วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร
WatSriSuRiYa WongSaRam.JPG
ชื่อสามัญวัดศรีสุริยวงศ์
ที่ตั้ง365 ถ.อมรินทร์ ต.หน้าเมือง อ.เภอเมือง จ.ราชบุรี 70000
ประเภทพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
นิกายธรรมยุตินิกาย
พระประธานพระประธานปางมารวิชัย
ความพิเศษวัดประจำตระกูลบุนนาค
เวลาทำการทุกวัน 8.00-17.00
จุดสนใจสักการะพระประธานในพระอุโบสถ
กิจกรรม2 พ.ค. : งานบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาส
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียก วัดศรีสุริยวงศ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัด คณะสงฆ์ธรรมยุต ที่อยู่ ๓๖๕ ถนน อัมรินทร์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่เศษ

ประวัติและความเป็นมา[แก้]

วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร ที่ตั้งเดิมเป็นที่ดินรกร้างใกล้ชุมชนตลาด ซึ่งเป็นที่ดินของสมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและสมุหพระกลาโหมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ท่านมีดำริว่าจะสร้างวัดให้เป็นวัดประจำตระกูลบุนนาค ซึ่งเป็นเวลาหลังจากท่านได้สร้างพระราชวังบนเขาสัตตนารถ และควบคุมดูแลการก่อสร้างวัดสัตตนารถปริวัตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยสร้างวัดนี้ขึ้นด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของท่านเอง ลงมือก่อสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๑๗ และเมื่อสร้างวัด มีเสนาสนะ พระอุโบสถ พระเจดีย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้กราบบังคมทูลน้อมเกล้า ฯ ถวายวัดให้เป็นพระอารามหลวงและขอพระราชทานนามวัดและที่วิสุงคามสีมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดพระราชทานนามวัด ว่า"วัดศรีสุริยวงษาวาส" (ตามลายพระราชหัตถเลขา ร.ท จ.ศ. ๑๒๔๑) และมี พระบรมราชโองการพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒ (ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑ จ.ศ. ๑๒๔๖ พ.ศ. ๒๔๒๗ ชื่อวัดพระราชทานนามว่า "วัดศรีสุริยวงษาราม") ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระครูอุดมบัณฑิต (อ่อน) จากวัดพิชยญาติการาม มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และโปรดพระราชทานให้เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศารามมีฐานานุกรมช่วยงานในวัด

สมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

รัชกาลที่5 พระราชทานพระราชทรัพย์ในการก่อสร้าง[แก้]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเงินสมทบในการปฏิสังขรณ์วัดศรีสุริยวงศ์ จำนวน ๕๐ ชั่ง ในวันซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสมภพ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ดังปรากฏในลายพระราชหัตถเลขา ร.ที่ ว่า

ถึง เจ้าคุณสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงษ์

ด้วยเจ้าคุณสร้างวัดศรีสุริยวงษาราม ครั้งนี้เป็นการกุศลใหญ่และจะ

เป็นเกียรติยศปรากฏสืบไปภายน่า ฉันมีใจศัทธายินดี ครั้นจะช่วย

สร้างเจดีย์สฐาน ฤๅเสนาสนะอันใดให้เป็นของเฉพาะสิ่งอันซึ่งเป็น

ส่วนฉันมีอยู่ในวัดนั้น เจ้าคุณก็ได้ทำการเสียเสร็จแล้ว

จึงจัดเงิน ๕๐ ชั่ง มอบให้ลูกหญิงศรีวิไลยมาช่วยเจ้าคุณแล้วแต่จะ

เห็นควร ใช้ในการกุศลครั้งนี้ หฤๅจะไว้เป็นส่วนสำหรับปฏิสังขรณ์

และสร้างสมอันใดขึ้น ในวัดนี้ก็ตามแต่เจ้าคุณจะเห็นควร ขอให้เจ้า

คุณได้รับไว้ในส่วนการกุศลให้สมประสงค์ฉันด้วย

พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ณ วัน ๔ฯ๒ ค่ำ ปีเถาะ

เอกศก ศักราช ๑๒๔๑ เป็นวันที่ ๕๐๕๔ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

(พระบรมนามาภิไธย) สยามินทร์

ในขณะที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ทำการก่อสร้างวัดอยู่นั้น ท่านได้อนุญาตให้นายอากรซือ สร้างศาลเจ้าขึ้นหลังหนึ่ง ในบริเวณที่ดินของท่าน ซึ่งอยู่ติดกับวัดและศาลามณฑล ศาลเจ้านั้นคือ ศาลเจ้าพ่อกวนอู ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวราชบุรีมาก ตรงแท่นบูชาของศาลเจ้ามีป้ายชื่อของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งเป็นการแสดง ถึงความกตัญญูต่อผู้มีอุปการคุณ

วัดศรีสุริยวงศารามในอดีต[แก้]

วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ทรงคุณค่าเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติที่ควรอนุรักษ์ไว้ ด้วยผู้สถาปนาวัดนี้ ในช่วงนั้นเป็นช่วงระยะเวลาที่ไทยเริ่มเผชิญวิกฤตการณ์กับชาติตะวันตก ท่านเจ้าคุณได้ใช้ความปรีชาฉลาดปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ เพื่อปกป้องศาสนา ดุจหนามยอกต้องใช้หนามบ่ง ดังปรากฏเป็นสถาปัตยกรรมของวัดศรีสุริยวงศารามวรวิหารนี้ แม้เวลาจะผ่านเลยไป จนในยุคหลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ สภาพวัดศรีสุริยวงศารามก็ได้ทรุดโทรมลงอย่างหนัก เนื่องจากขาดพระภิกษุจำพรรษา จนเกือบจะมีสภาพเป็นวัดร้าง จนในที่สุดปี พ.ศ. ๒๔๙๑ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีพระบัญชาให้พระครูศรีธรรมานุศาสน์ (โสต สุมิตฺตเถร) เจ้าอาวาสวัดตรีญาติ อำเภเมือง จังหวัดราชบุรี ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม เมื่อท่านได้มาจำพรรษาอยู่ ณ พระอารามแห่งนี้ ก็ได้เร่งมือปฏิสังขรณ์วัดที่ปรักหักพังจากภัยสงคราม และพัฒนาเรื่อยมา และท่านก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่ พระศรีธรรมานุศาสน์ และมรณภาพในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ซึ่งทางวัดได้กำหนดเอาวันคล้ายวันมรณภาพของท่านเป็นวันบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่อดีตเจ้าอาวาส วัดศรีสุริยวงศารามทุกรูป ซึ่งในปัจจุบันนี้มี พระเทพสุเมธี (ไสว วฑฺฒโณ) เป็นเจ้าอาวาส และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี (ธรรมยุต)

ความสำคัญของวัด[แก้]

วัดศรีสุริยวงศาราม เป็นวัดที่มีความสำคัญของเมืองราชบุรี และของประเทศไทย เนื่องจาก

๑. ในฐานะมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาแน่ชัด สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ของเมืองราชบุรีที่มีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญของชาติได้เป็นอย่างดี

๒. ศิลปกรรมที่ปรากฏเป็นหลักฐานสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะอิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตก อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่างประเทศที่แพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศไทย ในสมัยรัชการที่ ๕ คือนิยมแบบไทยประยุกต์กับตะวันตก

๓. เป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน การคมนาคมสะดวก มีประชาชนไปบำเพ็ญบุญกุศลและใช้ประโยชน์ในพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดมา

๔. เป็นวัดประจำตระกูลบุนนาค และประจำตัวสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) รัฐบุรุษคนสำคัญของไทยในสมัยนั้น

ถาวรวัตถุศาสนวัตถุที่สำคัญ[แก้]

เมื่อสมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นที่ทราบดีแล้วว่าท่านได้เริ่มสร้างวัดนี้เมื่อประมาณ ปี ๒๔๑๗ นั้น ท่านได้สร้างถาวรวัตถุไว้เป็นสมบัติของวัดสืบต่อมาจนบัดนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่าเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติที่ควรจะอนุรักษ์ไว้ ดังต่อไปนี้

๑. พระอุโบสถ สมเด็จเจ้าพระยาฯ สร้างขึ้นราวปี ๒๔๒๐ -๒๔๒๒ ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบทรงไทยประยุกต์กับศิลปะตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในสมัยนั้น มีลักษณะทรงเตี้ย กว้าง ๑๑.๐๐ เมตร ยาว ๑๘.๐๐ เมตร ฐานสูง ๓๐ เมตร ผนังก่ออิฐฉาบปูนเขียนลายเลียนแบบหินอ่อน มีเสาพาไลกลมแบบเสาโรมัน ปลายเสารับพาไลทำเป็นผนังโค้งติดกัน เดิมพื้นเป็นกระเบื้องโมเสก ปัจจุบันใช้เป็นหินอ่อน หลังคาเป็นกระเบื้องดินเผา ไม่มีช่อฝ้าใบระกา ในพระอุโบสถมีพระบรมศาทิศลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และรูปวาดของสมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงผู้ที่มีอุปการคุณต่อวัด

๒. พระประธาน เป็นพระพุทธรูปสัมริด ลงรักปิดทอง พุทธลักษณะ ศิลปะรัตนโกสินทร์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๑.๑๕ เมตร สูงจากฐานถึงเกศ ๑.๗๕ เมตร

๓ พระเจดีย์ ตั้งอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงกลมระฆังคว่ำ ตั้งบนฐานสูง ๘ เหลี่ยมมีเสาพาไลกลมแบบเสาโรมัน ปลายเสารับพาไลทำเป็นผนังโค้งติดกัน มีระเบียงรอบ มีบันไดก่ออิฐขึ้นสู่ระเบียง พื้นระเบียงเดิมเป็นไม้ ปัจจุบันเป็นพื้นปูน องค์พระเจดีย์ก่อด้วยอิฐฉาบปูน ฐานกว้าง ๑๖.๐๐ เมตร สูง ๙.๔๐ เมตร เชื่อกันว่าสร้างไว้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

๔. กุฏิเจ้าอาวาส อยู่ทางทิศใต้ของพระอุโบสถกว้าง ๙.๑๐ เมตร ยาว ๑๖.๐๐ เมตร มีมุขหน้าออก ๓.๑๐ เมตร เป็นกุฏิก่ออิฐฉาบปูน ๒ ชั้น พื้นปูด้วยไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องดินเผา

๕. กุฏิญี่ปุ่น มี ๒ หลัง กว้าง ๗ เมตร ยาว ๙ เมตร สร้างลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายพระอุโบสถ มี ๒ ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐฉาบปูน ชั้นบนเป็นเสาร์ไม้ ผนังก่ออิฐฉาบปูน หลังคามุงกระเบื้องดินเผา

๖. ซุ้มประตู สร้างขึ้นโดยท่านเจ้าคุณ พระศรีธรรมานุศาสน์ (สุมิตฺตเถร) ออกแบบโดย พระมหาอัมพร อมฺพโร วัดราชบพิธ แทนซุ้มประตูทที่รื้อถอนไปเพื่อขยายอาณาเขตวัดให้กว้างขวาง โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกับพระอุโบสถ มีตุ๊กตาโรมัน ก่ออิฐฉาบปูน เสากลม สร้างปี พ.ศ. ๒๔๙๘

อ้างอิง[แก้]

  • http://www.bunnag.in.th/main.php
  • พระครูวินัยธรศุภกิจ พลญาโณ ที่ระลึกงานกฐินพระราชทาน ปี 2552