ข้ามไปเนื้อหา

สายสมร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทำนองเพลง "A Siamies Song" ในเอกสารของลา ลูแบร์ (พ.ศ. 2234)

"สายสมร" หรือต่อมาคือ "สรรเสริญพระนารายณ์" เป็นเพลงมโหรีไทยสมัยอาณาจักรอยุธยาที่ปรากฏอยู่ใน จดหมายเหตุลาลูแบร์ (Du Royaume de Siam) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2234 เป็นบันทึกของซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubère) ราชทูตฝรั่งเศสที่เดินทางเข้าไปยังกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2230 ในนาม "A Siamies Song" (เพลงสยาม) ถือเป็นโน้ตเพลงที่เก่าแก่อีกเพลงหนึ่งของประเทศไทย[1] นอกจากนี้นีกอลา แฌร์แวซ (Nicolas Gervaise) นักบวชชาวฝรั่งเศส ผู้เคยเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาได้บันทึกเพลงไทยเพลงหนึ่งชื่อ "สุดใจ" (Sout-Chai) ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม (Histoire Naturelle et Politique du Royaume de Siam) เมื่อ พ.ศ. 2231[2]

แม้จะได้รับการบันทึกโน้ตอย่างสากล แต่ก็ไม่ปรากฏที่มาหรือชื่อเสียงเรียงนามของเพลงนี้ โดยชื่อ "สายสมร" ก็นำมาจากเนื้อร้องที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "Say Samon..." เป็นภาษาไทยที่ถูกถอดเป็นอักษรโรมัน[1][3][4][5] โดยบันทึกอย่างหยาบเป็นทำนองเดียว ไม่มีเสียงประสาน เข้าใจว่าคงบันทึกจากเสียงร้อง เพราะมีการบันทึกเนื้อเพลงควบคู่ไปตัวโน้ต[1] พบข้อบกพร่องในการบันทึกโน้ต หรือเป็นโน้ตที่วิ่นแหว่ง และมีแนวโน้มว่าคงเป็นบางส่วนของทั้งเพลงเท่านั้น[4] แต่ก็ถือเป็นการบันทึกทำนองที่พิถีพิถันที่จะทำให้เนื้อร้องเข้าทำนองมากกว่าเพลง "สุดใจ"[5] เนื้อเพลงที่ถูกบันทึกเป็นอักษรโรมันนั้นมีการถอดออกมาหลายสำนวน เช่น[2]

   สายสมรเอย ลูกประคำซ้อนเสื้อ
ขอแนบเนื้อฉะอ้อน เคียงที่นอนในเอย
เพลงนี้ก็เจ้าเอยเพลงใด เพลงระบำหรือเจ้าเอยเจ้าใต้
เพลงนี้ก็เท่าเอย เพลงซอนะเอย พี่เอย
หวังละจะเชยจะเยื้องก้าวย่าง นางช่างจะเลี้ยว จะเดินเอย

เนื้อเพลง "สายสมร" โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงถอดเอาไว้ ความว่า[6]

   สาย สมร เอย เลี้ยว ประคอง สร เสื้อ
ขอแนบ เนื้อ ฉอ้อน ข่วน เดี๋ยว เหนื่อย
เพลง นี้ ขอ เจ้า เพลง ระบำ หรือ ไฉน เจ้า ไถ่
เพลง นี้ ขอ เจ้า เพลง สาว น้อย
เผย หวัง แล เชย ข้อง ของ นาง ช่าง เฉลียว ระ เดิร เอย
โน้ตเพลง "สรรเสริญพระนารายณ์" ทางบรรเลงเปียโนของร้อยเอกไมเคิล ฟุสโก ตีพิมพ์ในหนังสือ Siam das Reich des weissen elefanten ภายใต้ชื่อ Pra Narai: Altes Siamesisches Volkslied ("พระนารายณ์: เพลงพื้นเมืองของชาวสยามสมัยโบราณ")

ธีรพงศ์ เรืองขำ สันนิษฐานว่าเพลง "สายสมร" คือเพลงมโหรีบรรเลงขับกล่อมพระมหากษัตริย์ในเขตพระราชฐานชั้นในดังที่ตราไว้ในกฎมณเฑียรบาลว่า "หกทุ่มเบิกเสภาดนตรี" ในช่วงเวลาที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงใช้เวลาในการปรึกษาราชการแผ่นดิน โดยมีพระยาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) เป็นชาวตะวันตกเพียงคนเดียวที่ร่วมอยู่ในการนั้น เป็นคนที่ชำนาญการใช้ภาษาต่าง ๆ รวมทั้งมีโอกาสติดต่อกับราชทูตฝรั่งเศสได้โดยตรง เขาอาจเป็นผู้ถอดเสียงเพลง "สายสมร" ให้ลา ลูแบร์บันทึก และเข้าใจว่า "สายสมร" ในที่นี้น่าจะหมายถึงพระอัครมเหสีที่สวรรคตไปแล้วของสมเด็จพระนารายณ์[2] ส่วนสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงวินิจฉัยว่าเพลง "สายสมร" หาใช่เพลงสรรเสริญพระบารมี เพราะเนื้อหาบ่งในเชิงสังวาสมากกว่า[7] ขณะที่ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ให้ความเห็นว่า งานเขียนของลา ลูแบร์ อาจเขียนขึ้นจาก "ความแปลกประหลาด" ที่ชาวตะวันตกมองคนนอกยุโรป จึงสร้างเนื้อเพลงมาประกอบเท่านั้น เพลงนี้จึงอาจไม่มีอยู่จริง เพราะ "...โน้ตเพลงสายสมรออกจะเป็นการบันทึกที่เลอะเทอะหาแก่นสารอะไรไม่ได้"[8] สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร ที่ให้ข้อมูลว่า "[เพลงสายสมร]...ไม่สะดวกกับการขับร้อง และท่วงทำนองก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นเพลงตะวันออกแต่อย่างใด"[5]

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงฟื้นฟูศิลปวิทยาการใน พ.ศ. 2325 เป็นต้นมา พระองค์โปรดเพลง "สายสมร" และจัดไว้อยู่ในตับเพลงอรชร เพราะมีต้นเค้ามาจากเมืองนครศรีธรรมราช แต่ไม่ปรากฏเนื้อหรือทำนองเพลง[2] ในเพลงยาวที่บรรยายบรรยากาศการเล่นเพลงมโหรีที่บ้านของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ก็ระบุว่ามีการเล่นเพลง "สายสมร" ร่วมด้วย[9] สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงจัดให้อยู่ในเพลงประเภทมโหรีที่ผิดเพี้ยนไปมาก[2] และเข้าใจว่าเพลง "สายสมร" นี้ น่าจะเป็นเพลงเดียวกันกับเพลงที่ซีมง เดอ ลา ลูแบร์บันทึกไว้[10] ครั้นเมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2440 ทรงสนพระทัยเพลง "สายสมร" ที่ถูกบันทึกในจดหมายเหตุลาลูแบร์ จึงโปรดเกล้าให้กัปตันไมเคิล ฟุสโก (Michael Fusco) หัวหน้าวงดุริยางค์กองทัพเรือ เรียบเรียงเป็นทำนองเปียโน แล้วพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า "สรรเสริญพระนารายณ์" ใน พ.ศ. 2442[2][3] ต่อมาพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) นำเพลงมาเรียบเรียงใหม่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรา เนื้อร้องโดยนาวาอากาศเอก ขุนสวัสดิ์ทิฆัมพร (สวาท นิยมธรรม) ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก (พ.ศ. 2484) และตั้งชื่อเพลงว่า "ศรีอยุธยา"[3]

วงดุริยางค์กองทหารเกียรติยศบรรเลงเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ระหว่างการซ้อมใหญ่ริ้วกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคจากท่าราชวรดิษฐ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง หลังเสร็จสิ้นกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562

กรมดุริยางค์ทหารบก กองทัพบก โดย พันเอกประทีป สุพรรณโรจน์ ได้ทำการเรียบเรียงเพลง "สรรเสริญพระนารายณ์" และเพลง "สรรเสริญเสือป่า" ให้อยู่ในลักษณะเพลงมาร์ช และใช้เป็นเพลงบรรเลงเกียรติยศสำหรับการเคลื่อนริ้วขบวนพระราชอิสริยยศและแถวทหารในพระราชพิธีและพิธีการสำคัญ[11] เริ่มใช้ครั้งแรกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี พ.ศ. 2560 โดยบรรเลงในริ้วขบวนที่ 2 เมื่อพระบรมโกศได้ประดิษฐานอยู่บนพระมหาพิชัยราชรถ และเคลื่อนริ้วขบวนจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปยังพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง (เพิ่มเติมจากเพลง "พญาโศกลอยลม" ที่ใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพตามปกติอยู่แล้ว)[2] ต่อมาได้ใช้ในการเคลื่อนริ้วกระบวนพยุหยาตราสถลมารคเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2562 ร่วมกับเพลงมาร์ชสรรเสริญเสือป่า และเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งมีการเรียบเรียงให้เข้ากับจังหวะเพลงมาร์ช จำนวน 4 เพลง คือ มาร์ชธงไชยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ ใกล้รุ่ง และยามเย็น[12]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 "เปิดโน้ตเพลง 'สายสมร' ยุคอยุธยา เก่าสุดในไทย ที่มาเพลงบรรเลงขณะยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 26 ต.ค.นี้". มติชนออนไลน์. 23 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  2. 1 2 3 4 5 6 7 ธีรพงศ์ เรืองขำ (26 ตุลาคม 2560). "การข้ามมหานทีสีทันดรของ 'สายสมร' : จากราชสำนักแวร์ซายส์สู่พระเมรุมาศในรัชกาลที่ 9". The Standard. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  3. 1 2 3 สุกรี เจริญสุข (25 สิงหาคม 2562). "อาศรมมิวสิก : เพลงสายสมรกับสุดใจ ฟื้นชีวิตวิญญาณเพลงที่บ้านราชทูตวิชาเยนทร์". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  4. 1 2 อติภพ ภัทรเดชไพศาล (6 ธันวาคม 2559). "หลักฐานเพลงสยามในปารีสเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว : รูปเงาแห่งเสียง". สยามรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  5. 1 2 3 "บทเพลงที่บันทึกไว้ในจดหมายเหตุของ ลา ลูแบร์ เพลงสายสมร และเพลงสุดใจ". กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร. 28 กุมภาพันธ์ 2555. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  6. อติภพ ภัทรเดชไพศาล. เสียงเพลง วัฒนธรรม อำนาจ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556, หน้า 26
  7. "เพลงสรรเสริญพระนารายณ์". สนุกดอตคอม. 16 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  8. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ (22 กันยายน 2559). "ดนตรีในรัฐที่โน้ตเพลงที่เก่าที่สุดของตนเอง เป็นแค่เรื่องพาฝัน". มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2564.
  9. อติภพ ภัทรเดชไพศาล. เสียงเพลง วัฒนธรรม อำนาจ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556, หน้า 23
  10. อติภพ ภัทรเดชไพศาล. เสียงเพลง วัฒนธรรม อำนาจ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556, หน้า 24
  11. สุกรี เจริญสุข (11 พฤษภาคม 2562). "เสียง เครื่องดนตรี และบทเพลง ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากร่องรอยอดีตถึงปัจจุบัน". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569.
  12. "ซ้อมใหญ่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก". กรุงเทพธุรกิจ. 28 เมษายน 2562. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569.