วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์
ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2516 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2468
เสียชีวิต 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555 (87 ปี 108 วัน)
บุตร สุรเดช ยะสวัสดิ์
ศิษย์เก่า โรงเรียนนายร้อยเทคนิคทหารบกเหล่าช่าง
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
การเข้าเป็นทหาร
ยศ RTA OF-8 (Lieutenant General).svg พลโท
Thai police O8.png พลตำรวจโท

พลโท พลตำรวจโท วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ (6 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 - 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555) อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ อดีตรองเสนาธิการทหารบกและบิดาของ นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีต ส.ว. จังหวัดพะเยา และอดีตรองหัวหน้า พรรคเพื่อแผ่นดิน

ประวัติ[แก้]

พลตำรวจโทวิฑูรย์เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 เป็นบุตรชายของนายเปลื้องและนางแช่ม ยะสวัสดิ์จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเทคนิคทหารบกเหล่าช่างเมื่อปี พ.ศ. 2490 และ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สมรสกับ ม.ร.ว. จิตราภา ยะสวัสดิ์ (นวรัตน์) มีบุตรชาย 1 คนคือ นายสุรเดช ยะสวัสดิ์

รับราชการ[แก้]

พลตำรวจเอกวิฑูรย์เริ่มรับราชการใน กองทัพบก จนได้เป็นผู้บังคับการกองผสมที่ 333 ที่ทำการรบแบบไม่เปิดเผยจนพลตำรวจเอกวิฑูรย์ได้รับฉายาว่า หัวหน้าเทพ หรือ เทพ 333 เนื่องจากท่านมีชื่อเล่นว่า เทพ หลังจากนั้นท่านได้เลื่อนตำแหน่งจนสูงขึ้นตามลำดับ

ต่อมาหลังจากเหตุการณ์ วันมหาวิปโยค พลตำรวจเอกวิฑูรย์ขณะมียศเป็น พลตรี ได้ถูกโอนย้ายมารับราชการใน กรมตำรวจ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในสมัยที่ พลตำรวจเอกประจวบ สุนทรางกูร เป็น อธิบดีกรมตำรวจ และได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจโท เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2516 [1] ตลอดสมัยที่ท่านเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจท่านได้พัฒนากรมตำรวจจนเจริญรุดหน้าแต่ท่านและพลตำรวจเอกประจวบก็ได้ถูกโอนย้ายกลับไปรับราชการที่กองทัพบกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 [2] โดยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากองทัพบกพร้อมกับได้รับพระราชทานยศ พลโท เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 [3] ต่อมาในวันที่ 1 ตุลาคม ปีเดียวกันพลโทวิฑูรย์ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพลแทนพลโท เฉลิม สุทธิรักษ์ที่ย้ายไปรับตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายส่งกำลังบำรุง [4]

ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 พลโทวิฑูรย์ได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบกแทน พลโทสิทธิ จิรโรจน์ ที่ขยับขึ้นไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกรับพระราชทานยศ พลเอก [5] แต่ดำรงตำแหน่งได้เพียง 10 วันก็ถูกโยกให้มาประจำ กองบัญชาการทหารสูงสุด ตามคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ 10/2519 ลงวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2519 [6] จากนั้นคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับต่อมาคือฉบับที่ 11/2519 ลงวันเดียวกันได้สั่งให้พลโทวิฑูรย์ย้ายไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาการศึกษา ( ชั้น 2 ) ประจำ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวแทนนายสนิธ พุกประยูรโดยให้ไปรับตำแหน่งใหม่ภายใน 48 ชั่วโมงและให้รับเงินเดือนจากตำแหน่งประจำกองบัญชาการทหารสูงสุดคงเดิม [7] ซึ่งท่านได้ดำรงตำแหน่งนี้จนเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ. 2528

ถึงแก่กรรม[แก้]

พลโทวิฑูรย์ถึงแก่กรรมด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ขณะมีอายุได้ 87 ปีโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ณ เมรุหลวงหน้า พลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 90 ตอน 141 ง พิเศษ หน้า 21 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจพ้นจากตำแหน่ง ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอน 35 ง พิเศษ หน้า 10 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518
  3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอน 70 ง หน้า 891 1 เมษายน พ.ศ. 2518
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอน 203 ง พิเศษ หน้า 2-16 30 กันยายน พ.ศ. 2518
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอน 115 ง หน้า 2634-2650 28 กันยายน พ.ศ. 2519
  6. คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ 10/2559 เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอน 131 ง พิเศษ หน้า 1 18 ตุลาคม พ.ศ. 2519
  7. คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ 11/2519 เรื่อง ให้ข้าราชการประจำกรม และแต่งตั้งข้าราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอน 131 ง พิเศษ หน้า 2 18 ตุลาคม พ.ศ. 2519