หม่อมซิริล ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมซิริล ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
Prince Bira and Cyril Heycock at Hua Lamphong in 1938.jpg
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช และหม่อมซิริล เฮย์คอค ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
เกิดซิริล แมรี จอร์จีนา เฮย์คอค
3 ตุลาคม พ.ศ. 2459
ลอนดอน สหราชอาณาจักร
เสียชีวิต22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คู่สมรสพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช (2481–2492, 2526–2528)

หม่อมซิริล[1] ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา (3 ตุลาคม พ.ศ. 2459[2] – 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553) มีชื่อเดิมว่า ซิริล แมรี จอร์จีนา เฮย์คอค[1] (อังกฤษ: Ceril Mary Georgina Heycock) หม่อมชาวสหราชอาณาจักรในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ซึ่งสมรสครั้งแรกในปี พ.ศ. 2481 ก่อนที่จะหย่ากันในปี พ.ศ. 2492 และกลับมาสมรสอีกครั้งในปี พ.ศ. 2526 จนกระทั่งพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2528

ประวัติ[แก้]

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

หม่อมซิริลเกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2459 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นบุตรีของนายพันโท เพร์ซี เรเวิร์ท เฮย์คอค นอกราชการ[1] ซึ่งอยู่ตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจากขุนนางเก่าแก่ และเฮนเรียตตา นอราห์ เฮย์คอค (สกุลเดิม เฟาเดล-ฟิลลิปส์)[3] ซึ่งมาจากตระกูลพ่อค้าผู้ร่ำรวยจนได้บรรดาศักดิ์เป็น เซอร์ และมีญาติคนหนึ่งเคยเป็นนายกเทศมนตรีของลอนดอนซึ่งเคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแล้ว[4]

เสกสมรส[แก้]

หม่อมซิริลและหม่อมเอลิสะเบธเป็นพระสหายร่วมชั้นเรียนของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช เมื่อยังศึกษาอยู่ ณ โรงเรียนศิลปะไบอัมชอว์ (Byam Shaw Art School) ใน พ.ศ. 2476 ซึ่งพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชต้องพระทัยหม่อมซิริล จึงทูลความในพระทัยแก่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยทรงรับเป็นผู้ปกครองของพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชในการติดต่อกับครอบบครัวของหม่อมซิริล เพราะครอบครัวของหม่อมยึดมั่นในธรรมเนียมที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงต้องทำความรู้จักกับชายคนสนิทด้วยการไปมาหาสู่ที่บ้าน พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์จึงเชิญแม่ของหม่อมซิริลมาร่วมจิบน้ำชาที่พระตำหนักคอร์นวอลล์ และตกลงกันว่าจะไม่พูดถึงเรื่องงานแต่ง จนกว่าหม่อมซิริลจะมีอายุ 21 ปี[5]

ครั้นหม่อมซิริลมีอายุ 21 ปี ใน พ.ศ. 2480 เธอจึงวางแผนการใช้ชีวิตสมรสกับเจ้าชายแห่งสยาม ครั้นเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชนิวัตแผ่นดินสยาม ประทับอยู่ที่นั่นได้เดือนเศษ ระหว่างนั้นพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงปรึกษากับพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พระยาพหลพลพยุหเสนาจึงทูลว่าต้องผ่านประธานและคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสียก่อน แล้วเข้าเฝ้าองค์ยุวกษัตริย์ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามพระราชประเพณี ที่สุดทรงมีพระบรมราชานุญาตให้พระองค์เจ้าจุลจักรพง์ และพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชเสกสมรสกับสตรีต่างชาติได้ และได้คำนำหน้านามว่า "หม่อม" เช่นเดียวกับภรรยาสามัญชนที่สมรสกับหม่อมเจ้าทั่วไป ปลาย พ.ศ. 2480 พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชจึงเสด็จกลับอังกฤษอีกครั้ง และเสกสมรสกับหม่อมซิริลเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2481[5]

การหย่าร้าง[แก้]

แต่ชีวิตรักของทั้งสองเองก็ยืนยาวได้เพียง 11 ปี พอขึ้นปีที่ 12 ปี ด้วยความที่พระองค์พีรพงศ์ภาณุเดชทรงเป็นคนดังบุคลิกดี และสามารถตรัสได้คล่องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส และยังใช้ชีวิตอย่างเศรษฐี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ได้กลายเป็นแรงดึงดูดผู้หญิงอื่นให้เข้ามาหลงใหลพระองค์ พระองค์พีรพงศ์ภาณุเดชมิได้เลิกรักหม่อมซิริลเพียงแต่ว่าเมื่อถึงเรื่องที่ทรงพอพระทัยถ้าหากทำได้ก็ทรงทำ ส่วนหม่อมซิริลเองก็โอนอ่อนผ่อนตามได้ไม่เดือดร้อนก็คงจะครองชีวิตคู่กันต่อไปได้ โดยถือว่าพวกผู้หญิงเหล่านั้นจะไม่มีความหมายกับท่านเท่าภรรยาตามกฎหมาย แต่ว่าหม่อมซิริลทำใจไม่ได้ที่พระองค์พีระมีหญิงอื่นแม้จะไม่ทรงจริงจังด้วยนัก แต่เธอถือว่าเป็นความเดือดร้อนสาหัสของภรรยา หม่อมซิริลก็ตัดสินใจแยกกันอยู่พักหนึ่งเพื่อระงับจิตใจ โดยระหว่างที่แยกกันอยู่โดยยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน สถานการณ์ก็ยิ่งทำให้ทั้งสองห่างเหินกันมากขึ้นอีก และเมื่อครั้งพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชและหม่อมซิริลเดินทางไปประเทศอาร์เจนตินาใน พ.ศ. 2491 ทรงรับสั่งกับหม่อมซิริลว่า หญิงอาร์เจนตินามีชีวิตชีวา ร่าเริง เป็นกันเองและครึกครื้น และหม่อมซิริลเริ่มรู้สึกว่าสามีเปลี่ยนไป ไม่ติดที่ และรู้สึกอึดอัดเมื่อเธออยู่ใกล้ ๆ[5]

ในระหว่างที่พระองค์พีระทรงแข่งขันที่ประเทศอาร์เจนตินานั่นเอง พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชก็ทรงพบกับเชลิตา โฮวาร์ด เมื่อครั้งที่พระองค์พีระทรงได้รับบาดเจ็บจากการแข่งรถ ก็มีเชลิตาคอยปรนนิบัติดูแล จนที่สุดพระองค์ก็ทรงพาเชลิต้ากลับมาอังกฤษด้วยกัน ประทับอยู่กับหล่อนไม่ได้กลับบ้านไปหาหม่อมซิริล รวมทั้งซื้อบ้านในเมืองกาน ชุดโต๊ะเก้าอี้ และประทานรถยนต์มอร์ริสให้เชลิตาอีกหนึ่งคัน[5] เมื่อเป็นเช่นนั้น หม่อมซิริลจึงตัดสินใจหย่าขาดจากพระองค์พีระตามกฎหมายใน พ.ศ. 2493 แต่ทั้งพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชแและอดีตหม่อมซิริลยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ หลังหย่าร้าง จนภรรยาใหม่คือหม่อมชลิตาไม่พอใจนัก[5] ช่วงเวลานั้นหม่อมซิริลคบหากับชายชาวอิตาลีชื่อบรูโน หลังจากนั้นเมื่อทุกคนยอมรับให้สถานะความสัมพันธ์กัน ทั้งพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หม่อมชลิตา หม่อมซิริล และบรูโน ออกไปท่องเที่ยวด้วยกันอย่างสหายสนิท[5]

ชีวิตหลังการหย่า[แก้]

หลังจากการหย่าจากพระองค์พีระแล้ว หม่อมซิริลเองก็ไม่ได้สมรสใหม่ แต่เธอมีเพื่อนใจเป็นหนุ่มโสดอายุกว่า 40 ปี และคบหากันมาจนฝ่ายชายได้เสียชีวิตจากไปทั้งที่ยังไม่ได้สมรสกัน ส่วนทางฝ่ายพระองค์พีระเองก็ทรงลังเลอยู่ถึง 3 ปีถึงตัดสินพระทัยเสกสมรสใหม่กับหม่อมชลิต้า แต่อย่างไรก็ตามพระองค์พีระก็ทรงระลึกถึงหม่อมซิริลเสมอ ทรงเป็นมิตรกับเพื่อนชายของหม่อมซิริล แล้วพาชลิต้าไปด้วยเพื่อให้รู้จักกับหม่อม ไปไหนมาไหนกัน 4 คน แต่หม่อมซิริลก็ไม่ได้กลับมาหาท่านอีก และยังคงพบปะกันอย่างเพื่อนสนิทเท่านั้น[4]

จนในปี พ.ศ. 2526 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ได้เสด็จไปยังอังกฤษอีกครั้งหลังจากการหย่าขาดจากภรรยาชาวไทย ทรงเก็บตัวอย่างชายชราที่ไม่มีใครรู้จัก เพื่อแวะหาหม่อมซิริลเป็นครั้งสุดท้าย จนท้ายที่สุดพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช สิ้นพระชนม์ที่สถานีรถไฟบารอนส์คอร์ต ลอนดอน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2528 ขณะสิ้นพระชนม์ไม่มีผู้ใดทราบว่าเป็นใคร ก่อนจะเป็นข่าวใหญ่ในสัปดาห์ต่อมา[4]

หม่อมซีริลถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553 สิริอายุ 94 ปี [6] [7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์. เจ้าชีวิต-สยามก่อนยุคประชาธิปไตย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : ริเวอร์บุ๊คส์. 2536, หน้า 342
  2. เกิดวังปารุสก์, หน้า 316
  3. "Ceril M G Heycock". Wiki Tree. สืบค้นเมื่อ 23 กันยายน 2561. Check date values in: |accessdate= (help)
  4. 4.0 4.1 4.2 เรือนไทย-เจ้าดาราทอง
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 "ชีวิตและรักที่เหลือเชื่อของ "พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช" เจ้าชายนักแข่งรถชื่อก้องโลก". ศิลปวัฒนธรรม. 14 พฤษภาคม 2564. สืบค้นเมื่อ 16 พฤษภาคม 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  6. "The real-life King and I: Beautiful array of jewels that belonged to an English woman who married Prince of Siam and moved to Cornwall". Dailymail. 10 กรกฎาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  7. "Ceril Mary Georgina Heycock". Geni. 15 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)

บรรณานุกรม[แก้]