รายาผิวขาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รายาผิวขาว (White Rajahs) เป็นราชวงศ์ที่ก่อตั้งและปกครองราชอาณาจักรซาราวะก์ที่อยู่บนเกาะบอร์เนียวตั้งแต่ พ.ศ. 2384 – 2459 ผู้ปกครองคนแรกเป็นชาวอังกฤษชื่อเจมส์ บรูก ผู้รวบรวมดินแดนขแงซาราวะก์ใน พ.ศ. 2384 และได้เป็นราชอาณาจักรอิสระต่างหากจากรัฐสุลต่านบรูไน ในฐานะรางวัลที่ช่วยปราบโจรสลัดและระงับความวุ่นวายต่าง ๆ รายาผิวขาวได้ปกครองต่อมาจนถึงรุ่นหลานของบรูก ก่อนจะถูกรวมเข้ากับอาณานิคมของอังกฤษในพ.ศ. 2489

ผู้ปกครอง[แก้]

ซาราวะก์เดิมเป็นส่วนหนึ่งของบรูไนจนถึง พ.ศ. 2384 เมื่อเจมส์ บรูกซึ่งต่อมาได้เป็นรายาผิวขาวคนแรกได้รับดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของบรูไน ได้แก่บริเวณโดยรอบเมืองซาราวะก์ (ปัจจุบันคือกูชิง) และบริเวณโดยรอบเหมืองเบา จากสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดินที่ 2 ราชอาณาจักรซาราวะก์ได้ขยายดินแดนเพิ่มขึ้นระหว่างการปกครองของรายาสององค์แรก จนสามารถครอบครองดินแดนทางเหนือของเกาะบอร์เนียวได้เป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่ที่ได้มานั้น มักผนวกมาจากดินแดนของบรูไน

รายาผิวขาว ได้แก่:

ชื่อ ภาพ เกิด ตาย แต่งงาน ผู้สืบทอด หมายเหตุ
เจมส์ บรูก
(พ.ศ. 2384 - 2411)
HH James Brooke, Rajah of Sarawak 29 เมษายน พ.ศ. 2346 ที่ อินเดีย 11 มิถุนายน พ.ศ. 2411 ที่อังกฤษ ไม่ได้แต่งงานแต่มีบุตรชายนอกสมรส ได้รับดินแดนซาราวะก์จากสุลต่านแห่งบรูไน
จอห์น บรูก
(พ.ศ. 2402 - 2406)
John Brooke ,Rajah Mudah of Sarawak.jpg พ.ศ. 2366 ที่ อังกฤษ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2411 ที่ อังกฤษ แอนน์ แกรนต์, มีบุตรคือ: เบซิล, จอห์น เอเวอลีน โฮป
จูเลีย เวลสตีด, มีบุตรคือ: มาทิลส์ อักเนส
เจมส์ผู้เป็นลุงให้เขาเป็นผู้สืบทอดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2391 และตั้งให้เขาเป็นรายามูดาเมื่อ พ.ศ. 2402 แต่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุการณ์ที่เขาเรียกว่ากบฏ
ชาลส์ บรูก
(พ.ศ. 2411 - 2460)
HH Charles Brooke, Rajah of Sarawak 3 มิถุนายน พ.ศ. 2372 ที่ อังกฤษ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2460 ที่ อังกฤษ ดายังมัสติยะห์, มีบุตรชายนอกสมรส 1 คน
มาร์กาเรต อลิซ ลิลี เดอ วินต์, มีบุตร 6 คน
เจมส์ที่เป็นลุงของเขามอบตำแหน่งให้เมื่อ พ.ศ. 2408
ไวเนอร์ บรูก
(พ.ศ. 2460 - 2489)
HH Charles Vyner Brooke, Rajah of Sarawak 26 กันยายน พ.ศ. 2417 ที่ อังกฤษ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 ที่ อังกฤษ ซิลเวีย เบรต, มีลูกสาวสามคน บุตรชายของคนก่อนหน้า สละตำแหน่ง
เบอร์ทรัม วิลเลส เดย์เรล บรูก
(พ.ศ.2460 - 2489)
HH Bertram Brooke, Tuan Muda of Sarawak 8 สิงหาคม พ.ศ. 2419 ที่ ซาราวะก์ 15 กันยายน พ.ศ. 2508 ที่ อังกฤษ กลาดีส์ พัลเมอร์, มีลูกสาวสามคน ลูกชายหนึ่งคน น้องชายของคนก่อนหน้า
อันโทนี บรูก
(พ.ศ.2489–2494)
HH Anthony Brooke, Rajah Muda of Sarawak 10 ธันวาคม พ.ศ. 2455 ที่ อังกฤษ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554 ที่นิวซีแลนด์ คัทลีน ฮัดเดน, มีลูกสาวสองคน ลูกชายหนึ่งคน บุตรชายของคนก่อนหน้า

รายาผิวขาวทุกพระองค์ได้รับการศึกษาแบบอังกฤษ และศพถูกฝังที่นี่นั่นที่โบสถ์ชีพสเตอร์ รายาผิวขาวมีนโยบายการปกครองที่ปกป้องชาวพื้นเมืองจากการปกครองแบบรวมศูนย์และการพัฒนาในระดับที่พบในจักรวรรดิอังกฤษอื่นๆ อำนาจสมบูรณ์ของรายาสิ้นสุดลงเมื่อ พ.ศ. 2484 เนื่องจากการรุกรานของญี่ปุ่น

ตำแหน่ง[แก้]

ตำแหน่งของทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง (เทียบสยามมกุฎราชกุมารของไทย) เรียกว่า "รายามูดา" ส่วนภรรยาของรายามูดาเรียกว่า "รานีมูดา"

รัฐบาล[แก้]

เมื่อเจมส์ บรูกมาถึงซาราวะก์ครั้งแรก ดินแดนนี้เป็นรัฐบรรณาการของบรูไนและรูปแบบการปกครองเป็นไปตามแบบของบรูไน เจมส์ได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองใหม่ จัดการบริการแบบยุโรป จัดชาวยุโรปมาเป็นข้าราชการ รายาเจมส์ใช้เครื่องแต่งกายและสัญลักษณ์ตามแบบราชวงศ์มลายู และรวมเข้ากับการปกครองแบบเบ็ดเสร็จของเขาเอง รายามีอำนาจในการออกกฎหมายและตัดสินคดีในศาล

รายายังได้ป้องกันชาวพื้นเมืองจากการสำรวจและการลงทุนของชาติตะวันตก และจัดตั้งบริษัทบอร์เนียวเพื่อจัดการเรื่องเศรษฐกิจ ศูนย์กลางเศรษฐกิจซาราวะก์คือทอง โดยใช้กรรมกรจากจีน หลังการลุกฮือของชาวจีนใน พ.ศ. 2400 การบริหารเหมืองแร่ถูกโอนมาเป็นของบรษัทบอร์เนียว ชาวจีนกลุ่มสุดท้ายถูกขับออกไปใน พ.ศ. 2427 บริษัทบอร์เนียวยังให้ความคุ้มครองทางทหารแก่รายาผิวขาวในเหตุการณ์เช่นการลุกฮือของชาวจีน ในสมัยรายาชาร์ล ได้จัดตั้งหน่วยการทหาร เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบและเป็นการ์ดส่วนตัวของรายา

การถ่ายโอนไปสู่การปกครองของอังกฤษ[แก้]

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไวเนอร์ บรูก ได้โอนซาราวะก์ให้สำนักงานอาณานิคมแลกกับเงินบำนาญสำหรับเขาและลูกสาวสามคน หลานของเขาคืออันโทนี บรูก และชนพื้นเมืองในสภาเนกรีต่างไม่เห็นด้วยในตอนแรกที่จะยกซาราวะก์ให้อังกฤษ อันโทนี บรูกถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ดันแคน สจวต ผู้ปกครองซาราวะก์ชาวอังกฤษคนที่สองถูกลอบสังหารโดยกลุ่มที่ต้องการไปรวมกับอินโดนีเซีย เอกสารที่พบใหม่ระบุว่ารัฐบาลอังกฤษรู้ว่าอันโทนี บรูกไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เลือกที่จะทำเฉย หลังจากนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวที่จะฟื้นฟูราชวงศ์ในซาราวะก์อีก