สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Caenorhabditis elegans ที่ถูกย้อมสีเพื่อไฮไลต์นิวเคลียสในเซลล์ของมัน

สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (อังกฤษ: multicellular organism) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์มากกว่าหนึ่งเซลล์ ต่างจากสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ในการจะเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์นั้น เซลล์เหล่านี้จำต้องระบุเอกลักษณ์และยึดเข้ากับเซลล์อื่น[1] สัตว์เกือบทั้งหมด 1.5 ล้านสปีชีส์ ตลอดจนพืชและฟังไจจำนวนมากเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์

ทุกสปีชีส์ของสัตว์, พืชบก และเห็ดราส่วนใหญ่นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่นเดียวกันกับสาหร่ายหลายชนิด ทว่าสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งก็มีลักษณะที่เป็นได้ทั้งสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ยกตัวอย่างเช่นราเมือกและอะมีบาที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มดังเช่นสกุล Dictyostelium

สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์นั้นถือกำเนิดขึ้นมาได้จากหลายหนทาง ยกตัวอย่างเช่นการแบ่งเซลล์หรือการรวมตัวกันของเซลล์เดี่ยวหลายเซลล์ สิ่งมีชีวิตประเภทโคโลนีคือหนึ่งในผลลัพธ์ที่เกิดจากการเข้ามาอยู่รวมตัวกันของสิ่งมีชีวิตแต่ละตัว อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็ยังคงเป็นเรื่องยากในการแยกโพรติสท์ประเภทโคโลนีออกจากสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่แท้จริงได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากแนวคิดทั้งสองแบบนี้ยังไม่มีนิยามที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมากพอ กระนั้นในบางครั้งโพรติสท์จะถูกเรียกว่า "Pluricellular" แทนที่จะเป็น "Multicellular" สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวบางสายพันธุ์ที่เป็นเซลล์ประเภทหลายนิวเคลียสก็สามารถที่จะเติบโตจนมีขนาดใหญ่ได้ ยกตัวอย่างเช่น Xenophyophorea ที่สามารถมีขนาดได้ถึง 20 ซม.

ประวัติการวิวัฒนาการ[แก้]

การก่อกำเนิด[แก้]

สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ได้วิวัฒนาการตนเองขึ้นมาอย่างอิสระต่อกันเป็นจำนวนอย่างน้อย 25 ครั้งในยูแคริโอต และโพรแคริโอตบางกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่นไซยาโนแบคทีเรีย, Myxobacteria, actinomycetes, Magnetoglobus multicellularis หรือ Methanosarcina เป็นต้น อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่ซับซ้อนนั้นได้วิวัฒนาการขึ้นมาในกลุ่มยูแคริโอตเพียงแค่ 6 กลุ่มเท่านั้น ซึ่งก็คือสัตว์, เห็ดรา, สาหร่ายสีน้ำตาล, สาหร่ายสีแดง, สาหร่ายสีเขียว และพืชบก ซึ่งมีการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องในกลุ่ม Viridiplantae (สาหร่ายสีเขียวและพืชบก), หนึ่งครั้งสำหรับสัตว์, หนึ่งครั้งสำหรับสาหร่ายสีน้ำตาล, สามครั้งสำหรับเห็ดรา (chytrids, ascomycetes และ basidiomycetes) และอาจจะวิวัฒนาการขึ้นมาได้หลายครั้งสำหรับราเมือกและสาหร่ายสีแดง หลักฐานแรกของการก่อกำเนิดการใช้ชีวิตแบบหลายเซลล์นั้นบ่งชี้ว่าเกิดขึ้นเมื่อราว 3,000 ถึง 3,500 ล้านปีก่อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวได้กำหนดพฤติกรรมของตนเองขึ้นมา และสิ่งนี้ก็อาจเป็นวิวัฒนาการที่จะนำไปสู่สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์อย่างแท้จริง อันเกิดกับสิ่งชีวิตที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับไซยาโนแบคทีเรีย ในการสืบพันธุ์นั้นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์แท้จะต้องแก้ปัญหาจากการสร้างสิ่งมีชีวิตตัวใหม่ทั้งตัวจากเซลล์สืบพันธุ์ (ยกตัวอย่างตัวอสุจิและเซลล์ไข่) ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่ถูกศึกษาในวิชาชีววิทยาพัฒนาการเชิงวิวัฒนาการ สัตว์นั้นได้พัฒนาเซลล์ขึ้นมาอย่างหลากหลายในร่างกายที่มีหลายเซลล์ (100-150 ประเภทของเซลล์) ซึ่งต่างจากพืชและเห็ดราที่มีเซลล์เพียงแค่ 10-20 ประเภทเท่านั้น

การสูญเสียความเป็นหลายเซลล์[แก้]

การสูญเสียความเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์นั้นเกิดได้กับสิ่งมีชีวิตบางกลุ่ม เห็ดราส่วนใหญ่นั้นมีหลายเซลล์ถึงแม้ว่าช่วงแบ่งสายวิวัฒนาการในช่วงแรกนั้นส่วนใหญ่จะมีเพียงเซลล์เดียวก็ตาม (ยกตัวอย่าง Microsporidia) และมีสายพันธุ์เชื้อราจำนวนมากที่วิวัฒนาการย้อมกลับไปเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (ยกตัวอย่าง Saccharomycotina, Cryptococcus และยีสต์จำนวนหนึ่ง) และอาจจะเกิดขึ้นได้กับสาหร่ายสีแดงด้วยเช่นกัน (ยกตัวอย่าง Porphyridium) แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าสาหร่ายเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว การสูญเสียความเป็นหลายเซลล์นี้อาจเกิดขึ้นได้กับสาหร่ายสีเขียวบางชนิด (ยกตัวอย่าง Chlorella vulgaris และ Ulvophyceae บางสายพันธุ์) ในสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มปรสิตนั้นก็มีการลดรูปของความเป็นหลายเซลล์ลงมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเกิดกับจำนวนของเซลล์หรือประเภทของเซลล์ (ยกตัวอย่างเช่น myxozoan ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์นั้นเคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่อาจจะเป็นสัตว์ในกลุ่มไนดาเรียที่ลดรูปลงอย่างมาก)

มะเร็ง[แก้]

สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์โดยเฉพาะสัตว์ที่มีอายุยืนนั้นมักจะประสบกับหาของมะเร็งอันเกิดจากการที่เซลล์ไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตได้จากชุดคำสั่งพัฒนาการตามปกติของมัน การเปลี่ยนแปลงรูปพรรณสัณฐานของเนื้อเยื่อสามารถสังเกตได้จากกระบวนการนี้ มะเร็งในสัตว์มักจะถูกนิยามว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการสูญเสียความเป็นหลายเซลล์ นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงกันด้วยว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ของมะเร็งในสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์อื่น ๆ หรือแม้กระทั่งโพรโทซัว ยกตัวอย่างเช่นหูดพืช (Plant gall) ที่มีลักษณะเป็นเนื้องอก ทว่าผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็กล่าวปฏิเสธว่าพืชนั้นไม่สามารถเป็นมะเร็งได้

การแบ่งแยกระหว่างเซลล์ร่างกายกับเซลล์สืบพันธุ์[แก้]

สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์บางกลุ่มที่ถูกเรียกว่ากลุ่มไวส์มันนิสต์ได้มีวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อแบ่งแยกระหว่างเซลล์ร่างกายและเซลล์สืบพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มที่พัฒนามาเป็นกลุ่มไวส์มันนิสต์นั้นหายากมาก (ยกตัวอย่างสัตว์มีกระดูกสันหลัง, อาร์โธรพอด, Volvox) เนื่องจากสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่นั้นมีความสามารถด้านโซมาติกเอ็มบริโอเจนิซิส (ยกตัวอย่างพืชบก, สาหร่ายส่วนใหญ่, สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำนวนมาก)

สมมติฐานการก่อกำเนิด[แก้]

Tetrabaena socialis ที่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนสี่เซลล์

สมมติฐานหนึ่งเกี่ยวกับเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์นั้นคือการรวมกลุ่มกันของเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะ ซึ่งจะรวมกลุ่มกันจนมีลักษณะเหมือนกับตัวทากที่จะถูกเรียกว่าเกร็กซ์ และจะมีการเคลื่อนไหวในลักษณะของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ซึ่งสิ่งนี้คือพฤติกรรมของราเมือก อีกสมมติฐานหนึ่งคือเซลล์โบราณได้เกิดการแบ่งนิวเคลียสขึ้นมาและต่อมาได้พัฒนาไปเป็นซีโนไซต์ หลังจากนั้นเยื่อหุ้มจึงได้ก่อตัวขึ้นมารอบนิวเคลียสแต่ละอัน (รวมถึงพื้นที่ภายในเซลล์และออร์แกเนลล์ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ) ซึ่งก่อให้เกิดเป็นกลุ่มเซลล์ที่เชื่อมติดกันอยู่ในสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง (กลไกเช่นนี้สามารถพบเห็นได้ในสกุล แมลงวันทอง) สมมติฐานที่สามกล่าวว่าเมื่อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวแบ่งตัวนั้นเซลล์ที่แบ่งออกมาไม่ได้ขาดออกจากกันโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดเป็นการรวมตัวกลุ่มกันของเซลล์ที่เหมือนกันทุกประการในสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัว ซึ่งต่อมาได้พัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อเฉพาะ ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในช่วงพัฒนาการของเอ็มบริโอของพืชและสัตว์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตโคโลนีจำพวกโคอาโนแฟลเจลเลต (Choanoflagellate)

และเนื่องจากว่าสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์กลุ่มแรก ๆ นั้นมีร่างกายที่อ่อนนุ่ม ไม่มีกระดูกหรือเปลือกหรือโครงร่างแข็งใด ๆ จึงทำให้ซากฟอสซิลของพวกมันนั้นมักจะถูกเก็บรักษาไว้ได้ไม่ดี แต่อาจมีข้อยกเว้นสำหรับฟองน้ำชั้นDemosponge ที่ยังคงมีร่องรอยสารเคมีหลงเหลืออยู่ในชั้นหินโบราณ ฟอสซิลจากสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ในช่วงแรกนั้นมีหลายชิ้น ซึ่งรวมถึงฟอสซิลที่เป็นที่ถกเถียงกันวงการวิทยาศาสตร์อย่างเช่น Grypania spiralis และฟอสซิลที่หลงเหลือมาจากมหายุคแพลีโอโพรเทอโรโซอิกที่อยู่ในชั้นหินดินดานที่มีชื่อเรียกว่า Francevillian Group Fossil B Formation ซึ่งถูกพบในประเทศประเทศกาบอง ฟอสซิล Doushantuo Formation ที่มีอายุ 600 ล้านปีเป็นไมโครฟอสซิลที่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์

อ้างอิง[แก้]

  1. Becker, Wayne M.; และคณะ (2009). The world of the cell. Pearson Benjamin Cummings. p. 480. ISBN 978-0-321-55418-5. {{cite book}}: ใช้ et al. อย่างชัดเจน ใน |last= (help)