อะชิกะงะ โยะชิมิสึ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อะชิกะงะ โยะชิมิสึ
足利 義満
Yoshimitsu Ashikaga cropped.jpg
อะชิกะงะ โยะชิมิสึ
โชกุนแห่งมุโระมะชิ
ค.ศ. 1368 - 1394
ก่อนหน้า อะชิกะงะ โยะชิอะกิระ
ถัดไป อะชิกะงะ โยะชิโมะชิ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 25 กันยายน ค.ศ. 1358(1358-09-25)
อสัญกรรม 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1408 (49 ปี 248 วัน))
บิดา อะชิกะงะ โยะชิอะกิระ
มารดา คิโนะ โยะชิโกะ
มิได ฮิโนะ นะริโกะ
บุตร-ธิดา อะชิกะงะ โยะชิโมะชิ
    
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว

อะชิกะงะ โยะชิมิสึ (ญี่ปุ่น: 足利 義満 Ashikaga Yoshimitsu ?) เป็นโชกุนคนที่ 3 แห่ง ตระกูลอะชิกะงะ โดยในสมัยโชกุนโยะชิมิสึสามารถรวบรวมราชวงศ์เหนือ-ใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ

ประวัติ[แก้]

วัยเยาว์[แก้]

โยะชิมิสึเกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1358 เป็นบุตรชายของโชกุน อะชิกะงะ โยะชิอะกิระ โชกุนลำดับที่สองแห่งรัฐบาลโชกุนมุโระมะชิ กับนางคิ โนะ โยะชิโกะ (ญี่ปุ่น: 紀良子 Ki no Yoshiko ?) ซึ่งเป็นภรรยาน้อยของโยะชิอะกิระ เดิมโยะชิมิสึในวัยเยาว์มีชื่อว่า ชุงโง (ญี่ปุ่น: 春王 Shun-ō ?) ในค.ศ. 1367 โชกุนโยะชิอะกิระผู้เป็นบิดาล้มป่วยลงกระทันหันจนถึงแก่อสัญกรรม ในค.ศ. 1368 ชุงโงจึงผ่านพิธีเง็มปุกุได้รับชื่อว่า โยะชิมิสึ และได้สืบทอดตำแหน่งโชกุนต่อจากบิดาด้วยอายุเพียงสิบปีเท่านั้น

เนื่องจากโชกุนโยะชิมิสึขึ้นดำรงตำแหน่งตั้งแต่อายุยังเยาว์ อำนาจการปกครองจึงตกอยู่ที่โฮะโซะกะวะ โยะริยุกิ (ญี่ปุ่น: 細川 頼之 Hosokawa Yoriyuki ?) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นคังเร (ญี่ปุ่น: 管領 Kanrei ?) หรือผู้สำเร็จราชการแทนโชกุน มาตั้งแต่สมัยของโชกุนโยะชิอะกิระผู้เป็นบิดา โชกุนโยะชิอะกิระก่อนจะสิ้นใจ ได้เรียกทั้งโยะชิมิสึและโยะริยุกิเข้าพบ โชกุนโยะชิอะกิระกล่าวแก่โยะริยุกิว่า "ข้ามอบบุตรของข้าให้แก่ท่าน" และกล่าวแก่โยะชิมิสึบุตรชายว่า "ข้ามอบบิดาคนใหม่ให้แก่เจ้า"[1] ประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นสมัยของโชกุนโยะชิมิสึนั้นยังคงมีหลายขั้วอำนาจ อยู่ในสมัยราชวงศ์เหนือใต้ (ญี่ปุ่น: 南北朝時代 Nanboku-chō jidai ?) รัฐบาลโชกุนมุโระมะชิซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ที่นครเคียวโตะ ให้การสนับสนุนราชวงศ์ฝ่ายเหนือ ในขณะที่ราชวงศ์ฝ่ายใต้แยกตัวเป็นอิสระประทับอยู่ที่เมืองโยะชิโนะ ทางเกาะคีวชูนั้นมีเจ้าชายคะเนะโยะชิ (ญี่ปุ่น: 懐良親王 Kaneyoshi shinnō ?) ควบคุมอยู่ และทางภูมิภาคคันโตที่เมืองคะมะกุระ คันโตคุโบ (ญี่ปุ่น: 関東公方 Kantō kubō ?) ก็พร้อมที่จะแยกตนเป็นอิสระ

คฤหาสน์ ฮะนะ โนะ โงะโชะ

ในค.ศ. 1369 คุซุโนะกิ มะซะโนะริ (ญี่ปุ่น: 楠木 正儀 Kusunoki Masanori ?) แม่ทัพของราชวงศ์ฝ่ายใต้ แปรพักตร์มาเข้ากับฝ่ายรัฐบาลโชกุนฯ ค.ศ. 1370 คังเรโยะริยุกิส่งอิมะกะวะ ซะโดะโยะ (ญี่ปุ่น: 今川 貞世 Imagawa Sadayo ?) นำทัพของรัฐบาลโชกุนฯไปปราบเจ้าชายคะเนะโยะชิที่เกาะคีวชู ในค.ศ. 1378 คฤหาสน์แห่งใหม่ของโชกุนโยะชิมิสึสร้างขึ้นแล้วเสร็จ เรียกว่า ฮะนะ โนะ โงะโชะ (ญี่ปุ่น: 花の御所 Hana no Gosho ?) หรือ มุโระมะชิ โดะโนะ (ญี่ปุ่น: 室町殿 Muromachi dono ?) ซึ่งจะกลายเป็นที่พำนักของโชกุนตระกูลอะชิกะงะไปจนตลอดยุคมุโระมะชิ

ดำรงตำแหน่งโชกุน[แก้]

ตลอดสิบปีช่วงต้นสมัยของโชกุนโยะชิมิสึ อำนาจในการปกครองตกอยู่ที่คังเรโยะริยุกิ จนกระทั่งในค.ศ. 1379 คังเรโยะริยุกิถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้โชกุนโยะชิมิสึมีโอกาสขึ้นมามีอำนาจในการบริหารประเทศอย่างเต็มที่ เนื่องจากรัฐบาลโชกุนฯให้การสนับสนุนราชวงศ์ฝ่ายเหนือ ในการต่อสู้กับราชวงศ์ฝ่ายใต้ ทำให้รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชสำนักเกียวโต ในค.ศ. 1381 พระจักรพรรดิโกะ-เอ็งยูเสด็จไปทรงเยี่ยมโชกุนโยะชิมิสึที่คฤหาสน์ฮะนะโนะโงะโชะ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่พระจักรพรรดิเสด็จไปหาโชกุนด้วยพระองค์เอง

การสูญสิ้นอำนาจของคังเรโยะริยุกิทำให้ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ค.ศ. 1382 คุซุโนะกิ มะซะโนะริ แปรพักตร์กลับไปเข้ากับราชวงศ์ฝ่ายใต้อีกครั้ง และค.ศ. 1395 อิมะกะวะ ซะดะโยะ ถูกปลดจากการเป็นผู้นำทัพในเกาะคีวชู คุซุโนะกิ มะซะโนะริ พ่ายแพ้ต่อทัพของรัฐบาลโชกุนฯในค.ศ. 1385 และมะซะโนะริถึงแก่กรรมในค.ศ. 1389 ทำให้ราชวงศ์ฝ่ายใต้ขาดแม่ทัพที่เข้มแข็ง ในค.ศ. 1391 ตระกูลยะมะนะ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอำนาจถือครองที่ดินจำนวนมากในภูมิภาคชูโงะกุ นำโดยยะมะนะ อุจิกิโยะ (ญี่ปุ่น: 山名 氏清 Yamana Ujikiyo ?) ถือโอกาสยกทัพเข้าเมืองเกียวโตเพื่อที่จะยึดอำนาจจากรัฐบาลโชกุนฯให้แก่ราชวงศ์ฝ่ายใต้ เรียกว่า สงครามปีเมโตะกุ (ญี่ปุ่น: 明徳の乱 Meitoku no ran ?) แต่ล้มเหลว

ในค.ศ. 1392 โชกุนโยะชิมิสึจัดให้มีการเจรจาข้อตกลงระหว่างราชวงศ์ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ โดยพระจักรพรรดิโกะ-คะเมะยะมะแห่งราชวงศ์ฝ่ายใต้ทรงยินยอมมอบเครื่องราชกกุฎภัณฑ์สามอย่าง (Three Sacred Treasures) อันเป็นสัญลักษณ์ของราชสมบัติญี่ปุ่น ให้แก่พระจักรพรรดิโกะ-โคะมะสึแห่งราชวงศ์ฝ่ายเหนือ ภายใต้เงื่อนไขว่าพระราชวงศ์ทั้งสองสายจะผลัดกันขึ้นครองราชสมบัติที่นครเกียวโต เท่ากับเป็นการยอมรับว่าพระจักรพรรดิที่เมืองเกียวโตนั้นเป็นพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นแต่เพียงพระองค์เดียว เป็นการยุติยุคราชวงศ์เหนือใต้ อันเป็นยุคสมัยแห่งความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเป็นเวลาประมาณหกสิบปี

ดำรงตำแหน่งโอโงะโชะ[แก้]

ด้วยความดีความชอบของโชกุนโยะชิมิสึ ทำให้ในค.ศ. 1394โชกุนโยะชิมิสึได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไดโจไดจิง (ญี่ปุ่น: 太政大臣 Daijō-daijin ?) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดในราชสำนักญี่ปุ่นรองจากคัมปะกุ และในปีเดียวกันนั้น โชกุนโยะชิมิสึสละตำแหน่งโชกุนให้แก่อะชิกะงะ โยะชิโมะชิผู้เป็นบุตรชาย โยะชิมิสึดำรงตำแหน่งเป็น โอโงะโชะ (ญี่ปุ่น: 大御所 Ōgosho ?) หรืออดีตโชกุนแทน พร้อมทั้งบรรพชาเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนานิกายเซนได้รับฉายาว่า โดงิ (ญี่ปุ่น: 道義 Dōgi ?) ในปีค.ศ. 1395

คฤหาสน์คิงกะกุ ต่อมาคือ วัดคิงกะกุ

แม้ว่าจะสละตำแหน่งโชกุนให้แก่บุตรชายแล้ว แต่อำนาจการปกครองยังคงอยู่ที่โอโงะโชะโยะชิมิสึ ในค.ศ. 1397 โอโงะโชะโยะชิมิสึซื้อที่ดินบนเขาคิตะยะมะ (ญี่ปุ่น: 北山 Kitayama ?) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครเกียวโต เพื่อสร้างเป็นคฤหาสน์หลังใหม่ให้แก่ตนเองเรียกว่า คฤหาสน์คิงกะกุ (ญี่ปุ่น: 金閣 Kinkaku ?) หรือ คฤหาสน์ศาลาทอง (ปัจจุบันคือวัดคิงกะกุ) ค.ศ. 1399 ชูโง(เจ้าครองแคว้น)โออุชิ โยะชิฮิโระ (ญี่ปุ่น: 大内 義弘 Ōuchi Yoshihiro ?) ก่อการกบฎต่อรัฐบาลโชกุนฯและสร้างป้อมปราการขึ้นที่เมืองซะกะอิ (ญี่ปุ่น:  Sakai ? อยู่ในเขตเมืองโอซะกะในปัจจุบัน) เรียกว่า สงครามปีโอเอ (ญี่ปุ่น: 応永の乱 Ōei no ran ?) โยะชิฮิโระยกทัพมายังเมืองเกียวโตแต่โอโงะโชะโยะชิมิสึสามารถป้องกันเมืองได้ โยะชิฮิโระล่าถอยทัพไปยังเมืองซะกะอิ โยะชิมิสึเข้ายึดเมืองซะกะอิได้ และโยะชิฮิโระกระทำการเซ็ปปุกุเสียชีวิต

ในค.ศ. 1401 โอโงะโชะโยะชิมิสึแต่งคณะทูตเดินทางไปยังนครปักกิ่งเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับจีนราชวงศ์หมิง ปีต่อมาค.ศ. 1402 จักรพรรดิเจี้ยนเหวินทรงแต่งตั้งให้โยะชิมิสึดำรงตำแหน่งเป็น "กษัตริย์แห่งญี่ปุ่น" (ญี่ปุ่น: 日本国王 Nihon-koku-ō ?) ในการติดต่อสัมพันธ์กับราชสำนักจีน เป็นการเริ่มต้นนำประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ระบอบบรรณาการจิ้มก้อง

สมัยของโชกุนโยะชิมิสึเป็นสมัยแห่งความรุ่งเรืองทางด้านศิลปะวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในสมัยมุโระมะชิ เรียกว่า สมัยวัฒนธรรมคิตะยะมะ (ญี่ปุ่น: 北山文化 Kitayama-bunka ?) ประกอบกับการติดต่อทางการทูตกับจีนทำให้รัฐบาลโชกุนฯเปิดรับวัฒนธรรมจีน อันได้แก่ พุทธศาสนานิกายเซน พิธีชงชา ศิลปะการจัดสวน เป็นต้น โยะชิมิสึอุปถัมภ์พุทธศาสนานิกายเซ็น สำนักริงไซ (ญี่ปุ่น: 臨済 Rinzai ?)

โยะชิมิสึถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1408 ขณะอายุได้ 49 ปี หลังจากที่ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว โยะชิสึได้รับชื่อว่า โระกุอัง-อิง (ญี่ปุ่น: 鹿苑院 Rokuan-in ?) และที่พำนักคฤหาสน์ศาลาทองนั้น ได้รับการยกขึ้นให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเซ็น ชื่อว่า วัดโระกุอัง (ญี่ปุ่น: 鹿苑寺 Rokuan-ji ?)

ครอบครัว[แก้]

ปัจจุบัน[แก้]

โชกุนโยะชิมิสึปรากฎเป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา

อ้างอิง[แก้]

  1. Brett L. Walker. A Concise History of Japan. Cambridge University Press, February 26, 2015.
ก่อนหน้า อะชิกะงะ โยะชิมิสึ ถัดไป
อะชิกะงะ โยะชิอะกิระ 2leftarrow.png Ashikaga mon.svg
โชกุนแห่งมุโระมะชิบะกุฟุ
(ค.ศ. 1368 – 1394)
2rightarrow.png อะชิกะงะ โยะชิโมะชิ