ศิลปะเมารยะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ศิลปะเมารยะ
สิงหสตมภศีรษะของเสาอโศก สัญลักษณ์ประจำชาติอินเดีย ตัวอย่างชิ้นสำคัญของศิลปะเมารยะ

แม่แบบ:Indian art ศิลปะเมารยะเป็นคำใช้เรียกงานศิลปะที่ผลิตขึ้นในยุคของจักรวรรดิเมารยะ อาณาจักรแรกที่สามารถปกครองอนุทวีปอินเดียตอนเหนือตั้งแต่ปี 322 ถึง 185 ปีก่อนคริสต์กาล ศิลปะเมารยะที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันเป็นผลงานภายใต้พระราชูปถัมภ์ของกษัตริย์เมารยะ โดยเฉพาะพระเจ้าอโศกมหาราช หลักฐานชิ้นสำคัญที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันมีทั้งเสา, สถูป และถ้ำเจาะหิน

ศิลปะเมารยะขนาดใหญ่ที่หลงเหลือมาจนปัจจุบันเช่นซากของพระราชวังหลวงที่ปาฏลีบุตร, ราวมอนอลิธที่สารนาถ, โพธิมณฑล หรือแท่นทั้งสี่ที่โพธคยา, โถงเจดีย์ที่สลักเข้าไปในหินของถ้ำบาราบาร์ใกล้กับอำเภอคยา, งานแกะสลักแสดงสัตว์และพืชบนหินที่ธาวลี เป็นต้น[1]

อานันทะ โคมารัสวามีได้บันทึกไว้เมื่อปี 1923 ว่าศิลปะเมารยะมีอยู่สามระยะหลัก[2] ระยะแรกสุดจะพบร่อยรอยของเทพเจ้าจากความเชื่อแบบพระเวท (เช่นภาพแกะสลักนูนต่ำแสดง พระสูรยะ และ พระอินทร์ ในถ้ำภชา)[2] อย่างไรก็ตาม ถ้ำภชาในปัจจุบันถือกันว่าสร้างขึ้นภายหลังสมัยเมารยะ ราว 200-100 ปีก่อนคริสต์กาล[3] ยุคที่สองเป็นราชศิลปะในพระเจ้าอโศกมหาราช พบในงานแกะสลักเสาจากหินก้อนเดียวที่มีจารึกพระราชโองการบนนั้น และยุคที่สามเป็นยุคเริ่มแรกของสถาปัตยกรรมอิฐและหิน เช่นในสถูปองค์เดิมที่สาญจี และถ้ำโลมัสฤษี ใสหมู่ถ้ำบาราบาร์[2]

นักวิชาการส่วนมากเห็นตรงกันว่าศิลปะเมารยะได้รับอิทธิพลจากศิลปะกรีกและศิลปะเปอร์เซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พบในสถาปัตยกรรมและประติมากรรมของหลวง[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. Mahajan V.D. (1960, reprint 2007). Ancient India, New Delhi: S.Chand, New Delhi, ISBN 81-219-0887-6, p.348
  2. 2.0 2.1 2.2 Introduction To Indian Art. 1923. p. 15.
  3. Kumar, Raj (2003). Essays on Indian Art and Architecture (in อังกฤษ). Discovery Publishing House. p. 12. ISBN 978-81-7141-715-5.
  4. V.D, Mahajan (2016). Ancient India (in อังกฤษ). S. Chand Publishing. pp. 270–271. ISBN 9789352531325.