เต่ายักษ์กาลาปาโกส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เต่ากาลาปากอส)
Jump to navigation Jump to search
เต่ายักษ์กาลาปาโกส
Geochelone nigra.png
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
อันดับ: Testudines
อันดับย่อย: Cryptodira
วงศ์: Testudinidae
สกุล: Chelonoidis
สปีชีส์: C.  nigra[1]
ชื่อทวินาม
Chelonoidis nigra
(Quoy & Gaimard, 1824[2])
ชนิดย่อย
Chelonoidis nigra mapa de distribucion.svg
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ (หมู่เกาะกาลาปาโกส)
ชื่อพ้อง[2]
  • Chelonoidis elephantopus Bour, 1980[5]
  • Geochelone elephantopus (Harlan, 1827) [6]
  • Geochelone nigra (Quoy & Gaimard, 1824)
  • Testudo nigra Quoy & Gaimard, 1824

เต่ายักษ์กาลาปาโกส หรือ เต่ากาลาปาโกส (อังกฤษ: Galápagos tortoise, Galápagos giant tortoise; ชื่อวิทยาศาสตร์: Chelonoidis nigra) สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จำพวกเต่า จัดเป็นเต่าบกชนิดหนึ่ง

นับเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะเด่น คือ กระดองหนา มีสีเทาเข้มจนถึงสีดำ มีคอที่ยาวมากเพื่อใช้ในการหาอาหาร หัวมีขนาดเล็ก ตัวผู้มีกระดองยาว 122 เซนติเมตร น้ำหนักได้ถึง 250 กิโลกรัม ตัวเมียจะตัวเล็กกว่า กระดองยาว 91 เซนติเมตร น้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 159 กิโลกรัม วางไข่ประมาณ 9-25 ฟอง ไข่จะฟักในอุณหภูมิประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส แต่จะเหลือลูกเต่าไม่ถึงครึ่งที่มีชีวิตรอดจากการวางไข่แต่ละครั้ง ชอบอาศัยในที่พุ่มไม้เตี้ย ในบึง และเนินทรายชายฝั่ง และมีอายุยืนได้นานมากกว่า 100 ปี หรือเกือบ ๆ 200 ปี[7][8]

เต่ายักษ์กาลาปาโกส เป็นเต่าที่กินพืชเป็นอาหาร โดยสามารถกินพืชที่ขึ้นที่แห้งแล้งชนิดต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย รวมถึงพืชที่มีหนามแหลมอย่างกระบองเพชรด้วย และจากการศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อถึงฤดูแล้งที่สภาพอาหารเหือดแห้ง เต่ายักษ์กาลาปาโกสสามารถปรับตัวให้หัวใจเต้นเพียงครั้งละ 1 ครั้งต่อ 1 นาทีได้ด้วย เพื่อประหยัดพลังงานในการเผาผลาญอาหาร และในช่วงฤดูผสมพันธุ์ จากการติดเครื่องติดตามดาวเทียมพบว่า เต่ายักษ์กาลาปาโกสมีพื้นที่อพยพ 6 ไมล์ จากยอดภูเขาไฟอัลเซโด มาจนถึงระดับน้ำทะเล เพื่อผสมพันธุ์ ซึ่งบางตัวอาจใช้เวลาเดินทางนานถึง 2 เดือน [9]

จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นที่พบเฉพาะบนหมู่เกาะกาลาปาโกส กลางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในเขตของประเทศเอกวาดอร์เท่านั้น และก็ได้มีชนิดย่อยแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของกระดอง และขนาดลำตัว ซึ่งจะอาศัยกระจายกันไปตามเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะกาลาปาโกส และเกาะอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เป็นไปตามทฤษฎีวิวัฒนาการที่กระดองของเต่าจะปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะการกินอาหารตามแต่ละภูมิประเทศที่อาศัย เช่น บ้างก็เว้าตรงคอ, บ้างก็โค้งกลมเหมือนโดม หรือบ้างก็เหมือนอานม้า โดยสามารถแบ่งออกได้ถึง 14 ชนิดย่อย (ดูในตาราง) และบางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วเช่นกัน[10]

โดยเต่ายักษ์กาลาปาโกส มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง เมื่อ ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักชีววิทยาชาวอังกฤษ ได้เดินทางมายังที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1835 ดาร์วินได้พบกับเต่ายักษ์กาลาปาโกสครั้งแรก เมื่อเต่ายักษ์กาลาปาโกสเดินออกมาจากพุ่มไม้หนาม และกัดกินใบของพืชตระกูลแอปเปิลที่มีพิษเป็นอาหาร[9] และดาร์วินสังเกตว่า กระดองเต่าที่อาศัยอยู่บนเกาะต่าง ๆ กันนั้นมีรูปร่างต่างกัน ซึ่งข้อสังเกตการณ์นั้นกลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติที่ดาร์วินเสนอขึ้นมา จนโด่งดังมีชื่อเสียงขึ้นมา

กระดองเต่ายักษ์กาลาปาโกสที่จัดแสดง ณ สวนสัตว์พาต้า

โดยเต่ายักษ์กาลาปาโกสตัวที่มีชื่อเสียง ได้แก่ "จอร์จผู้เดียวดาย" ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นตัวผู้ได้ตายลงเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2012 จอร์จเป็นเต่าชนิดย่อย C. n. abingdonii ที่เป็นชนิดที่พบบนเกาะพินต้า ซึ่งเป็นเกาะที่เล็กที่สุดของหมู่เกาะกาลาปาโกส[8] และเชื่อกันว่าจอร์จนี้เป็นตัวสุดท้ายของโลกของเต่าชนิดย่อยนี้ เป็นเต่าในสถานที่เลี้ยงในกรุงกีโต เมืองหลวงของเอกกาดอร์ มีความพยายามจากนักวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายครั้งที่จะพยายามเพาะขยายพันธุ์ ด้วยการให้จอร์จผสมพันธุ์กับเต่าตัวเมีย แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเต่าตัวเมียวางไข่ 2 ครั้ง แต่ก็เป็นหมันทั้งหมด เพราะจอร์จอายุมากแล้ว จึงได้รับชื่อว่า "จอร์จผู้เดียวดาย"[11][8]

ปัจจุบัน มีเต่ายักษ์กาลาปาโกสอาศัยอยู่ในธรรมชาติประมาณ 20,000 ตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ จากที่เคยเหลืออยู่แค่ 3,000 ตัว เมื่อปี ค.ศ. 1974 จากการถูกรุกรานและฆ่าโดยมนุษย์[11] โดยศูนย์เพาะขยายพันธุ์ใหญ่ที่สุด คือ สถานีวิจัยชาร์ลส์ ดาร์วิน บนเกาะซานตาครูซ ของหมู่เกาะกาลาปาโกส ซึ่งมีด้วยกันหลายจุด ครอบคลุมเต่ายักษ์กาลาปาโกสทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เกิดจนตาย เต่าวัยอ่อนอายุไม่เกิน 2 ปี จะถูกดูแลเป็นอย่างดีให้พ้นจากศัตรูตามธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย โดยบนกระดองจะมีการแต้มสีต่าง ๆ เป็นจุด เพื่อเรียกแทนค่าหมายเลขประจำตัว ตามชนิดย่อยที่แตกต่างกันตามไปตามเกาะที่เป็นแหล่งต้นกำเนิด ซึ่งเต่ายักษ์กาลาปาโกสจะอาศัยอยู่ที่นี่จนอายุได้ 4-6 ปี และผ่านการวัดขนาดความกระดองให้ได้ประมาณ 20-25 เซนติเมตร จึงถือว่าเติบโตได้ตามปกติ และนำไปปล่อยสู่แหล่งเลี้ยงที่มีการจัดสภาวะแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด [12]

และมีรายงานจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า ยังมีเต่าในชนิดย่อยต่าง ๆ อาศัยอยู่ยังเกาะที่ห่างไกลออกไปกว่า 300 กิโลเมตร โดยทราบมาจากวิเคราะห์ทางพันธุกรรม[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Rhodin, A.G.J.; van Dijk, P.P. (2010). "Turtles of the world, 2010 update: Annotated checklist of taxonomy, synonymy, distribution and conservation status". In Iverson, J.B.; Shaffer, H.B. Turtle taxonomy working group. Chelonian Research Foundation. pp. 33–34. doi:10.3854/crm.5.000.checklist.v3.2010. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 จาก IUCN (อังกฤษ)
  3. Chelonoidis phantastica (Van Denburgh) (อังกฤษ)
  4. SPECIES Chelonoidis wallacei (อังกฤษ)
  5. 5.0 5.1 "เข้าใจผิดมา 150 ปี “เต่ายักษ์กระดองอานม้า" แห่งกาลาปากอสยังไม่สูญพันธุ์". ผู้จัดการออนไลน์. http://www.manager.co.th/science/ViewNews.aspx?NewsID=9550000003960. 
  6. "Chelonoidis nigra". ระบบข้อมูลการจำแนกพันธุ์แบบบูรณาการ. http://www.itis.gov/servlet/SingleRpt/SingleRpt?search_topic=TSN&search_value=551778. 
  7. เต่ายักษ์กาลาปากอส
  8. 8.0 8.1 8.2 "ปิดฉากชีวิต “จอร์จผู้เดียวดาย” สูญพันธุ์เต่ายักษ์อายุ 100 ปีแห่งกาลาปาโกส". ผู้จัดการออนไลน์. http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9550000077788. 
  9. 9.0 9.1 หน้า 100, Close Encounters. นิตยสาร Lonely Planet Traveller Thailand Issue 51: November 2015
  10. หมู่เกาะกาลาปากอส
  11. 11.0 11.1 "'เต่ายักษ์'แห่งเกาะกาลาปากอสตายแล้ว". คมชัดลึก. 2012-06-25. http://www.komchadluek.net/news/foreign/133633. 
  12. "สุดหล้าฟ้าเขียว: กาลาปากอส 3". ช่อง 3. 31 Janaury 2015. http://tv.ohozaa.com/hourly-rerun/3/2015-01-31/06/. เรียกข้อมูลเมื่อ 31 Janaury 2015. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]