วัดชลธาราสิงเห

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย) หมู่ 3 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เริ่มสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

วัดชลธาราสิงเหตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

ประวัติ[แก้]

วัดชลธาราสิงเหนั้นมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์พรมแดนไทย-มาเลเซีย เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สยามใช้เป็นเหตุผลอ้างอิงในการปักปันเขตแดนในปี 2452 ในอดีตเมื่อมลายูตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ อังกฤษพยายามที่จะผนวกจังหวัดนราธิวาสให้เจ้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคม ด้วยกุศโลบายอันแยบยล สยามนั้นได้ใช้ข้ออ้างว่าวัดชลธาราสิงเห เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอตากใบ มีอาคารสถานที่และถาวรวัตถุเป็นแบบไทย ที่สร้างมาอย่างวิจิตรพิสดารทรงคุณค่าในเชิงศิลป์ ยากยิ่งที่คนต่างชาติจะสร้างสรรค์ได้ ประกอบกับท้องที่อำเภอตากใบมีวัด และคนไทยพุทธอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สุดท้ายอังกฤษจึงได้ยอมรับให้เป็นจังหวัดนราธิวาสในประเทศไทยไป มีผลให้ 4 อำเภอชายแดนไทยไม่ต้องผนวกเป็นประเทศมาเลเซีย

อาคารต่างๆในวัดชลธาราสิงเห[แก้]

พระอุโบสถ[แก้]

เป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ หลังคาซ้อน 3 ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบัน ประดับลวดลายปูนปั้น เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเขียนโดยพระภิกษุชาวสงขลา เป็นลายเทพชุมนุม พุทธประวัติ และวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวบ้าน

องค์พระเจดีย์[แก้]

เป็นฐานสี่เหลี่ยม ล้อมด้วยกำแพงแก้วและสถูปทรงระฆังคว่ำ

หอพระนารายณ์[แก้]

เป็นฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐ หลังซ้อน 4 ชั้น มุงกระเบื้อง มุมหลังคาแต่ละชั้นประดับด้วยหัวนาค หลังคาชั้นที่ 4 เป็นฐานรองยอดหล่อด้วยซีเมนต์ เป็นรูปมงกุฎ

กุฏิ[แก้]

ก่อสร้างเป็นทรงไทยแบบพื้นเมือง หลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยปูนปั้นและไม้ฉลุ ฝาผนังเป็นภาพจิตรกรรม

ศาลา[แก้]

ลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะภาคใต้และจีน ตกแต่งด้วยใบระกา หางหงส์ ปูนปั้น

วิหารเก่าด้านหลัง[แก้]

มีปูนปั้นรูปพระนารายณ์ 4 กร และเครื่องใช้ภาชนะสมัยราชวงศ์ซ้องของประเทศจีน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 6°15′43″N 102°03′00″E / 6.262°N 102.05°E / 6.262; 102.05