เทาเจียด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทาเจียด (เฉา เจี๋ย)
曹節
นายกองรถม้า (奉車都尉)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. ? (?) – ค.ศ. ? (?)
กษัตริย์ พระเจ้าฮวนเต้
เสนาบดีองครักษ์แห่งตำหนักฉางเล่อ (長樂衛尉)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 168 (168) – ค.ศ. 169 (169)
กษัตริย์ พระเจ้าเลนเต้
มหาดเล็กรับใช้จักรพรรดินี (大長秋)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 169 (169) – ค.ศ. ? (?)
กษัตริย์ พระเจ้าเลนเต้
หัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ (尚書令)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 179 (179) – ค.ศ. 181 (181)
กษัตริย์ พระเจ้าเลนเต้
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด ไม่ปรากฏ
เสียชีวิต ค.ศ. 181
อาชีพ ขันทีราชสำนัก, ขุนนาง
ชื่อรอง ฮั่นเฟิง (漢豐)
บรรดาศักดิ์ โหฺวแห่งยีหยง (育陽侯)
เทาเจียด
อักษรจีนตัวเต็ม曹節
อักษรจีนตัวย่อ曹节
ฮั่นเฟิง
(ชื่อรอง)
อักษรจีนตัวเต็ม漢豐
อักษรจีนตัวย่อ汉丰
หน้านี้เป็นชื่อบุคคลจีน นามสกุลคือ เฉา (曹)

เทาเจียด (เสียชีวิต ค.ศ. 181) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า เฉา เจี๋ย (จีน: 曹節; พินอิน: Caó Jié) ชื่อรอง ฮั่นเฟิง (จีน: 漢豐; พินอิน: Hànfēng) เป็นขันทีราชสำนักและขุนนางชาวจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เทาเจียดขึ้นมามีอำนาจในรัชสมัยของพระเจ้าเลนเต้ (ฮั่นหลิงตี้; ครองราชย์ ค.ศ.168–189) มีส่วนร่วมในการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกับฝ่ายตรงข้ามที่นำโดยเตาบู (โต้ว อู่) และตันผวน (เฉิน ฝัน) ในรัชสมัยของพระเจ้าฮวนเต้ (ฮันหฺวันตี้; ครองราชย์ ค.ศ. 146–168) และต้นรัชสมัยของพระเจ้าเลนเต้ ต่อมาเฝิงฝาง ลูกเขยของเทาเจียดกลายเป็นหนึ่งใน 8 นายกองพันของกองทัพอุทยานตะวันตก

ในช่วงต้นของนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง สามก๊ก ที่ประพันธ์ในศตวรรษที่ 14 เทาเจียดได้รับการระบุให้เป็นขันทีคนหนึ่งในกลุ่มสิบขันที แม้ว่าตามประวัติศาสตร์จริงแล้วเทาเจียดไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มสิบขันที

ประวัติ[แก้]

เฉาเจี๋ยเริ่มทำรับราชการในตำแหน่งเสี่ยวหฺวังเหมิน (小黃門) เมื่อต้นรัชสมัย จักรพรรดิฮั่นชุ่นตี้ (ครองราชย์ ค.ศ. 125–144) ต่อมาเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นจงฉางชื่อ (中常侍) ในรัชสมัยพระเจ้าฮวนเต้ (ครองราชย์ ค.ศ. 146–168) เทาเจียดยังได้รับการแต่งตั้งให้ตำแหน่งเฟิ่งเชอตูเว่ย์ (奉車都尉) หรือนายกองรถม้า

ในปี ค.ศ. 168 เทาเจียดได้รับบรรดาศักดิ์เซียงโหฺวแห่งเตียงฮัน (長安鄉侯 ฉางอันเซียงโหว) จากความชอบในการมีส่วนช่วยให้พระเจ้าเลนเต้ได้ขึ้นครองราชย์ เนื่องจากเวลานั้นพระเจ้าเลนเต้ยังทรงพระเยาว์ พระพันปีหลวงเตา (โต้วไท่โฮฺ่ว; มเหสีม่ายของพระเจ้าเลนเต้), ขุนพลใหญ่เตาบู (บิดาของพระพันปีหลวงเตา) และ ราชครูตันผวนจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เตาบูและตันผวนเป็นผู้นำกลุ่มขุนนางในราชสำนักที่ขัดแย้งกับกลุ่มขันทีที่มีเทาเจียดและคนอื่น ๆ เป็นตัวแทนกลุ่ม เมื่อเทาเจียดและกลุ่มขันทีได้ยินว่าฝ่ายเตาบูและตันผวนวางแผนกำจัดพวกตน เทาเจียดและกลุ่มขันทีจึงกระทำรัฐประหารยึดอำนาจฝ่ายตรงข้ามด้วยความช่วยเหลือของหวัง ฝู่ (王甫) จู ยฺหวี่ (朱瑀) ก้ง ผู่ (共普), จาง เลี่ยง (張亮) และคนอื่น ๆ เตาบูและตันผวนถูกจับและถูกประหารชีวิต ในขณะที่พระพันปีหลวงเตาถูกกักบริเวณ หลังการรัฐประหาร เทาเจียดได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “เสนาบดีราชองครักษ์แห่งตำหนักฉางเล่อ” (長樂衛尉 ฉางเล่อเว่ย์เว่ย์) นอกจากนี้ยังได้บรรดาศักดิ์เป็น "โหฺวแห่งยีหยง" (育陽侯 ยวี่หยางโหฺว) พร้อมได้กินส่วย 3,000 ครัวเรือน พันธมิตรที่ร่วมกับเทาเจียดในการทำรัฐประหารก็ได้รับบรรดาศักดิ์โหฺวและเกียรติยศอื่น ๆ จากพระเจ้าเลนเต้

ในปี ค.ศ. 169 เฉาเจี๋ยได้รับตำแหน่งเป็นจงฉางชื่อ (中常侍) อีกครั้ง ไม่นานหลังจากนั้น เทาเจียดได้รับการแต่งตั้งเป็นต้าฉางชิว (大長秋) หรือมหาดเล็กผู้รับใช้จักรพรรดินี ในปี ค.ศ. 172 เมื่อพระพันปีหลวงเตาสิ้นพระชนม์ระหว่างงถูกกักบริเวณ เทาเจียดและหวัง ฝู่ทูลโน้มน้าวพระเจ้าเลนเต้ให้จัดพิธีศพของพระพันปีหลวงเตาเยี่ยงพิธีศพของพระสนมทั่วไปแทนที่จะจัดพิธีศพให้เหมาะกับสถานภาพ และไม่ให้ฝังพระศพด้วยกับพระบรมศพของพระเจ้าฮวนเต้ แต่ความพยายามทูลโน้มน้าวของทั้งคู่ไม่สำเร็จ เพราะขุนนางสองคนคือ เฉินฉิว (陳球) เสนาบดีตุลาการ (廷尉 ถิงเว่ย์) และหลี่ เสียน (李咸) เสนาบดีกลาโหม (太尉 ไท่เว่ย์) ทูลโน้มน้าวพระเจ้าเลนเต้ให้จัดพิธีศพของพระพันปีหลวงเตาเยี่ยงพิธีศพของพระพันปีหลวงและให้ฝังพระศพด้วยกันกับพระเจ้าฮวนเต้ ในปีเดียวกันนั้น เทาเจียด หวัง ฝู่ และคนอื่น ๆ ใส่ร้ายหลิว คุย (劉悝) อ๋องแห่งปุดไฮ (勃海王 ปั๋วไห่หฺวัง) และเป็นพระอนุชาของพระเจ้าฮวนเต้ว่าเป็นกบฏ ต่อมาหลิว คุยฆ่าตัวตายในคุก พระเจ้าเลนเต้บำเหน็จรางวัลให้เทาเจียดและหวัง ฝู่ที่เปิดเผย "การเป็นกบฏ" ของหลิว คุย โดยให้เพิ่มจำนวนครัวเรือนที่เรียกเก็บส่วย ญาติ ๆ ของทั้งคู่ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางในราชสำนักฮั่น

ในปี ค.ศ. 179 เทาเจียดได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ (尚書令 ชั่งชูลิ่ง) เทาเจียดเสียชีวิตในปี ค.ศ. 181 และได้รับการแต่งตั้งย้อนหลังให้เป็นขุนพลทหารม้าและรถศึก (車騎將軍 เชอฉีเจียงจฺวิน)

อ้างอิง[แก้]