วิเทหะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ราชอาณาจักรวิเทหะ
ไม่ปรากฏ–500 ปีก่อนคริสตกาล [[Vajji Mahajanpada[1]|]]
Videha
รัฐวิเทหะ (มิถิลา) และรัฐอื่น ๆ ในสมัยพระเวทตอนปลาย
เมืองหลวง ชนกปุระ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล)[2] หรือพาลีราชคฒ (ปัจจุบันอยู่ในเขตมธุพนี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย)[3]
ภาษา สันสกฤต
ศาสนา พระเวท-ฮินดู[4]
รัฐบาล ราชาธิปไตย
ยุคประวัติศาสตร์ ยุคเหล็ก
 -  สถาปนา ไม่ปรากฏ
 -  สิ้นสุด 500 ปีก่อนคริสตกาล
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ  อินเดีย
 เนปาล

วิเทหะ (สันสกฤต: विदेह) หรือ มิถิลา (สันสกฤต: मिथिला) เป็นราชอาณาจักรโบราณในประเทศอินเดียสมัยพระเวท[5] ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชนก มีดินแดนซึ่งปัจจุบันได้แก่ภาคมิถิลากินอาณาบริเวณทางเหนือและตะวันออกของรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย กับตะวันออกของที่ราบตะราอี ประเทศเนปาล[6][7]

ประวัติ[แก้]

ปลายสมัยพระเวท (ราว 1100–500 ปีก่อนคริสตกาล) รัฐวิเทหะได้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักทางการเมืองและวัฒนธรรมแห่งเอเชียใต้ พร้อมด้วยรัฐกุรุและรัฐปัญจาละ[8]

วรรณกรรมสมัยพระเวทตอนปลาย เช่น พราหมณะ และ พฤหทารัณยกอุปนิษัท กล่าวว่า พระเจ้าชนกเป็นกษัตริย์นักปราชญ์แห่งวิเทหะ มีพระเกียรติยศเลื่องลือเพราะเหตุที่ได้ทรงอุปถัมภ์วัฒนธรรมและปรัชญาพระเวท ราชสำนักของพระองค์เป็นศูนย์กลางแห่งภูมิปัญญาเพราะอุดมด้วยฤษี ที่มีชื่อเสียงเช่น ฤษียาชญวัลกยะ[9]

ภูมิภาคและวัฒนธรรมของรัฐวิเทหะยังมักปรากฏในวรรณกรรมฮินดู[10] เช่น กล่าวถึงแนวคิดเรื่องราชวงศ์กษัตริย์ และประเพณีการมีกษัตริย์นักปราชญ์ผู้ประพฤติสันยาสะ[10] เรื่องทำนองเดียวกันยังพบในงานเขียนทางฮินดู พุทธ และเชน ที่เหลือรอดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้น่าเชื่อว่า ประเพณีสันยาสะน่าจะมีมาก่อนพุทธกาล และนับถือแพร่หลายในรัฐอื่น ๆ ทั่วอินเดียนอกเหนือไปจากวิเทหะด้วย เช่น รัฐปัญจาละ รัฐกลิงคะ และรัฐกันธาระ[10] ศาสนาเชนยังถือว่า พระเจ้าเนมิราชแห่งวิเทหะเป็นตีรถังกรองค์ที่ 21 จากทั้งหมด 24 องค์[10]

รัฐวิเทหะยังปรากฏในมหากาพย์สันสกฤต เช่น มหาภารตะ และ รามายณะ เรื่องหลังนี้กล่าวว่า สีดาเป็นเจ้าหญิงแห่งรัฐวิเทหะ[10] และสมรสกับพระรามแห่งรัฐโกศลเพื่อเกี่ยวดองระหว่างสองรัฐ[2]

สันนิษฐานว่า เมืองหลวงของรัฐวิเทหะอาจได้แก่ เมืองชนกปุระในประเทศเนปาลปัจจุบัน[2] หรือเมืองพาลีราชคฒในเขตมธุพนี รัฐพิหาร ประเทศอินเดียปัจจุบัน[11]

เมื่อสิ้นสมัยพระเวท รัฐวิเทหะน่าจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐวัชชี และภายหลังก็ตกเป็นของรัฐมคธ[12]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Raychaudhuri Hemchandra (1972), Political History of Ancient India, Calcutta: University of Calcutta, pp. 85–86
  2. 2.0 2.1 2.2 Raychaudhuri (1972)
  3. "Archived copy". Archived from the original on 26 October 2017. สืบค้นเมื่อ 2017-10-26.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  4. Ben-Ami Scharfstein (1998), A comparative history of world philosophy: from the Upanishads to Kant, Albany: State University of New York Press, pp. 9-11
  5. Michael Witzel (1989), Tracing the Vedic dialects in Dialectes dans les litteratures Indo-Aryennes ed. Caillat, Paris, pages 13, 17 116-124, 141-143
  6. Dilip K. Chakrabarti (2001). Archaeological Geography of the Ganga Plain: The Lower and the Middle Ganga. Orient Blackswan. pp. 207–. ISBN 978-81-7824-016-9. 
  7. Michael Witzel (1989), Tracing the Vedic dialects in Dialectes dans les litteratures Indo-Aryennes ed. Caillat, Paris, pages 13, 17 116-124, 141-143
  8. Michael Witzel (1989), Tracing the Vedic dialects in Dialectes dans les litteratures Indo-Aryennes ed. Caillat, Paris, pages 13, 141-143
  9. H. C. Raychaudhuri (1972), Political History of Ancient India and Nepal, Calcutta: University of Calcutta, pp.41–52
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 10.4 Geoffrey Samuel, (2010) The Origins of Yoga and Tantra: Indic Religions to the Thirteenth Century, Cambridge University Press, pages 69-70
  11. "Archived copy". Archived from the original on 26 October 2017. สืบค้นเมื่อ 2017-10-26.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  12. H.C. Raychaudhuri (1972), pp. 70-76