สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิ
Japan China Peace Treaty 17 April 1895.jpg
สนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิฉบับภาษาญี่ปุ่น
วันลงนาม
- ณ
17 เมษายน ค.ศ. 1895
เมืองชิโมะโนะเซะกิ
ผู้ลงนาม จักรวรรดิญี่ปุ่น อิโต ฮิโระบุมิ
จักรวรรดิญี่ปุ่นมุสึ มุเนะมิสึ
ราชวงศ์ชิง หลี่ หงจาง
ราชวงศ์ชิง หลี่ จิ้งฟาง
ภาคี จักรวรรดิญี่ปุ่น จักรวรรดิญี่ปุ่น
ราชวงศ์ชิง จักรวรรดิชิง
ภาษา จีน และ ญี่ปุ่น

สนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิ (ญี่ปุ่น: 下関条約 ชิโมะโนะเซะกิ โจยะกุ) หรือ สนธิสัญญาหม่ากวัน (จีนตัวย่อ: 马关条约; จีนตัวเต็ม: 馬關條約; พินอิน: Mǎguān tiáoyuē) ในภาษาจีน เป็นสนธิสัญญาระหว่างจักรวรรดิญี่ปุ่นและประเทศจีน โดยราชวงศ์ชิง เมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1895 สนธิสัญญานี้ทำให้สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลง เกาหลีเป็นอิสระจากจีน ญี่ปุ่นได้ดินแดนในจีนและได้สิทธิภาพชาติที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่งจากจีน นอกจานี้ญี่ปุ่นยังสามารถเข้าใช้และตั้งกงสุลในสี่เมืองท่าคือ ชาฉี้, ฉงชิ่ง, ซูโจว และ หางโจว

หลังจากที่จีนลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้ บรรดาขุนนางจีนต่างถวายฎีกากันอย่างมากมาย ร้องขอให้ยกเลิกสัญญาแล้วทำสงครามกับญี่ปุ่นเพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของโอรสแห่งสวรรค์ จักรพรรดิกวังซฺวี่ทรงมีความโทมนัสยิ่งนัก ได้ระบายความอัดอั้นของพระองค์ไว้ว่า "ยามดึกก็กังวล ยามว่าราชการก็ร้องไห้...สภาพเช่นนี้ช่างน่าละอาย ฎีกาทั้งหลายยังอ่านไม่หมด ขอทุกคนให้อภัยด้วย"[1]

การลงนาม[แก้]

วันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1895 ราชสำนักชิงได้ส่งคณะผู้แทนการลงนามสนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิโดยมี หลี่ หงจาง ผู้แทนสูงสุด นำคณะซึ่งประกอบไปด้วย หลี่ จิงฟาง ลูกชายของเขา อู่ถิงฟาง อุปทูตระดับสูง และเคอซื่อต๋าที่ปรึกษา โดยสารเรือกลไฟเยอรมันสองลำไปเจรจาสงบศึกกับฝ่ายญี่ปุ่นที่เมืองชิโมะโนะเซะกิ (ปัจจุบันคือเมืองชิโมะโนะเซะกิ จังหวัดยะมะงุจิ) วันที่ 19 มีนาคม หลี่ หงจางและคณะเดินทางมาถึงเมืองชิโมะโนะเซะกิ พวกเขาพักในวัดอินโจจิซึ่งอยู่ใกล้กับอาคารชุมปันโร พอถึงเวลาบ่ายสองโมงครึ่งของวันรุ่งขึ้น หลี่หงจางและคณะก็เดินก้าวเข้าสู่อาคารปันโรด้วยฝีเท้าหนักแน่น

ณ ชั้นบนของอาคารชุมปันโร มีเก้าอี้สิบกว่าตัวจัดวางรอบโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดค่อนข้างใหญ่ตัวหนึ่ง ฝ่ายญี่ปุ่นได้จงใจจัดวางกระโถนให้หลี่ หงจาง ผู้มีอายุเกินเจ็ดสิบปีเป็นการเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม ในระหว่างการเจรจาครั้งแรก อิโต ฮิโระบุมิ ผู้แทนเจรจาฝ่ายญี่ปุ่น เสนอเงื่อนไขอันแสนโหดร้ายในการยุติสงครามแก่หลี่ หงจาง และแถลงว่า หากจีนไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ญี่ปุ่นก็จะส่งทหารไปเพิ่มและทำสงครามอีกครั้ง แต่หลี่ หงจางกลับคาดหวังให้ญี่ปุ่นหยุดรบก่อน เขาวิงวอนให้ญี่ปุ่นลดเงื่อนไขที่ขูดรีดกับจีนลงบ้าง ผู้แทนของทั้งสองประเทศปะทะคารมกันอย่างดุเดือดต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันจนการเจรจาชะงักงันลง สถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยจนถึงวันที่ 24 มีนาคม ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน

หลี่หงจางถูกลอบทำร้ายขณะลงนาม[แก้]

ในเวลานี้เอง มีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นกะทันหันทำให้การเจรจาเปลี่ยนวิถีไป หลังจากที่การเจรจาในวันนั้นเสร็จสิ้นลง หลี่ หงจางดูกลัดกลุ้มอ่อนเพลียและมีเรื่องหนักใจเต็มไปหมด เขาก้าวออกจากอาคารชุมปันโรแล้วนั่งเกี้ยวกลับไปที่วัดอินโจจิ ในขณะที้เกี้ยวของหลี่ หงจางใกล้ถึงที่พักทันใดนั้นก็มีชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งถือปืนพกหนึ่งกระบอกในมือพุ่งตัวออกมาจากฝูงชน เขาเล็งปืนไปที่หลี่ หงจางแล้วก็ยิงเข้าใส่โดยไม่รอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้ติดตามหลี่ หงจางได้ทันตั้งตัว กระสุนปืนยิงถูกแก้มซ้ายของหลี่ หงจางจนเลือดไหลอาบหน้า เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้ติดตามจึงรีบหามหลี่ หงจางกลับเข้าที่พักในวัดอินโจจิ แพทย์รีบตรวจอาการบาดเจ็บของเขาอย่างละเอียดทันทีและพบว่ากระสุนยิงโดนกระดูกโหนกแก้มด้านซ้าย ตำแหน่งบาดแผลอยู่ใต้ตาซ้ายประมาณหนึ่งนิ้ว กระสุนยังคงค้างอยู่ในเนื้อแต่ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา หลี่ หงจาง หลังได้ถูกลอบทำร้ายมีท่าทีสงบนิ่ง เขาได้กล่าวกำชับผู้ติดตามให้เก็บเสื้อเปื้อนเลือดที่เขาถอดไว้ อย่าซักรอยเลือดออก หลี่ หงจางได้ชี้นิ้วไปที่เสื้อเปื้อนเลือดตัวนั้นแล้วกล่าวอย่างองอาจว่า "เลือดนี้แหละที่จะตอบแทนคุณประเทศชาติ และจงจำบทเรียนอันอัปยศครั้งนี้เอาไว้ให้ดี"

ข้อความ[แก้]

การลงนามสนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิ
ศาลาชุนปันโรในเมืองชิโมะโนะเซะกิ เป็นอาคารที่ลงนาม
สนธิสัญญาสันติภาพ
สมเด็จพระจักรพรรดิกรุงญี่ปุ่นแลสมเด็จพระจักรพรรดิกรุงจีน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูสันติภาพระหว่างสองประเทศแลข้าแผ่นดินในพระองค์ แลโปรดฯให้ขจัดสาเหตุอันจะก่อให้เกิดบรรดาความยุ่งยากต่างๆในอนาคต โปรดเกล้าฯนามผู้มีอำนาจในพระปรมาภิไธยไว้เพื่อสำเร็จเสร็จการสนธิสัญญาสันติภาพ ดังความต่อไปนี้:
สมเด็จพระจักรพรรดิกรุงญี่ปุ่นโดยเคานต์ อิโต ฮิโระบุมิ จุนอี สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดอกคิริชั้นสูงสุด ประธานคณะรัฐมนตรี กับไวเคานต์ มุสึ มุเนะมิสึ จุนอี สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงคลรัตน์ชั้นหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ
แลสมเด็จพระจักรพรรดิกรุงจีนโดยหลี่ หงจาง พระอาจารย์อาวุโสในองค์รัชทายาท มหาเสนาบดีอาวุโส แลเสนาบดีว่าการพาณิชย์ประจำท่าเรือฝ่ายเหนือของจีน ข้าหลวงมณฑลจี๋หลี้ ขุนนางขั้นหนึ่ง กับ หลี่ จิ้งฟาง อดีตเสนาบดีกรมการทูต ขุนนางขั้นสอง
หลังแลกเปลี่ยนหนังสือแสดงอำนาจเต็ม ซึ่งได้ถูกตรวจว่าถูกต้องแลเป็นไปตามธรรมเนียมที่เหมาะสมแล้ว จึงได้ตกลงตามข้อต่อไปนี้:—
ข้อ 1 จีนยอมรับอย่างเด็ดขาดต่อเอกราชแลอิสรภาพของเกาหลี แลฉนั้น การส่งราชบรรณาการแลพิธีการต่างๆของเกาหลีต่อจีนซึ่งจะอยู่ในระงับไว้เนื่องจากความเป็นเอกราชแลอิสรภาพนั้น จะถูกล้มเลิกทั้งหมดในอนาคต
ข้อ 2 จีนยอมยกให้แก่ญี่ปุ่นซึ่งกรรมสิทธิ์แลอำนาจอธิปไตยถาวรในดินแดนต่อไปนี้ ตลอดจนทรัพย์ของหลวง, ปืนใหญ่, ป้อมปราการ ซึ่งตั้งอยู่ใน:
(หนึ่ง) ส่วนใต้ของมณฑลเฝิ้งเทียน[...]
(สอง) เกาะไต้หวัน ตลอดจนบรรดาเกาะแก่งซึ่งพาดเกี่ยวหรือเป็นของเกาะไต้หวันที่กล่าวมา
(สาม) กลุ่มเกาะเผิงหู ซึ่งจะหมายถึง บรรดาเกาะแก่งระหว่างเส้นแวงที่ 119 ถึง 120 องศาทางตะวันออกของกรีนิช กับเส้นรุ้งที่ 23 ถึง 24 องศาเหนือ
ข้อ 3 การวางแนวพรมแดนซึ่งได้อธิบายไปในข้อก่อนหน้าและได้แสดงบนแผนที่ซึ่งผนวกดินแดนแล้ว จะถูกพิสูจน์แลปักปันเขตโดยคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนร่วม ประกอบด้วยผู้แทนญี่ปุ่นตั้งแต่สองคนหรือมากกว่า กับผู้แทนจีนตั้งแต่สองคนหรือมากกว่า ซึ่งจะถูกแต่งตั้งในทันทีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ ในกรณีที่พรมแดนตามข้อบัญญัตินี้ถูกพบว่ามีข้อบกพร่องไม่ว่าจุดใดก็ตาม ทั้งความรับผิดชอบด้านการทำแผนที่หรือความรับผิดชอบในการพิจารณาการจัดการที่เหมาะสม จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนเช่นกัน เพื่อปรับปรุงให้ถูกต้อง
คณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนจะเข้าทำหน้าที่ในทันทีที่เป็นไปได้ แลจะทุ่มเทกำลังเพื่อให้ได้ข้อสรุปผลภายในระยะเวลาหนึ่งปีหลังการแต่งตั้ง
อย่างไรก็ตาม การปรับแนวพรมแดนตามที่บัญญัติในหนังสือสัญญานี้ จะมีอยู่จนกว่าคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนได้ปรับแก้ไขให้ถูกต้อง หากมีการแก้ไขใดๆ จะต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งรัฐบาลกรุงญี่ปุ่นและจีน
ข้อ 4 จีนยินยอมชำระแก่ญี่ปุ่นซึ่งค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนเงิน 200,000,000 ตำลึงกู้ผิง จำนวนเงินที่กล่าวมาจะถูกชำระเป็นแปดงวด งวดแรกจำนวน 50,000,000 ตำลึงจะชำระภายในหกเดือน งวดที่สองจำนวน 50,000,000 ตำลึงจะชำระภายในสิบสองเดือนหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ อีกหกงวดที่เหลือจะแบ่งจ่ายงวดละเท่าๆกันดังนี้ งวดแรกภายในสองปี งวดที่สองภายในสามปี งวดที่สามภายในสี่ปี งวดที่สี่ภายในห้าปี งวดที่ห้าภายในหกปี แลงวดที่หกภายในเจ็ดปีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ ดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปีจะเริ่มคิดกับส่วนที่ค้างจ่ายตามงวดที่กล่าวมา ตั้งแต่วันที่งวดแรกผิดนัดชำระ
อย่างไรก็ตาม จีนมีสิทธิที่จะชำระก่อนกำหนดเมื่อใดของงวดใดที่กล่าวมาก็ได้ ในกรณีที่ยอดทั้งหมดถูกชำระภายในสามปีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ ดอกเบี้ยทั้งหมดสามารถถูกเรียกคืนได้ แลดอกเบี้ยในสองปีครึ่งหรือระยะเวลาที่สั้นกว่า ถ้าได้ชำระแล้วจะถูกรวมเป็นเงินต้นของงวด
ข้อ 5 ราษฎรของดินแดนซึ่งยกให้แก่ญี่ปุ่นที่ต้องการอาศัยอยู่นอกเขตซึ่งยกให้เหล่านี้ ย่อมมีเสรีที่จะขายทรัพย์สินของเขาและย้ายออกไป เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว จะกำหนดเป็นระยะเวลาสองปีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ เมื่อหมดระยะเวลาดังกล่าว ราษฎรเหล่านั้นจะมิอาจย้ายออกจากดินแดนเหล่านั้น ญี่ปุ่นอาจถือว่าราษฎรเหล่านั้นเป็นข้าแผ่นดินญี่ปุ่น
รัฐบาลทั้งคู่จะส่งกรรมาธิการหนึ่งคนหรือมากกว่าไปยังไต้หวันในทันทีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ เพื่อทำให้การส่งมอบสุดท้ายของมณฑลนั้นเป็นการสมบูรณ์ภายในกรอบสองเดือนหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้
[และข้ออื่นๆอีกหกข้อ]


อ้างอิง[แก้]

  1. หวังหลง (2559) ราชสำนักจีนหันซ้าย โลกหันขวา. สำนักพิมพ์มติชน. ISBN 9789740214564
  • Chamberlain, William Henry. (1937). Japan Over Asia. Boston:, Little, Brown, and Company.
  • Cheng, Pei-Kai and Michael Lestz. (1999). The Search for Modern China: A Documentary Collection. New York: W. W. Norton & Company.
  • Colliers. (1904). The Russo-Japanese War. New York: P.F. Collier & Son.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]