เตาบู
เตาบู (โต้ว อู่) | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 竇武 | |||||||
| มหาขุนพล (大將軍 ต้าเจียงจฺวิน) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง 30 มกราคม – 25 ตุลาคม ค.ศ. 168 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| ก่อนหน้า | เหลียง จี้ | ||||||
| ถัดไป | โฮจิ๋น | ||||||
| ผู้จัดการราชการของสำนักราชเลขาธิการ (錄尚書事 ลู่ช่างชูชื่อ) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 168 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| นายกองพันประตูเมือง (城門校尉 เฉิงเหมินเซี่ยวเว่ย์) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 166 – ค.ศ. 168 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าหวนเต้ | ||||||
| นายกองพันทหารม้าเร็ว (越騎校尉 เยว่ฉีเซี่ยวเว่ย์) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 165 – ค.ศ. 166 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าหวนเต้ | ||||||
| เจ้าหน้าที่มหาดเล็กกลาง (郎中 หลางจง) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 165 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าหวนเต้ | ||||||
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |||||||
| เกิด | ไม่ปรากฏ นครเสียนหยาง มณฑลฉ่านซี | ||||||
| เสียชีวิต | 25 ตุลาคม ค.ศ. 168[a] นครลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน | ||||||
| บุตร |
| ||||||
| บุพการี |
| ||||||
| ความสัมพันธ์ |
| ||||||
| อาชีพ | ขุนนาง, นักปรัชญา | ||||||
| ชื่อรอง | โหยวผิง (游平) | ||||||
| บรรดาศักดิ์ | เฮาแห่งเหวินสี่ (聞喜侯 เหวินสี่โหว) | ||||||
| ชื่อภาษาจีน | |||||||
| จีนตัวเต็ม | 竇武 | ||||||
| จีนตัวย่อ | 窦武 | ||||||
| |||||||
| โหยวผิง (ชื่อรอง) | |||||||
| จีน | 游平 | ||||||
| |||||||
เตาบู[1] (เสียชีวิต 25 ตุลาคม ค.ศ. 168[a]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า โต้ว อู่ (จีน: 竇武; พินอิน: Dòu Wǔ) ชื่อรอง โหยวผิง (จีน: 游平; พินอิน: Yóupíng) เป็นนักปรัชญาและขุนนางชาวจีนในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เตาบูมีชื่อเสียงในฐานะบัณฑิตในลัทธิขงจื๊อ และรับราชการเป็นข้าราชการระดับล่างในรัชสมัยพระเจ้าหวนเต้ (漢桓帝 ฮั่นหฺวานตี้) จนกระทั่งโต้ว เมี่ยว (竇妙) ผู้เป็นบุตรสาวได้เลื่อนฐานะจากพระสนมเป็นฮองเฮา (皇后 หฺวางโฮ่ว) หรือจักรพรรดินี ทำให้เตาบูได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปด้วย ในที่สุดก็ขึ้นเป็นขุนนางราชสำนักที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง เมื่อโต้ว เมี่ยวผู้เป็นบุตรสาวได้ขึ้นเป็นได้ขึ้นเป็นไทเฮา (太后 ไท่โฮ่ว) หรือจักรพรรดินีพันปีหลวงและเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) เตาบูและตันผวน (陳蕃 เฉิน ฝาน) พยายามจะลิดรอนอำนาจของกลุ่มขันทีและจะตั้งให้บัณฑิตลัทธิขงจื๊อมารับราชการในราชสำนัก แต่ภายหลังจากแผนการที่เตาบูและตันผวนคิดการจะกำจัดกลุ่มขันทีที่ทรงอำนาจมากที่สุดถูกล่วงรู้ เตาบูก็พ่ายแพ้ในการรบกับกลุ่มขันทีและท้ายที่สุดเตาบูก็ฆ่าตัวตาย
การรับราชการในรัชสมัยพระเจ้าหวนเต้
[แก้]บิดาของเตาบูคือโต้ว เฟิ่ง (竇奉) โต้ว เฟิ่งเป็นเหลนชายของโต้ว หรง (竇融) ผู้มีส่วนสำคัญในการศึกของพระเจ้าฮั่นกองบู๊ (漢光武帝 ฮั่นกวางอู่ตี้) ในการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นขึ้นใหม่ โต้ว เฟิ่งดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองติ้งเซียง (定襄)[3] เมื่อเตาบูยังอยู่ในวัยเยาว์ เป็นที่รู้จักจากจากความเชี่ยวชาญคัมภีร์ในลัทธิขงจื๊อ และมีชื่อเสียงในพื้นที่ทางตะวันตกของด่านต้าส่วน (大散關 ต้าส่านกวาน) แต่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในทางการเมือง[4]
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 165 เมื่อโต้ว เมี่ยว (竇妙) บุตรสาวของเตาบูได้รับเลือกให้เป็นพระสนมเนื่องจากเป็นสตรีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตระกูลทรงเกียรติ ด้วยเหตุนี้พระเจ้าหวนเต้ (漢桓帝 ฮั่นหฺวานตี้) จึงทรงตั้งให้เตาบูเป็นขุนนางระดับล่าง ภายหลังในปีเดียวกันนั้น ภายหลังจักรพรรดินีเติ้ง เหมิง-นฺหวี่ (鄧猛女) ถูกปลดจากตำแหน่ง เหล่าขุนนางราชสำนักต่างสนับสนุนในพระสนมโต้ว เมี่ยวเป็นจักรพรรดินีพระองค์เนื่องจากชื่อเสียงของเตาบู แม้ว่าพระเจ้าหวนเต้จะไม่โปรดพระสนมโต้ว เมี่ยวนักแต่ก็ทรงกระทำตามที่เหล่าขุนนางเสนอ โต้ว เมี่ยวได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดินีในปีเดียวกันกันนั้น เตาบูได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพของทัพรักษานครหลวงลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นเฮา (侯 โหว)
เมื่อ ค.ศ. 167 ในช่วงเหตุการณ์วิบัติการกีดกันพลพรรคครั้งแรก (ซึ่งขุนนางลัทธิขงจื๊อและผู้สนับสนุนที่เป็นนักศึกษาจากสำนักศึกษาหลวงถูกกล่าวหาว่าเป็น "พลพรรค" ที่วางแผนโค่นล้มจักรพรรดิ) เตาบูเข้าช่วยเหลือพลพรรคโดยทูลพระเจ้าหวนเต้ขอผ่อนปรนโทษให้พลพรรค ขณะเดียวกันเตาบูก็ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งพระเจ้าหวนเต้ทรงไม่ยอมรับการลาออกจากเตาบู[5] จากการทูลขอของเตาบูและฮั่ว ยฺหวี (霍謣) พระเจ้าหวนเต้จึงไม่ทรงสั่งประหารชีวิตพลพรรคคนใด ๆ แต่ก็ทรงถอดถอนสิทธิ์การเข้ารับราชการพลเรือนของพลพรรคแทน ในช่วงเวลานั้น เตาบูยังได้เสนอชื่อบัณฑิตหลายคนที่ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นพลพรรคให้เข้ารับราชการในตำแหน่งสำคัญ ๆ
การรับราชการในสมัยสำเร็จราชการของบุตรสาว และการเสียชีวิต
[แก้]ช่วงต้น ค.ศ. 168 พระเจ้าหวนเต้สวรรคตโดยไม่มีรัชทายาท จักรพรรดินีโต้ว เมี่ยวทรงขึ้นเป็นไทเฮา (太后 ไท่โฮ่ว) หรือจักรพรรดินีพันปีหลวง และมีฐานะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระองค์ทรงปรึกษากับเตาบูผู้บิดาและตันผวน (陳蕃 เฉิน ฝาน) ในเรื่องที่ว่าผู้ใดควรได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ในที่สุดทั้งหมดก็ตัดสินใจเลือกเล่าเหี้ยน[6] (劉宏 หลิว หง) วัย 12 ปีผู้มีฐานันดรศักดิ์เป็นเตงเฮาแห่งเจี่ยตู๋ (解瀆亭侯 เจี่ยตู๋ถิงโหว) ภายหลังในปีเดียวกัน เล่าเหี้ยนได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ ในประวัติศาสตร์รู้จักในพระนามว่าพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) จักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวยังทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป
เนื่องจากจักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เตาบูและตันผวนจึงกลายเป็นขุนนางคนสำคัญที่สุดในราชสำนัก เตาบูได้รับศักดินาเพิ่มมากขึ้น ส่วนบุตรชายของเตาบูและหลานชายอีก 2 คนก็ได้รับการตั้งให้มีบรรดาศักดิ์เฮา โลติด (盧植 หลู จื๋อ) ซึ่งเวลานั้นยังเป็นพลเรือนและไม่มีตำแหน่งราชการได้เขียนหนังสือถึงเตาบูเพื่อแนะนำให้เตาบูปฏิเสธการรับพระราชทานบำเหน็จ แต่เตาบูเพิกเฉยต่อคำแนะนำของโลติด[7]
เตาบูและตันผวนเรียกกลุ่มพลพรรคกลับมาแล้วตั้งหลายคนให้ดำรงตำแหน่งราชการที่สำคัญ ๆ ในขณะเดียวกัน เตาบูและตันผวนก็เริ่มกังวลว่าพระเจ้าเลนเต้และจักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวทรงถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าขันที นางสนองพระโอษฐ์ และเจ้า เหรา (趙嬈) แม่นมของพระเจ้าเลนเต้ ซึ่งทั้งหมดล้วนประจบสอพลอและเป็นที่ไว้วางพระทัยของทั้งสองพระองค์ เตาบูและตันผวนจึงเริ่มวางแผนจะกำจัดขันทีที่ทรงอิทธิพลทั้งหมด เตาบูทูลเสนอแผนการนี้กับจักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวที่เป็นบุตรสาว แต่พระองค์ทรงปฏิเสธแผนการของเตาบูโดยทรงให้เหตุผลว่าไม่ใช่ขันทีที่ทรงอำนาจที่ควรรับโทษตาย เตาบูจึงทูลจะประหารชีวิตขันที 4 คน ได้แก่ กว่าน ป้า (管霸), ซู คาง (蘇康), เทาเจียด (曹節 เฉา เจี๋ย) และหวาง ฝู่ (王甫) ขณะที่จักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวกำลังทรงพิจารณาเรื่องคำทูลขอของเตาบูนี้ จู ยฺหวี่ (朱瑀) ที่เป็นขันทีอีกคนแอบเปิดดูฎีกาของเตาบูที่ทูลเสนอจักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวในระหว่างที่เตาบูไม่อยู่ จึงล่วงรู้เรื่องที่เตาบูเสนอแผนการจะกวาดล้างเหล่าขันที จู ยฺหวี่โกรธมากจึงรวบรวมขันทีอีก 17 คนเข้าจับกุมพระเจ้าเลนเต้และกักบริเวณพระองค์โดยทูลอ้างว่าเพื่อถวายการอารักขา จากนั้นจึงลักพาตัวจักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยว เหล่าขันทีส่งกำลังทหารไปจับกุมเตาบูและตันผัน ตันผวนถูกจับตัวอย่างรวดเร็วและถูกสังหาร แต่เตาบูรวบรวมกำลังทหารของตนไว้และตั้งมั่นต่อต้าน เหล่าขันทีลวงขุนพลจาง ฮฺว่าน (張奐) ซึ่งเป็นขุนพลผ่านศึกจากการเคยเป็นแม่ทัพของทัพป้องกันชายแดนด้านเหนือให้หลงเชื่อว่าเตาบูก่อกบฏ จาง ฮฺว่านจึงนำทัพไปปราบเตาบูและเอาชนะได้ เมื่อเตาบูพ่ายแพ้ก็ฆ่าตัวตาย ตระกูลของเตาบูทั้งหมดก็ถูกสังหารด้วย จักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยวทรงสูญเสียอำนาจและทรงถูกกักบริเวณตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม โต้ว ฝู่ (竇輔) ผู้เป็นหลานปู่ของเตาบูได้รับการช่วยเหลือให้รอดชีวิตมาได้
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- 1 2 บทพระราชประวัติพระเจ้าเลนเต้ในโฮ่วฮั่นชูระบุว่าเตาบูและตันผวนพร้อมด้วยคนอื่น ๆ ถูกสังหารในวันซินไฮ่ (辛亥) ของเดือน 9 ในศักราชเจี้ยนหนิง (建宁) ปีที่ 1 ในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ วันที่นี้เทียบได้กับวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 168 ในปฏิทินจูเลียส[2]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("จึงมีขันทีผู้ใหญ่คนหนึ่งชื่อเทาเจียดกับพวกขันทีทั้งปวง เห็นว่าพระเจ้าเลนเต้รักใคร่ไว้พระทัย จึงคิดกันกระทำการหยาบช้าต่าง ๆ แต่บันดาราชกิจสิ่งใดนั้น ขันทีว่ากล่าวเอาผิดเปนชอบ ขุนนางแลอาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนนัก จึงมีขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสองชื่อเตาบูตันผวนเห็นผิดคิดอ่านจะจับขันทีฆ่าเสีย เทาเจียดขันทีรู้ตัวจึงให้พัครพวกจับเตาบูตันผวนไปฆ่าเสีย") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 9, 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) เทียบกับ (及桓帝崩,靈帝即位,大將軍竇武、太傅陳蕃,共相輔佐。時有宦官曹節等弄權,竇武、陳蕃謀誅之,作事不密,反為所害,中涓自此愈橫。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1. - ↑ [(建宁元年)九月辛亥,中常侍曹节矫诏诛太傅陈蕃、大将军窦武...] โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 8.
- ↑ (窦武字游平,扶风平陵人,安丰戴侯融之玄孙也。父奉,定襄太守。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
- ↑ (武少以经行着称,常教授于大泽中,不交时事,名显关西。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
- ↑ (书奏,因以病上还城门校尉、槐里侯印绶。帝不许...) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
- ↑ ("พระเจ้าฮวนเต้เสวยราชสมบัติบำรุงราษฎรหัวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขมาถึงยี่สิบเอ็ดปี พระชันษาสามสิบหกปีเสด็จสู่สวรรคต พระมเหสีหาพระราชบุตรมิได้ ครั้นทำการฝังพระศพแล้ว จึงประชุมขุนนางพร้อมกันเชิญเล่าเหี้ยนเชื้อพระวงศ์พระชันษาสิบสองปีมามอบราชสมบัติ ถวายพระนามพระเจ้าเลนเต้") "ตั้งฮั่น ๒๘". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 23, 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ ([建宁元年]六月....。癸巳,录定策功,封窦武为闻喜侯,武子机为渭阳侯,兄子绍为鄠侯,靖为西乡侯,中常侍曹节为长安乡侯,侯者凡十一人。涿郡卢植上书说武曰:“足下之于汉朝,犹旦、奭之在周室,建立圣主,四海有系,论者以为吾子之功,于斯为重。今同宗相后,披图案牒,以次建之,何勋之有!岂可横叨天功,以为己力乎!宜辞大赏,以全身名。”武不能用。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 56.
บรรณานุกรม
[แก้]- ฟ่าน เย่ (คริสต์ศตวรรษที่ 5). โฮ่วฮั่นชู.
- ล่อกวนตง (คริสต์ศตวรรษที่ 14). สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้).