วัดศรีรัตนาราม (จังหวัดนนทบุรี)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดศรีรัตนาราม (จังหวัดนนทบุรี)
ชื่อสามัญวัดศรีรัตนาราม, วัดบางพัง
ที่ตั้งเลขที่ 39 หมู่ที่ 2 ซอยสุขาประชาสรรค์ 2 ซอย 47 ถนนสุขาประชาสรรค์ 2 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายมหานิกาย
เจ้าอาวาสพระอธิการอินทร์ อกตมโล
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

วัดศรีรัตนาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในหมู่ที่ 2 บ้านบางพัง ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ริมฝั่งแม่น้ำมีปลาน้ำจืดจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า วังมัจฉา

วัดศรีรัตนารามสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2305 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ไม่ทราบนามของผู้สร้าง ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อวัดว่า วัดบางพัง ตามชื่อท้องที่ตั้งวัด คือ บ้านบางพังซึ่งมักถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังตลอดเวลา ต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดศรีรัตนาราม" วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2307

อาคารเสนาสนะได้แก่ อุโบสถ ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2510 ภายในอุโบสถมีภาพเขียนเรื่องอดีตพระพุทธเจ้าตามความเชื่อมอญ พระมาลัย และพระพุทธปฏิมากร และกุฏิสงฆ์ เป็นอาคารไม้และอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ส่วนปูชนียวัตถุมีพระประธานประจำอุโบสถ พร้อมด้วยพระปางต่าง ๆ อีก 7 องค์ ในวิหารมี 6 องค์ เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง 1 องค์ สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย อยู่ที่ด้านหน้าพระอุโบสถ[1] ประชาชนมักมาสักการะรูปปั้นหลวงพ่อแฉ่ง สีลปัญโญ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านสร้างวัตถุมงคลทั้งพระเนื้อผงพิมพ์ทรงสัตว์ต่าง ๆ หลายประเภททั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์สามเหรียญ เนื้อผง พระรอด ตะกรุด ผ้ายันต์ธง ทรายเสก พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พระประจำวัน นางกวัก พระพุทธกวักสามเหลี่ยม และพระสีวลีชนิดบูชาและคล้องคอ[2]

ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดศรีรัตนาราม มีเรือสำเภาก่ออิฐถือปูนยาวประมาณ 7 เมตร สร้างตามคติความเชื่อชาวมอญ ภายในเรือมีเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งหมายถึง พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์[3]

รายนามเจ้าอาวาส[แก้]

  • พระอธิการเจริญ
  • หลวงพ่อแฉ่ง สีลปัญโญ
  • พระอธิการประมวล ปวัฑฒโน
  • พระอธิการอินทร์ อกตมโล

อ้างอิง[แก้]

  1. "วัดศรีรัตนาราม". ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม.
  2. "หลวงพ่อแฉ่ง สีลปัญโญวัดบางพัง จ.นนทบุรี". ข่าวสด.
  3. "เส้นทางแห่งศรัทธา สัมผัสเสน่ห์มนต์รามัญ". p. 74–77.