ข้ามไปเนื้อหา

หมึกสายวงน้ำเงิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หมึกสายวงน้ำเงิน
หมึกสายวงน้ำเงิน ชนิด Hapalochlaena lunulata
ชนิด H. maculosa ซึงเล็กกว่าชนิด H. lunulata ถึง 2-3 เท่า
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Mollusca
ชั้น: Cephalopoda
ชั้นย่อย: Coleoidea
อันดับ: Octopoda
วงศ์: Octopodidae
วงศ์ย่อย: Octopodinae
สกุล: Hapalochlaena
Robson, 1929
ชนิด

หมึกสายวงน้ำเงิน (อังกฤษ: blue-ringed octopus) เป็นหมึกในสกุล Hapalochlaena ในอันดับหมึกยักษ์ มีลักษณะเด่นคือ มีลายวงแหวนสีน้ำเงินหรือสีม่วงกระจายทั่วลำตัวซึ่งสามารถเรืองแสงได้เมื่อถูกคุกคาม[1][2] หมึกสายวงน้ำเงินมีพิษที่มีความร้ายแรงผสมอยู่ในน้ำลาย โดยความร้ายแรงมากกว่างูเห่าถึง 20 เท่า ทำให้ผู้ที่ได้รับพิษจากการถูกกัดหรือบริโภคมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์[3] นับเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก[4]

พิษ

[แก้]

พิษของหมึกสายวงน้ำเงินคือ เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งเป็นพิษชนิดเดียวกับที่พบได้ในปลาปักเป้าในวงศ์ปลาปักเป้าฟันสี่ซี่[5] ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยจะเข้าไปขัดขวางการสั่งการของสมองต่อกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้อำนาจจิต คนที่ถูกพิษจะมีอาการคล้ายเป็นอัมพาต หายใจไม่ออกเนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมและหน้าอกไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถนำอากาศเข้าสู่ปอดได้ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต การปฐมพยาบาลต้องหาวิธีนำอากาศเข้าสู่ปอด เช่น การเป่าปาก การใช้เครื่องช่วยหายใจ[3]

ต้นกำเนิดของพิษในน้ำลายของหมึกสายวงน้ำเงินเกิดจากผลผลิตของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในต่อมน้ำลายของมัน[6] แบคทีเรียดังกล่าวประกอบด้วย Bacillus และ Pseudomonas พิษเตโตรโดท็อกซินและแบคทีเรียยังพบได้ในไข่ของหมึก สันนิษฐานว่าเป็นกระบวนการส่งถ่ายความสามารถในการสร้างพิษจากแม่หมึกไปยังลูก

ชนิด

[แก้]

หมึกสายวงน้ำเงิน ในปัจจุบันพบทั้งหมด 3 ชนิด (หรืออาจจะ 4 ชนิด) คือ

ขนาดโดยเฉลี่ยเมื่อโตเต็มที่ จะมีขนาดเท่าลูกกอล์ฟ มีอายุขัยเต็มที่ราว 1 ปี วงจรชีวิตเริ่มต้นจากมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว มีหนวด 8 เส้น โดยสามารถงอกหนวดเส้นที่ขาดใหม่ได้ หมึกสายวงน้ำเงินมักพักหลบอยู่ตามโพรงหินหรือเปลือกหอยในเวลากลางวัน แล้วจะออกหากินในเวลากลางคืน โดยมักหาอาหารด้วยการเคลื่อนที่ไปตามพื้นหน้าดินมากกว่าด้วยการว่ายในมวลน้ำ

วงจรชีวิต

[แก้]
การเรืองแสงของหมึกสายวงน้ำเงินชนิด H. lunulata

หมึกสายวงน้ำเงินผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวตลอดวงจรชีวิต เพศเมียจะวางไข่ติดกันเป็นพวง จำนวน 20-300 ฟอง สำหรับชนิด H. lunulata เพศเมียจะกางหนวดอุ้มไข่ไว้และดูแลไข่จนกระทั่งฟักเป็นตัว ส่วนชนิด H. maculosa เพศเมียจะวางไข่ติดกับวัสดุใต้น้ำ ไข่จะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2 สัปดาห์ โดยมีรายงานว่าลูกหมึกชนิด H. lunulata ดำรงชีวิตแบบแพลงก์ตอน ขณะที่ H. maculosa ดำรงชีวิตแบบหน้าดิน

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย

[แก้]

ด้วยความสวยงามประกอบกับความที่ตัวเล็ก จึงทำให้ หมึกสายวงน้ำเงินเป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบในการเลี้ยงปลาสวยงาม และสัตว์แปลก ๆ แต่ความรุนแรงของพิษทำให้กรมประมงไม่อนุญาตให้นำเข้าหมึกชนิดนี้ แต่ยังคงมีการลักลอบนำเข้าและเลี้ยงอยู่ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงหมึกสกุลนี้ในหน่วยงานราชการเพื่อการศึกษา เช่น คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[7] อีกด้วย

ในสื่อต่าง ๆ หมึกสายวงน้ำเงินได้ถูกอ้างอิงถึงในนวนิยายชุดเจมส์ บอนด์ ตอน Octopussy and The Living Daylights ซึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ในภายหลังแต่แยกออกเป็นคนละภาค[8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. 2556. หมึกสายวงน้ำเงินสืบค้นเมื่อ 25 April 2024
  2. ปัฑารีย์ สุวรรณลาภเจริญ. 2565. หมึกสายวงน้ำเงิน !! สืบค้นเมื่อ 25 April 2024
  3. 1 2 ฟาสซิโน. หมึกบลูริง พิษแรงกว่างูเห่า 20 เท่า เผลอกินถึงตาย. สืบค้นเมื่อ 25 April 2024
  4. Discovery.com
  5. พันตำรวจตรี วิเชียร ตั้งธนานุวัฒน์ พิษหมึกบลูริงและปักเป้า เก็บถาวร 2009-09-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มศว.
  6. Caldwell, Roy, Dr (1996–2000). "What makes blue-rings so deadly?". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-07-18. สืบค้นเมื่อ 2007-03-19.{{cite web}}: CS1 maint: date format (ลิงก์) CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  7. หมึกบลูริง จากข่าวสด[ลิงก์เสีย]
  8. "50 Years of 007 - Octopussy". lifebetweenframes.blogspot.com. 4 July 2012. สืบค้นเมื่อ 18 April 2016.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Hapalochlaena ที่วิกิสปีชีส์