลปินหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของรายการ วีเอชวัน[80] ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 นักร้องและนักดนตรี บ็อบ ดิลลัน ได้ระบุว่าเขาชื่นชอบการฟังเพลงในอัลบั้มแบ็กทูแบล็กอย่างมาก และได้ยกย่องว่าไวน์เฮาส์คือ "ปัจเจกชนคนสุดท้ายที่แท้จริง"[81] ในปี พ.ศ. 2566 นิตยสารโรลลิงสโตนได้จัดอันดับให้ไวน์เฮาส์อยู่ในอันดับที่ 83 จาก 200 อันดับนักร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดการ[82] ในปีพ.ศ. 2568 สำนักข่าวเดอะการ์เดียนได้บรรจุอัลบั้มแบ็กทูแบล็ก ให้เป็นหนึ่งในมรดกสำคัญทางวัฒนธรรมป๊อปแห่งศตวรรษที่ 21[83]
มีศิลปินมากมายที่ยกย่องให้ไวน์เฮาส์เป็นแรงบรรดาลใจที่สำคัญหรือเป็นผู้เบิกทางสู่เส้นทางการเป็นศิลปินของพวกเขา ได้แก่ อะเดล, ดัฟฟี,[84] เลดีกากา,[85] ราฟาเอล ซาดิก, แอนโทนี แฮมิลตัน, จอห์น เลเจนด์,[86] บรูโน มาส์,[87] ทูเว ลู,[88] เจสซี เจ,[89] เอเมลี แซนเด,[90] วิกตอเรีย จัสติซ,[91]พาโลมา เฟท,[92] ลานา เดล เรย์,[93] แซม สมิธ,[94] ฟลอเรนซ์ เวลช์,[95] ฮาลซีย์,[96] อเลสเซีย คารา,[97] เอสเทล,[98] ดายา,[99] จอร์จา สมิธ,[100] ลอเรน จอเรกุย,[101] และบิลลี ไอลิช[102] นอกจากนี้ยังมีศิลปินที่แสดงความรำลึกถึงไวน์เฮาส์ เช่น นิกกี มินาจ,[103] เอ็ม.ไอ.เอ, เลดีกากา, เคลลี่ ออสบอร์น, รีฮานนา, [104] จอร์จ ไมเคิล, อะเดล, ดิตา วอน ทีส,[105] คอร์ตนีย์ เลิฟ,[106] แพตตี สมิธ ซึ่งได้แต่งเพลง "This Is The Girl" เพื่อเป็นการเคารพ, [107] และกรีนเดย์ ซึ่งแต่งเพลง "Amy" เพื่อเป็นการรำลึกถึงไวน์เฮาส์[108]
พ่อและแม่ของเอมีต่างเขียนหนังสือชีวประวัติเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอผ่านมุมมองของพวกเขา และนำเงินจากยอดขายหนังสือบริจาคให้ มูลนิธิเอมี ไวน์เฮาส์ หนังสือที่มิชต์ ไวน์เฮาส์เป็นผู้เป็นพ่อเขียน มีชื่อว่า "Amy: My Daughter" ซึ่งออกวางขายในปี พ.ศ. 2555 ขณะที่แจนิส ไวน์เฮาส์ผู้เป็นแม่ เขียนหนังสือชื่อว่า "Loving Amy: A Mother's Story" ซึ่งวางขายครั้งแรกในปี พ.ซ. 2557[109]
ภาพยนต์สารคดีเรื่อง Amy (พ.ศ. 2558) กำกับโดย อาซิฟ คาปาเดีย และอำนวยการสร้างโดย เจมส์ เกย์-รีส เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งกล่าวถึงชีวิตส่วนตัวของไวน์เฮาส์ ความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่น การดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาสารเสพติดทั้งก่อนและหลังจากมีชื่อเสียง การถูกฉาบฉวยผลประโยชน์จากสื่อหรือคนรอบข้าง และการเสียชีวิตของเธอ[110] ในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการเผยแพร่สารคดีชีวประวัติของไวน์เฮาส์ชื่อ Amy Winehouse — Back to Black ซึ่งตั้งชื่อตามอัลบั้มแบ็กทูแบล็กของเธอ[111] เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 สารคดีชีวประวัติของไวน์เฮาส์เรื่องใหม่ชื่อ Reclaiming Amy ได้ถูกออกอากาศทางช่องบีบีซีทู เนื่องในวาระครอบรอบสิบปีของการเสียชีวิต[112][113] สารคดีดังกล่าวอ้างอิงจากมุมมองของแจนิส ผู้เป็นแม่ของเอมี และเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนจากเพื่อนสนิทของเอมี ณ ช่วงบั้นปลายของชีวิต เช่น นาโอมิ พาร์รี (สไตลิสต์ส่วนตัวของไวน์เฮาส์), แคทริโอนา กอร์เลย์ และแชนเทล ดูเซ็ตต์[114]
มูลนิธิเอมี ไวน์เฮาส์
[แก้]หลังการเสียชีวิตของไวน์เฮาส์เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 ครอบครัวไวน์เฮาส์ได้ก่อตั้งมูลนิธิเอมี ไวน์เฮาส์เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554 (ซึ่งตรงกับวันเกิดปีที่ 28 ของไวน์เฮาส์)[115] โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ขาดตกบกพร่อง และร่วมมือกับมูลนิธิอื่นๆ เพื่อให้คำแนะนำแก่เยาวชน มูลนิธิมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอนและในนิวยอร์ค ทางมูลนิธิมีนักข่าวชาวอังกฤษ จอน สโนว์ เป็นผู้ให้การอุปถัมภ์ โดยก่อนปี พ.ศ. 2563 ทางมูลนิธิมีผู้ให้การอุปถัมภ์คือ บาร์บารา วินด์เซอร์ ซึ่งเสียชีวิตในปีดังกล่าว ส่วนทูตของมูลนิธิ ได้แก่ เจส์ส กลินน์, แพตซี พาล์เมอร์, เจสซี วอลเลซ, เคียรา แชปลิน และ ไมกา ปารีส ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 มาร์ก รอนสัน ได้เข้าร่วมเป็นผู้ให้การอุปถัมภ์อีกคนหนึ่ง[116] ขณะที่อเล็กซ์ ไวน์เฮาส์ ผู้เป็นพี่ชายของเอมี ได้ทำงานเต็มเวลาให้กับมูลนิธิหลังจากลาออกจากอาชีพนักข่าวดนตรีออนไลน์[10]
รางวัลที่ได้รับ
[แก้]บริตอะวอดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2547 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินแนวดนตรีเมืองยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | [117] |
| ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| 2548 | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| 2550 | ชนะ | [118] | ||
| แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| 2551 | "Valerie" (ร่วมกับ มาร์ก รอนสัน) | ซิงเกิลแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [119] |
| 2556 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | |
| 2559 | เสนอชื่อเข้าชิง | [120] |
รางวัลอีโค มิวสิก
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2551 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงต่างประเทศยอดเยี่ยม สาขาร็อก/ป็อป | เสนอชื่อเข้าชิง | [121] |
| 2552 | ชนะ | [122] | ||
| แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มแห่งปี | ชนะ | ||
| 2554 | เอมี ไวน์เฮาส์ | หอเกียรติยศอีโค | ได้รับการบรรจุ |
รางวัลเอลล์ สไตล์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินแนวดนตรีเมืองยอดเยี่ยม | ชนะ | [123] |
รางวัลกาฟฟา (เดนมาร์ก)
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล |
|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงต่างประเทศยอดเยี่ยม | ชนะ |
| ศิลปินหน้าใหม่ต่างประเทศยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| "Rehab" | เพลงต่างประเทศยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลแกรมมี่
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2551 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม | ชนะ | [124] |
| แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| อัลบั้มเพลงป็อปยอดเยี่ยม | ชนะ | |||
| "Rehab" | บันทึกเสียงแห่งปี | ชนะ | ||
| เพลงแห่งปี | ชนะ | |||
| ศิลปินหญิงเสียงร้องเพลงป็อปยอดเยี่ยม | ชนะ | |||
| 2555 | "Body and Soul" (ร่วมกับ โทนี เบนเนต) | การแสดงเพลงป็อปยอดเยี่ยมประเภทคู่/วงดนตรี | ชนะ | |
| 2556 | "Cherry Wine" (ร่วมกับ นาส) | การร่วมงานยอดเยี่ยมระหว่างศิลปินแร็ปกับนักร้อง | เสนอชื่อเข้าชิง |
บันทึกสถิติโลกกินเนสส์
[แก้]| ปี | สถิติ | เจ้าของสถิติ | ถูกโค่นล้มโดย | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | อันดับสูงสุดบนชาร์ตอัลบั้มสหรัฐอเมริกาโดยศิลปินหญิงชาวอังกฤษ | เอมี ไวน์เฮาส์ (อันดับที่ 7) | โจส สโตน (อันดับที่ 2) | [125] |
| 2551-2555 | ศิลปินหญิงชาวอังกฤษที่ได้รับรางวัลแกรมมีมากที่สุด | เอมี ไวน์เฮาส์ (5 รางวัล) | อะเดล (6 รางวัล) | [126] |
| 2554-2555 | จำนวนเพลงที่เข้าชาร์ตซิงเกิลพร้อมกันมากที่สุดบน UK Official Singles Chart โดยศิลปินหญิง | เอมี ไวน์เฮาส์ (8 เพลง) | วิตนีย์ ฮิวสตัน (12 เพลง) | [127] |
รางวัลไอวอร์ โนเวลโล
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2547 | "Stronger Than Me" | เพลงร่วมสมัยยอดเยี่ยมด้านดนตรีและเนื้อร้อง | ชนะ | [128] |
| 2550 | "Rehab" | เพลงร่วมสมัยยอดเยี่ยม | ชนะ | [129] |
| 2551 | "You Know I'm No Good" | เพลงร่วมสมัยยอดเยี่ยมด้านดนตรีและเนื้อร้อง | เสนอชื่อเข้าชิง | [130][131] |
| "Love Is A Losing Game" | ชนะ | |||
| "Rehab" | เพลงขายดียอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลเมอร์คิวรี ไพรซ์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2547 | แฟรงก์ | อัลบั้มแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [132] |
| 2550 | แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [133] |
รางวัลมีเทียร์ มิวสิก
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2551 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงต่างประเทศยอดเยี่ยม | ชนะ | [134] |
รางวัล MOBO
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2547 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินแจ๊สยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | [135] |
| ศิลปินยอดเยี่ยมแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| 2550 | ศิลปินหญิงยอดเยี่ยม | ชนะ | [136][137] | |
| ศิลปินเพลงอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| "Rehab" | เพลงยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| "Back to Black" | มิวสิควิดีโอยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัล MOJO
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | [138][139] |
| แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| "Rehab" | เพลงแห่งปี | ชนะ |
รางวัลเอ็มทีวี ยูโรป มิวสิก
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [140][141] |
| "Rehab" | เพลงติดหูแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินที่ถูกเลือก | ชนะ | ||
| 2551 | ศิลปินแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [142] |
รางวัลเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [143] |
| ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| "Rehab" | มิวสิควิดีโอแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก บราซิล
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล |
|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงต่างประเทศยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
| 2551 | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลเอ็มทีวีสำหรับนักเรียนและนักศึกษามหาวิทยาลัย
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [144] |
ทำเนียบบันทึกเสียงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าบรรจุ | เหตุผลที่บรรจุ | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2568 | แบ็กทูแบล็ก | จากมีความสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือด้านความงาม | ได้รับการบรรจุ | [145] |
รางวัล NME
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2551 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินเดี่ยวยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | [146] |
| วายร้ายแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| ศิลปินแต่งกายยอดแย่ | ชนะ | |||
| I Told You I Was Trouble: Live in London | แผ่นซีดีเพลงยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | ||
| 2552 | เอมี ไวน์เฮาส์ | วายร้ายแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [147][148] |
| การแต่งกายยอดแย่ | ชนะ |
รางวัล NRJ มิวสิค
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมระดับนานาชาติ | เสนอชื่อเข้าชิง | [149] |
| แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มระดับนานาชาติแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลป็อปจัสติซ £20 มิวสิก ไพรซ์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | "Rehab" | ซิงเกิ้ลเพลงป็อปจากสหราชอาณาจักรยอดเยี่ยมแห่งปี | ชนะ | [150] |
รางวัลพรีเมียส 40 ปรินซิปาเลส
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล |
|---|---|---|---|
| 2551 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินชาวต่างชาติยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
| "Rehab" | เพลงต่างชาติยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลคิวอวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | แบ็กทูแบล็ก | อัลบั้มยอดเยี่ยม | ชนะ | [151] |
รางวัลทีน ชอยซ์ อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหญิงหน้าใหม่มาแรงแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [152] |
รางวัลโซล เทรน มิวสิก อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2555 | "Our Day Will Come" | เพลงยอดเยี่ยมระดับนานาชาติ | เสนอชื่อเข้าชิง | [153] |
รางวัลเออร์เบิน มิวสิก อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2551 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินเพลงนีโอโซลยอดเยี่ยม | ชนะ | [154] |
| 2552 | ศิลปินหญิงยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง | [155] |
รางวัลไวบ์ อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหน้าใหม่มาแรงแห่งปี | เสนอชื่อเข้าชิง | [156] |
รางวัลเวอร์จิน มีเดีย มิวสิก อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ภัยพิบัติแห่งปี | ชนะ | [157] |
| 2551 | ขี้แพ้แห่งปี | ชนะ | [158] |
รางวัลโวดาโฟน ไลฟ์ มิวสิก อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | สตรีแห่งปี | ชนะ | [159] |
| 2551 | เสนอชื่อเข้าชิง |
รางวัลเวิลด์ มิวสิก อวอร์ดส์
[แก้]| ปี | ชื่อที่ถูกเสนอเข้าชิง | รางวัล | ผลรางวัล | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| 2550 | เอมี ไวน์เฮาส์ | ศิลปินหน้าใหม่ที่มียอดขายดีที่สุดในโลก | เสนอชื่อเข้าชิง | [160] |
| ศิลปินหญิงป็อป/ร็อกที่มียอดขายดีที่สุดในโลก | เสนอชื่อเข้าชิง | |||
| 2551 | ศิลปินหญิงป็อป/ร็อกที่มียอดขายดีที่สุด | ชนะ |
ผลงานเพลง
[แก้]- 2003: Frank
- 2006: Back to Black
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Amy Winehouse: Singer who won the hearts of millions but was unable to overcome her dependency on drink and drugs". The Independent (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-09-19. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ "Amy Winehouse obituary". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-09-22. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ McClintock, Pamela (2023-12-12). "Amy Winehouse Biopic 'Back to Black' Sets May 2024 Release in Cinemas". The Hollywood Reporter (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ "The UK's biggest studio albums of all time". Official Charts (ภาษาอังกฤษ). 2018-10-13. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Wilson, Cherry (2011-07-23). "Amy Winehouse found dead aged 27 in London home". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Ulaby, Neda (2025-04-09). "National Recording Registry adds Tracy Chapman, Hamilton and the Minecraft game soundtrack". NPR (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Senior, Amy (25 July 2011). "Death of Amy Winehouse spurs mourning among friends, family and fans as music world loses troubled star". www.mancunianmatters.co.uk. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 September 2012. สืบค้นเมื่อ 5 August 2024.
- ↑ Allsopp, Tatsiana (20 June 2019). "Belarus is the only CIS country where the last Amy Winehouse exhibition will be shown". BelarusDigest. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 April 2022. สืบค้นเมื่อ 3 May 2022.
- 1 2 3 "The Diva and Her Demons: Rolling Stone's 2007 Amy Winehouse Cover Story | Rolling Stone Music". www.rollingstone.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-11.
- 1 2 3 Day, Elizabeth (2013-06-22). "Growing up with my sister Amy Winehouse". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Addley, Esther (17 August 2007). "'She has had her troubles but she has been catapulted to being a superstar ... the thing is, she absolutely can deliver'". The Guardian. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 July 2024. สืบค้นเมื่อ 24 January 2023.
- ↑ Weissman, Sara (23 July 2015). "5 Facts About Amy Winehouse's Jewish Roots". HuffPost. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 May 2017. สืบค้นเมื่อ 5 July 2017.
- ↑ Pfeffer, Anshel (9 July 2013). "Remembering Amy Winehouse as the Jew She Was Not". Haaretz. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 September 2017. สืบค้นเมื่อ 5 July 2017.
- ↑ Cordor, Cyril. "Amy Winehouse – Artist Biography". AllMusic. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 February 2018. สืบค้นเมื่อ 28 March 2017.
- 1 2 Mulholland, Garry (31 January 2004). "Charmed and dangerous". The Guardian. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 December 2013.
- ↑ "Mitch Winehouse playlist tribute to Amy". Digital Spy (ภาษาอังกฤษ). 2012-07-13. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-02-04. สืบค้นเมื่อ 2025-10-11.
- ↑ Sandall, Robert (27 July 2008). "Can Amy Winehouse be saved?". The Sunday Times Magazine. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 October 2008.
- ↑ "Sylvia Young Theatre School - Alumni". sylviayoungtheatreschool.co.uk. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 April 2024. สืบค้นเมื่อ 4 April 2024.
- ↑ "Sylvia Young Theatre School - Alumni". sylviayoungtheatreschool.co.uk. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 April 2024. สืบค้นเมื่อ 4 April 2024.
- ↑ Roussoulis, Henrietta (18 January 2004). "Amy Winehouse: The Q interview". The Independent on Sunday. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 April 2009.
- ↑ Nissim, Mayer (8 September 2009). "Young: 'We never expelled Winehouse'". Digital Spy. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 July 2024. สืบค้นเมื่อ 1 August 2020.
"I think she genuinely believed that [she had been expelled], because her mum took her out to go to another school.
- ↑ "Fame Academy". The Guardian. 12 September 2008. ISSN 0261-3077. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 April 2019. สืบค้นเมื่อ 23 April 2023.
- ↑ "Amy Winehouse: 1983–2011". The Daily Telegraph. 23 July 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 July 2011.
...aged 16, she dropped out of school and sang with a jazz band...Aged 12, she won a scholarship to the Sylvia Young Theatre School, but poor exam results and general attitude problems led her mother to move her to the Mount in Mill Hill, an all-girls school which she hated. She ended up at the Brit Performing Arts and Technology School in Croydon
- ↑ Braddock, Kevin (28 January 2007). "Fame Academy: The Brit School". The Independent. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 May 2008.
Performers including Amy Winehouse, The Kooks, Katie Melua, Floetry, Dane Bowers, The Feeling, The Noisettes, Imogen Heap and the 2006 Christmas Number One holder, Leona Lewis, were all tutored at the Brit School, and more than 60 per cent of the school's leavers go on to work in the creative industries.
- 1 2 "Amy Winehouse – Interview". www.accessallareas.net.au. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 February 2008. สืบค้นเมื่อ 29 July 2024.
- ↑ Eliscu, Jenny. (2007-06-14) , "The Diva and Her Demons." เก็บถาวร 2007-06-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Rolling Stone. (1028) :58–69. Retrieved 2007-12-14.
- 1 2 Mulholland, Garry. "Charmed and Dangerous." The Observer. 1 February 2004. Retrieved on 28 October 2006.
- ↑ Rothstein, Simon. "A Frank Interview with Amy." The Sun. 5 April 2004. Retrieved on 23 November 2006.
- ↑ Sisario, Ben. "She’s Not Anybody’s Backup Act." New York Times. 29 September 2007. Retrieved on 2007-12-13
- ↑ "Amy Winehouse: Frank". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-11-09. สืบค้นเมื่อ 2008-08-30.. Google.com. Retrieved on 20 November 2006
- ↑ Lindon, Beccy. "Amy Winehouse, Frank." The Guardian. 17 October 2003. Retrieved on 4 November 2006.
- 1 2 Bush, John. Amy Winehouse Frank Review. allmusic.com. Retrieved on 4 November 2006.
- ↑ Boraman, Greg. Urban Review: Amy Winehouse, Frank. BBC.co.uk. 27 November 2003. Retrieved on 4 November 2006.
- ↑ Amy Winehouse (official site) . Retrieved on 28 October 2006.
- ↑ ASCAP Members Honored At The Ivors เก็บถาวร 2008-05-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. ASCAP.com. Retrieved on 28 October 2006.
- 1 2 3 Swift, Jacqui. "Wine, Woman and Song." The Sun 27 October 2006. Retrieved on 28 October 2006
- ↑ Cooke, Chris."Back for Good - Amy Winehouse" CMU Beats. December 2006. Retrieved on 2008-8-31
- ↑ Cleland, Gary. "Amy Winehouse tops year end iTunes chart." The Telegraph. 13 December 2007. Retrieved on 13 December 2007
- ↑ "Amy Winehouse - I Told You I Was Trouble - Documentary & Live Concert DVD." ilikemusic.com Retrieved 25 October 2007.
- ↑ "Profile: Amy Winehouse." BBC.com. 29 August 2007.
- ↑ Amy Winehouse - Rehab - Music Charts. acharts.us. 2007-12-18.
- ↑ "Winehouse wins best contemporary song." เก็บถาวร 2020-05-07 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ninemsn.com.au. 2007-05-27. Retrieved 2007-12-13.
- ↑ Tyrangiel, Josh. "Top 10 Songs - 50 Top 10 Lists of 2007." เก็บถาวร 2009-04-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Time.com.
- ↑ "Universal Republic Stars, Amy Winehouse and Mika, to Release Special Live DVDs in U.S. 13 November." Universal Republic Records Press release. 2007-12-02. Retrieved 2007-12-13.
- ↑ Harris, Chris. "'American Idol' Champ Jordin Sparks Fails To Ignite The Charts, Barely Cracking Billboard Top 10." เก็บถาวร 2010-08-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน MTV.com. 28 November 2007. Retrieved on 2007-12-13
- ↑ Friskics-Warren, Bill. "Amy Winehouse: A 'Frank' Assessment." Washington Post 20 November 2007. Retrieved 2007-12-13
- ↑ Toombs, Mikel. "Listen Up: Amy Winehouse's 'Frank'." Seattle Post-Intelligencer. 21 November 2007. Retrieved 2007-12-13.
- ↑ Mark Ronson featuring Amy Winehouse - Valerie. ilikemusic.com Retrieved 2007-12-13.
- ↑ Colothan, Scott. Leona Lewis Does The Chart Double Again เก็บถาวร 2007-12-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Hi-HopElements.com. 26 November 2007. Retrieved 2007-12-13.
- ↑ Amy Winehouse - I Told You I Was Trouble - Documentary & Live Concert DVD. ilikemusic.com. Retrieved on 2007-12-13.
- ↑ Brit Awards nominations go pop. egigs.co.uk. 14 January 2008.
- ↑ Wilkes, Neil. "Winehouse camps in style at Glastonbury." เก็บถาวร 2008-05-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน DigitalSpy 2007-06-24. Retrieved on 2007-06-25.
- ↑ Bruitzman, Dennis. "Headliner Amy Winehouse cancels Provinssirock." เก็บถาวร 2009-01-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ Coleman, Andy. "Amy Winehouse Birmingham Show ends in chaos." Birmingham Mail. 2007-11-15. Accessed 2008-01-06.
- ↑ "Amy Winehouse fans revolt after shambolic gig." New Musical Express. 26 November 2007.
- ↑ "Amy Winehouse scraps all concerts." BBC News. 27 November 2007. Retrieved 2007-12-13.
- ↑ "Amy Winehouse's mother: 'She seemed out of it'". The Florida Times-Union (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ "Doctor gave singer 'all clear' the day before death". Irish Independent (ภาษาอังกฤษ). 2011-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Margaritoff, Marco (2023-11-18). "'I Don't Want To Die': The Story Of Amy Winehouse's Death And The Tragic Spiral Behind It". All That's Interesting (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Byfield, Chris (2021-09-11). "Amy Winehouse's heartbreaking final words to bodyguard". Express.co.uk (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- 1 2 3 Levy, Glen (2011-07-26). "'Good Night, My Angel': Friends and Family Gather for Amy Winehouse's Funeral". Time (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0040-781X. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ "Soul singer Amy Winehouse found dead in her London home" (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-11-07. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ "Winehouse post-mortem takes place". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- 1 2 "Amy Winehouse inquest records verdict of misadventure". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2011-10-26. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-10-27. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Records, Guinness World. "Rihanna, Lady Gaga and Adele break World Records with digital music sales" (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-10-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-07.
- ↑ Moodie, Clemmie (2011-07-24). "Amy Winehouse was 'past the point of caring' after row with lover". The Mirror (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Gabbatt, Adam (2011-08-23). "Amy Winehouse toxicology reports showed 'no illegal substances'". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Amy Winehouse dead, family and friends farewell her at funeral".
- ↑ CNN, Alan Duke,. "Amy Winehouse death probe reopened". CNN (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-12-17. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
{{cite news}}: CS1 maint: extra punctuation (ลิงก์) - ↑ "Winehouse's new inquest verdict". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-03-29. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Editor, Justin Davenport Crime (2012-12-17). "Amy Winehouse inquest to be reheard as coroner not qualified". The Standard (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
{{cite web}}:|last=มีชื่อเรียกทั่วไป (help) - ↑ Topping, Alexandra (2013-01-08). "Amy Winehouse died of alcohol poisoning, second inquest confirms". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Topping, Alexandra (2013-01-08). "Amy Winehouse died of alcohol poisoning, second inquest confirms". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Amy Winehouse, Jimi Hendrix, Kurt Cobain and the 27 Club". The Washington Post (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2011-07-23. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- 1 2 "Amy Winehouse bows out gracefully". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-28. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Private funeral for Amy Winehouse". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ News, ABC. "Amy Winehouse Funeral: Singer to Be Cremated After Service - ABC News". abcnews.go.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-26. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
{{cite web}}:|last=มีชื่อเรียกทั่วไป (help) - ↑ NME (2012-09-17). "Amy Winehouse's ashes buried in north London". NME (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Perpetua, Matthew (2011-07-27). "Critics Assess Amy Winehouse's Legacy". Rolling Stone (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "VH1's 100 Greatest Women in Music".
- ↑ Samuelson, Kate. "Bob Dylan on the Popular Musicians He Approves of". TIME (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-04-26. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Stone, Rolling (2023-01-01). "The 200 Greatest Singers of All Time". Rolling Stone (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Mumford, Gwilym (2025-07-18). "The Guide #200: Get Out, Breaking Bad and the pop culture that defined the 21st century so far". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Corcoran, Liz. "Adele Recoils from Botched Meeting with Justin". People.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Tabloid, By Kelly Crane, Senior Reporter (2018-09-15). "Amy Winehouse: Forever 27". Gulf News: Latest UAE news, Dubai news, Business, travel news, Dubai Gold rate, prayer time, cinema (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Times, Kuwait. "The revival of soul, 50 years after Motown » Kuwait Times Website". www.kuwaittimes.net (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-04-16. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Bruno Mars Reveals Amy Winehouse As Surprise Influence On Unorthodox Jukebox". Contactmusic.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2012-12-12. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-08-05. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Graves, Shahlin (2013-12-05). "Interview: musical crush - Tove Lo". Coup De Main Magazine (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-04-18. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Amy Winehouse's Influence Goes Beyond 'Rehab' - Music, Celebrity, Artist News | MTV.com" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "92PROFM.COM - SPOTLIGHT: Emeli Sande". www.92profm.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Victoria Justice 'reveals musical influences'". Digital Spy (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2010-12-13. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Amy Winehouse legacy: the artists she inspired". GIGWISE.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Stone, Rolling (2014-07-16). "Shades of Cool: 12 of Lana Del Rey's Biggest Influences". Rolling Stone (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Geslani, Michelle (2015-11-05). "Sam Smith covers Amy Winehouse's "Love is a Losing Game" -- listen". Consequence (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ ""Rehab" singer Amy Winehouse had wide influence with thin output - CBS News". www.cbsnews.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2011-07-23. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Thurmond, Alexandra (2015-04-11). "Sound Scout: Meet Halsey, Songstress Who's Making Waves With Her Feminist Pop Mystique". Teen Vogue (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "BBC Radio 1 - Radio 1's Sound Of, 2016 - 2nd Alessia Cara". BBC (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Selling their soul: women leading the way in R&B; British invasion". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-01-31. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Meet Daya, the 17-Year-Old Pop Artist You Should Be Listening to Now". InStyle (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-11-07. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Lamarre, Carl (2017-09-15). "Jorja Smith on Working with Drake & Why Amy Winehouse's 'Frank' Is the Soundtrack to Her Life". Billboard (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Mahjouri, Shakiel (2018-09-13). "Elton John Says Amy Winehouse Performed 'One Of The Best 10 Shows' He Had Ever Seen". ET Canada. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-12-16. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ ""Billie Eilish Revisits SPIN Covers of Madonna, Amy Winehouse and More"".
- ↑ "Amy Winehouse death sets Twitter on fire - CBS News". www.cbsnews.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2011-07-23. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ Ortiz, Jen. "The Most Poignant Celebrity Reactions To The Death Of Amy Winehouse". Business Insider (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Amy Winehouse tributes flood in from around world". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2011-07-24. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Courtney Love on Amy Winehouse: 'I'm Gutted' | Rolling Stone Music". www.rollingstone.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ NME.COM. "Patti Smith pays tribute to Amy Winehouse on new album 'Banga' | NME.COM". NME.COM (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "Amy Winehouse Funeral Held In London". MTV News. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-10-21. สืบค้นเมื่อ 2025-10-08.
- ↑ "http://www.thejc.com/lifestyle/lifestyle-features/123295/interview-janis-winehouse". www.thejc.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-24. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
{{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน(help)|title= - ↑ "https://www.haaretz.com/jewish/features/.premium-1.666556". www.haaretz.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-05-23. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
{{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน(help)|title= - ↑ Snapes, Laura (2018-10-12). "Hologram of Amy Winehouse set for 2019 worldwide tour". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "BBC Two - Reclaiming Amy". BBC (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "New Amy Winehouse film, Reclaiming Amy, is a harrowing account of a family's grief – review". The Independent (ภาษาอังกฤษ). 2021-07-24. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Celebretainment, By. "Amy Winehouse wanted children". madison.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-11-08. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Amy Winehouse foundation planned". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-27. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Mark Ronson 'happy' to be Amy patron". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2015-10-16. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Brits 2004: The winners" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2004-02-17. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Brit Awards 2007: List of winners" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2007-02-13. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Brit Awards 2008: The winners" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2008-02-20. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Amy Winehouse has been posthumously nominated for two Brit Awards". The Independent (ภาษาอังกฤษ). 2015-12-15. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Williams, Paul (January 16, 2009). "British talent nominated at German industry awards". Music Week. สืบค้นเมื่อ January 23, 2009.
- ↑ "Gewinner Echo 2009" (ภาษาเยอรมัน). Echo Music Awards. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 24, 2009. สืบค้นเมื่อ February 21, 2009.
- ↑ Alexander, Hilary (February 22, 2007). "Elle Style Awards". The Sunday Telegraph. สืบค้นเมื่อ January 24, 2009.
- ↑ "50th annual Grammy Awards nominations". Variety. December 6, 2007. สืบค้นเมื่อ January 24, 2009.
- ↑ "Highest entry on the US Album chart by a British female artist, first album". Guinness World Records (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-29. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Most Grammy Awards won in a single year by a British act (female)". Guinness World Records (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-12-28. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Most simultaneous entries on the UK Official Singles Chart by a female artist".
- ↑ "Profile: Amy Winehouse" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2008-07-29. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Gibson, Owen; correspondent, media (2008-04-21). "Novello first for Winehouse". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Thompson, Jody (2012-01-28). "Amy Winehouse up for three coveted Ivor Novello Awards". Daily Mirror (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ NME.COM. "Amy Winehouse's lyrics used in Cambridge exam | NME.COM". NME.COM (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Ferdinand win Mercury Music Prize" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2004-09-08. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Swash, Rosie (2007-07-17). "Arctic Monkeys, Amy Winehouse make shortlist for Mercury Prize". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Meteor - Meteor Ireland Music Awards Past Winners". www.meteor.ie (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-02-01. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Staff (2004-09-30). "Mobo organisers hope for trouble-free awards night". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Mobo Awards 2007: Winners in full" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2007-09-19. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Mobo Awards: Nominations in full" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2007-08-28. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Radio X News". Radio X (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "BBC - 6 Music - Mojo Awards". www.bbc.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "TLS". TLS (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Access Restricted". www.telegraph.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Liverpool rocks for MTV Europe Music Awards - USATODAY.com". www.usatoday.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-02-07. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Rolling Stone : MTV Video Music Awards Nominations Are In …". www.rollingstone.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-11-13. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ ""Wild child Winehouse due at mtvU show"".
- ↑ "National Recording Registry Inducts Sounds of Elton John, Chicago, Broadway's 'Hamilton,' Mary J. Blige, Amy Winehouse, Minecraft and Microsoft". Library of Congress - News and Content for Media (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ NME. "Shockwaves NME Awards 2008 - all the nominations". NME.COM (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-06-18. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ ""Oasis, Alex Turner, Killers: Shockwaves NME Awards 2009 nominations"".
- ↑ ""Amy Winehouse 'wins' Worst Dressed gong at Shockwaves NME Awards"".
- ↑ "Rihanna's NRJ triumph" (ภาษาอังกฤษ). 2008-01-28. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-04-20. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "The 2025 Popjustice Twenty Quid Music Prize • Popjustice". Popjustice (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ Nestruck, Kelly (2007-10-08). "Kylie, Amy, Macca, the Arctics and Damon all triumph at Q awards". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ NME.COM. "Fall Out Boy, Timberlake sweep Teen Choice Awards | NME.COM". NME.COM (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Soul Train Awards 2012 honor New Edition, Beyonce - CBS News". www.cbsnews.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2012-11-26. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Urban Music Awards". www.urbanmusicawards.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Yahoo! News UK". Yahoo! News UK (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-08-15. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ ""2007: The Year in Hip-Hop and R&B"".
- ↑ "Disaster Of The Year: Amy Winehouse - Virgin Media Music Awards 2007: the winners - Pictures - music - Virgin Media". www.virginmedia.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-06-04. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ "Loser Of The Year: Amy Winehouse - Virgin Media Music Awards 2008: the winners - Pictures - Music - Virgin Media". virginmedia.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-15. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.
- ↑ ""Duffy, Kate Nash, Amy Winehouse and Estelle to battle it out for Best Live Female Award at the Vodafone Live Music Awards"".
- ↑ "Coldplay, Leona Lewis, Ringo Starr Win Big At World Music Awards : Rolling Stone : Rock and Roll Daily". www.rollingstone.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-04-20. สืบค้นเมื่อ 2025-10-09.