เจ้าฟ้าเสือดัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

สุดางฟ้า เป็นราชโอรสที่ติดมากับพระมเหสีรองของท้าวขำติ ซึ่งถูกลอยแพมาตามแม่น้ำพรหมบุตร กุนาภิรามกล่าวว่า กษัตริย์องค์นี้ทรงกระทำตามพระทัยตนเอง แต่ไม่มีตำนานบุรานชิ ฉบับใดยืนยันคำกล่าวนี้ รัชกาลของพระองค์เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ และพระองค์เองก็เคยออกนำหน้ากองทัพในการสู้รบอย่างน้อยที่สุดหนึ่งครั้ง

ก่อนขึ้นครองราชย์[แก้]

ประสูติ[แก้]

สุดางฟ้าประสูติที่หมู่บ้านฮาบุง เมื่อปี พ.ศ.๑๙๒๕ ซึ่งพระราชมารดาสิ้นพระชนม์หลังพระองค์ประสูติได้ไม่นานนัก พราหมณ์ที่ให้การอุปการะแก่พระราชมารดาได้ให้ชื่อแก่พระองค์ว่า "สุดาง" และเลี้ยงดูมาพร้อมกับบุตรของเขา

เส้นทางสู่ราชบัลลังก์[แก้]

จนกระทั่งพ่อค้าคนหนึ่งชื่อ "ท้าวเชี่ยวแคน" ได้เดินทางมาพบพระองค์ และความได้ไปถึง บุรฮา โกฮาอิน ผู้สำเร็จราชการในขณะนั้น พระองค์จึงเดินทางไปชารายเทโว และได้ราชบัลลังก์มาครอง

ขึ้นครองราชย์[แก้]

แรกเริ่มครองราชย์[แก้]

สุดางฟ้าได้เป็นกษัตริย์เมื่อปี พ.ศ.๑๙๔๐ ชันษาได้ 15ปี เนื่องจากได้รับการเลี้ยงดูจากพราหมณ์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จึงถูกขนานพระนามว่า "เจ้าชายพราหมณ์" และอิทธิพลของพราหมณ์ได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมากในรัชกาลนี้ สุดางฟ้าได้สร้างเมืองขึ้นเมืองหนึ่งที่โธลา และได้ย้ายราชธานีมาอยู่ที่ ชากุยะ ใกล้แม่น้ำทิหิง ซึ่งพราหมณ์ที่เลี้ยงดูพระองค์ได้เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิด และบุตรชายของเขาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ชายแดน

แผนการกบฏ[แก้]

หัวหน้าพวกทิปามกลุ่มหนึ่งไม่พอใจในระบอบการปกครองของพระองค์ ซึ่งเขาได้วางแผนการคิดร้ายต่อสุดางฟ้า แต่ข่าวได้ล่วงรู้ไปถึงพระกรรณเสียก่อน แต่แทนที่จะทรงจัดการโดยทันที พระองค์กลับรับสั่งให้สร้างเพนียดคล้องช้าง และเมื่อคล้องช้างได้บ้างแล้วก็จัดให้มีงานสมโภชน์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงเชิยผู้สบคบคิดการร้ายเหล่านี้มาร่วมด้วย และระหว่างงานฉลองนั้น ผู้คิดการร้ายทั้งหมดก็ถูกฆ่าตาย ศีรษะได้ถูกนำมากองไว้เป็นพะเนิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะตามประเพณีของอาหม

ความวุ่นวายที่ตามมา[แก้]

หลังจากที่จัดการพวกคิดการร้ายเสร็จสิ้นแล้ว สุดางฟ้าได้มีพระราชประสงค์ที่จะเอาใจพวกทิปามที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งพระองค์ได้อภิเษกสมรสกับธิดาของหัวหน้าพวกทิปามคนหนึ่งชื่อ "ขุนไท" แต่หญิงสาวคนนี้มีชูรักอยู่แล้วชื่อ "ไท สุไล" ในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันหนึ่ง ไท สุไลลอบส่งแหวนของตนไปให้คนรัก เมื่อสุดางฟ้าทรงทราบเรื่อง ก็ให้นำตัวไท สุไลมาสอบสวน แต่ไท สุไลได้หนีไปขอความช่วยเหลือจากสุรุมฟ้า กษัตริย์แห่งเมืองกัง

สงครามอาหม-เมืองกัง[แก้]

สุรุมฟ้าได้ส่งบาร์ โกฮาอินของพระองค์ พร้อมด้วยกองทัพมารบกับสุดางฟ้า สุดางฟ้าตีข้าศึกพ่ายแพ้ใกล้กุหิอาร์บารี ในดินแดนของทิปาม ส่วนพระองค์เองถูกหอกบาดเจ็บเล็กน้อยในขณะที่ประทับบนคอช้างออกนำหน้ากองทัพ และบาร์ โกฮาอินแห่งอาหมรุกได้ไล่ข้าศึกไปจนถึงพัทกาย

สัญญาสงบศึก[แก้]

ในที่สุดสัญญาสงบศึกก็ได้จัดทำขึ้นในปี พ.ศ.๑๙๔๔ ซึ่งตกลงเอาพัทกายเป็นพรมแดนระหว่างประเทศทั้งสอง การเจรจาของบาร์ โกฮาอินของทั้งสองฝ่ายกระทำกันบนฝั่งทะเลสาบหนองยาง ห่างจากมาเกอริตาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 28 ไมล์ กล่าวกันว่า รูปของบุคคลทั้งสองถูกแกะสลักอยู่บนผาหิน ณ ที่นั้น ทั้งสองฝ่ายต่างให้สัตย์สาบานเป็นมิตรไมตรีต่อกัน และฆ่าลูกวัวตัวหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องสังเวย

การบุกกามะตา[แก้]

ไท สุไลหนีออกจากที่พักพิง หลบภัยไปพึ่งราชาแห่งกามะตา ซึ่งปฏิเสธไม่ยอมส่งตัวไท สุไลให้แก่สุดางฟ้า บาร์ โกฮาอินจึงยกกองทัพเข้าบุกกามะตา แต่ราชาแห่งกามะตาเลี่ยงสงคราม โดยยกธิดาชื่อ พัชนี ให้แก่สุดางฟ้า โดยมีสินสมรสประกอบด้วย ช้าง 2 เชือก ม้าหลายตัว และข้าทาส พร้อมด้วยเงินและทองเป็นจำนวนมาก

การปราบปรามชนเผ่าที่กระด้างกระเดื่อง[แก้]

สุดางฟ้าทรงอุทิศเวลาที่เหลือทั้งหมดให้กับการปราบปรามชนเผ่าทิปาม คำจัง และไอทัน ซึ่งประมุขแต่ละเผ่าไม่ยอมถวายบรรณาการ ทั้งนี้เป็นเพราะได้รับความสนับสนุนจากราชาแห่งนะรา สุดางฟ้าส่งทูตไปเจรจากับราชาแห่งนะรามิให้ทรงกระทำเช่นนั้น ซึ่งฝ่ายหลังก็ปฏิบัติตาม สุดางฟ้าได้บอกกล่าวแก่ประมุขที่ขัดขืนเหล่านั้น มิให้หวังความช่วยเหลือจากนะราอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ประมุขเหล่านั้นจึงต้องยอมจำนนต่อสุดางฟ้า

สิ้นพระชนม์[แก้]

สุดางฟ้าทรงสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.๑๙๕๐ ทรงครองราชย์ได้ ๑๐ ปี มีพระชนม์รวม ๒๕ พรรษา

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา : ท้าวขำติ
  • พระชายา :
    • เจ้าหญิงแห่งทิปาม ธิดาของขุนไท
    • พัชนี เจ้าหญิงแห่งกามะตา
  • พระราชโอรส : สุจางฟ้า

อ้างอิง[แก้]

  • พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ. งานค้นคว้าเรื่องชนชาติไทย

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า เจ้าฟ้าเสือดัง ถัดไป
ว่างกษัตริย์ 2leftarrow.png กษัตริย์อาหม
(พ.ศ. 1840 - พ.ศ. 1850)
2rightarrow.png สุจางฟ้า