ข้ามไปเนื้อหา

มหาวิหารนักบุญเบซิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วิหารเซนต์บาซิล)
มหาวิหารนักบุญเบซิล
Saint Basil's Cathedral
Собор Василия Блаженного
มหาวิหารนักบุญบาซิล
แผนที่
55°45′9″N 37°37′23″E / 55.75250°N 37.62306°E / 55.75250; 37.62306
ที่ตั้งจัตุรัสแดง, มอสโก
ประเทศ รัสเซีย
นิกายรัสเซียนออร์ทอดอกซ์
เว็บไซต์เว็บไซต์ท่องเที่ยวกรุงมอสโก
ประวัติ
สถานะพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งรัฐ และใช้เป็นโบสถ์คริสต์ในบางโอกาส ตั้งแต่ ค.ศ. 1991
ก่อตั้งค.ศ. 1555
ผู้ก่อตั้งซาร์อีวานที่ 4
เสกเมื่อ12 กรกฎาคม ค.ศ. 1561[1]
สถาปัตยกรรม
สถาปนิกปอสต์นิก ยากอฟเลฟ[2]
ประเภทสถาปัตย์โบสถ์คริสต์ (Шатро́вые хра́мы)
โครงสร้าง
ความสูงอาคาร47.5 ม. (156 ฟุต)[3]
จำนวนโดม9
เครมลินและจัตุรัสแดง มอสโคว *
  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก
ประเทศ รัสเซีย
ภูมิภาค **ยุโรปและอเมริกาเหนือ
ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา(i), (ii), (iv), (vi)
อ้างอิง545
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน1990[4] (คณะกรรมการสมัยที่ 14)
* ชื่อตามที่ได้ขึ้นทะเบียนในบัญชีแหล่งมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก

มหาวิหารนักบุญเบซิล (รัสเซีย: Собор Василия Блаженного) เป็นอาสนวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างโดยซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย หรือซาร์อีวานจอมโหด เพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลที่กรีธาทัพมาเมืองคาซัน เมื่อปี ค.ศ. 1552 ผลจากชัยชนะครั้งนี้ทำให้รัสเซียสามารถรวมชาติได้เป็นปึกแผ่น จึงสร้างมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1555 เดิมทีมหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นเพียงโบสถ์ขนาดเล็กที่บรรจุศพของนักบุญวาซิลีหรือนักบุญบาซิล

มหาวิหารเซนต์บาซิลมีรูปทรงที่ไม่เหมือนโบสถ์อื่น คือมีโดม 8 โดมล้อมรอบโดมที่ 9 ที่อยู่ตรงกลาง ทำให้อาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณอันได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอมกับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก หอคอยสูงรูปกระโจมเป็นอิทธิพลจากยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียน ส่งความโชติช่วงชัชวาลย์เป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์

มหาวิหารนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อปอสต์นิก ยากอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) และด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมจึงทำให้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า ซาร์อีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้มาก จึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่สถาปนิกผู้ออกแบบด้วยการควักดวงตาทั้งสอง เพื่อไม่ให้สถาปนิกผู้นั้นสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก การกระทำในครั้งนั้นของพระเจ้าอีวานที่ 4 จึงเป็นที่มาของพระราชสมญานามอีวานผู้เหี้ยมโหด (Ivan The Terrible)[5][6] บริเวณใกล้กันกับมหาวิหารเซนต์เบซิลขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานเลนินหรือสุสานเลนิน ซึ่งเก็บรักษาร่างของวลาดีมีร์ เลนิน ผู้นำคนสำคัญของคอมมิวนิสต์ และเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเคารพศพได้

โครงสร้าง

[แก้]

ฐานรากเช่นเดียวกับอาคารอื่น ๆ ในมอสโกยุคกลาง สร้างด้วยหินสีขาวแบบดั้งเดิม ในขณะที่ตัวอาคารโบสถ์สร้างด้วยอิฐสีแดง ขนาด 28 x 14 x 8 ซม. (11.0 x 5.5 x 3.1 นิ้ว) ซึ่งเป็นวัสดุที่ค่อนข้างใหม่ในยุคนั้น[7] (โครงสร้างที่ก่อด้วยอิฐครั้งแรกในมอสโกคือ กำแพงเครมลินใหม่ ซึ่งเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1485)[8] การสำรวจโครงสร้างแสดงให้เห็นว่าระดับชั้นใต้ดินอยู่ในระนาบอย่างสมบูรณ์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้การเขียนแบบและการวัดอย่างชำนาญ แต่ระดับที่สูงขึ้นมาแต่ละระดับจะมีความแม่นยำลดน้อยลงเรื่อย [9] ผู้ซ่อมแซมซึ่งทำการเปลี่ยนแทนที่ส่วนต่าง ๆ ของอิฐในปี ค.ศ. 1954–1955 พบว่ากำแพงอิฐขนาดใหญ่ปิดบังกรอบไม้ภายในที่ทอดยาวตลอดความสูงของโบสถ์[10][11] กรอบนี้ทำขึ้นจากการเข้าไม้แผ่นบาง ๆ อย่างประณีต โดยทำขึ้นเพื่อเป็นแบบจำลองเชิงพื้นที่ขนาดเท่าคนจริงของอาสนวิหารในช่วงเริ่มก่อสร้าง จากนั้นจึงค่อยปิดล้อมด้วยอิฐ[10][11]

การก่อสร้างซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ในยุคนั้นมีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่น[12] โดยใช้อิฐเป็นวัสดุในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอก และให้มีงานก่ออิฐเปลือยไว้ให้มากที่สุด เมื่ออาคารต้องใช้กำแพงหิน มันถูกตกแต่งด้วยการก่ออิฐที่ฉาบทับด้วยลายปูนปั้น[12] สิ่งใหม่ที่สำคัญที่เริ่มต้นในการสร้างโบสถ์แห่งนี้คือสถาปัตยกรรมการตกแต่งภายนอกอย่างเคร่งครัด[13] ประติมากรรมและสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประดับในสถาปัตยกรรมรัสเซียรุ่นก่อนหายไปทั้งหมด ส่วนลายประดับรูปดอกไม้ของอาคารถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง[13] โบสถ์มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากโครงสร้างสามมิติที่หลากหลายซึ่งทำด้วยอิฐแทน

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Popova, Natalia (12 กรกฎาคม 2011). "St. Basil's: No Need to Invent Mysteries". Moscow, Russia: Ria Novosti. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 กรกฎาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2011.
  2. "List of federally protected landmarks". Ministry of Culture. 1 มิถุนายน 2009. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 กรกฎาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2009.
  3. "Cathedral of the Protecting Veil of the Mother of God". www.SaintBasil.ru. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 สิงหาคม 2013. สืบค้นเมื่อ 8 สิงหาคม 2013.
  4. "Kremlin and Red Square, Moscow". Whc.unesco.org. สืบค้นเมื่อ 12 July 2011.
  5. "มหาวิหารเซนต์เบซิล ST. BASIL'S CATHEDRAL กรุงมอสโก รัสเซีย". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-08-13. สืบค้นเมื่อ 2010-08-22.
  6. "Ioannes Severus dictus (1530–1584), inde ab anno 1533 magnus princeps Moscoviensis".
  7. Komech, Pluzhnikov p. 399
  8. Komech, Pluzhnikov p. 267
  9. Brunov, p. 45
  10. 1 2 Komech, Pluzhnikov p. 402
  11. 1 2 Brunov, p. 47
  12. 1 2 Komech, Pluzhnikov p. 49
  13. 1 2 Shvidkovsky, p. 129

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Brunov, N. I. (1988). Hram Vasilia Blazhennogo v Moskve (Храм Василия Блаженного в Москве. Покровский собор) (ภาษารัสเซีย). Iskusstvo.
  • Komech, Alexei I.; Pluzhnikov, V. I., บ.ก. (1982). Pamyatniku arhitektury Moskvy. Kremlin, Kitai Gorod, tsentralnye ploschadi (Памятники архитектуры Москвы. Кремль, Китай-город, центральные площади) (ภาษารัสเซีย). Iskusstvo.
  • Shvidkovsky, D. S. (2007). Russian architecture and the West. Yale University Press. ISBN 978-0-300-10912-2.