ข้ามไปเนื้อหา

ฮันส์ เยสชอนเน็ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ฮันส์ เย็ชช็อนเน็ค)
ฮันส์ เยสชอนเน็ก
เกิด(1899-04-09)9 เมษายน ค.ศ. 1899
โฮเอินซัลท์ซา, โพเซิน
เสียชีวิต18 สิงหาคม ค.ศ. 1943(1943-08-18) (44 ปี)
ก็อลดัพ, ปรัสเซียตะวันออก
รับใช้ เยอรมนี
 เยอรมนี
 ไรช์เยอรมัน
แผนก/สังกัดลุฟท์วัฟเฟอ
ประจำการค.ศ. 1914–1943
ชั้นยศ พลเอกอาวุโส
การยุทธ์สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
สงครามโลกครั้งที่สอง
บำเหน็จกางเขนอัศวินแห่งกางเขนเหล็ก
ความสัมพันธ์แกร์ท เย็ชช็อนเน็ค (น้องชาย)

ฮันส์ เยสชอนเน็ก (เยอรมัน: Hans Jeschonnek) เป็นนายทหารอากาศเยอรมัน ในสังกัด กองทัพอากาศเยอรมัน (Luftstreitkräfte) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาทำหน้าที่เป็นเสนาธิการทหารในไรชส์แวร์ และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเขาทำหน้าที่เป็น พลเอกอาวุโส และหัวหน้าเสนาธิการของกองทัพอากาศเยอรมัน (Luftwaffe) ที่ซึ่งมีหน้าที่ทำสงครามทางอากาศ และอยู่ในสังกัดของกองทัพแวร์มัคท์

เขาเกิดในปี ค.ศ. 1899 และเข้าร่วมกองทัพในฐานะนักเรียนนายร้อยในปี ค.ศ. 1909 เขาได้รับการฝึกฝนให้เป็นนายทหารที่โรงเรียนนายร้อย และได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหารในปี 1914 จากนั้นเขาเข้ารับราชการในหน่วยทหารราบที่แนวรบด้านตะวันตก และในปี 1916 เขาได้ย้ายไปประจำการในกองทัพอากาศ (Luftstreitkräfte) และได้รับการฝึกฝนเป็นให้เป็นนักบินขับไล่ เยสชอนเน็กได้ยิงเครื่องบินข้าศึกตกสองลำก่อนที่เยอรมนีจะพ่ายแพ้ในเดือนพฤศจิกายนปี 1918 ทำให้เขาได้รับเหรียญกางเขนเหล็ก ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 1

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เยสชอนเน็กยังคงอยู่ในกองทัพโดยเข้าร่วมกับไรชส์แวร์ กองทัพของสาธารณรัฐไวมาร์ เขาร่วมรบในเหตุการณ์การลุกฮือของไซลีเซีย ในปีค.ศ. 1919 และต่อมาเขาได้รับตำแหน่งเสนาธิการทหารระดับล่างในช่วงทศวรรษ 1920 และในปี 1933 พรรคนาซีได้ยึดอำนาจภายในเยอรมนี ภายใต้การนำของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เยสชอนเน็กชื่นชมฮิตเลอร์ และภายใต้การนำของเฮอร์มันน์ เกอริง ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพอากาศที่พึ่งก่อตั้งขึ้นใหม่นั้น มีความใกล้ชิดกับเขาเป็นการส่วนตัว นั่นทำให้เส้นทางอาชีพของเยสชอนเน็กก้าวขึ้นอย่างรวดเร็วจาก ร้อยเอก (Hauptmann) ในปี 1932 ขึ้นเป็นพลตรี (Generalmajor) ในปี 1939 ในเดือนพฤศจิกายนปี ค.ศ. 1938 เยสชอนเน็กได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาธิการกองทัพบกเมื่ออายุเพียง 39 ปี ความก้าวหน้าทางอาชีพของเยสชอนเน็กนั้นก็มาจากการเชื่อฟังฮิตเลอร์และเกอริงโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการตั้งคำถามหรือข้อกังขาใด ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามีความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ