ฮวา มู่หลาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มู่หลาน)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ มู่หลาน (แก้ความกำกวม)
ฮวา มู่หลาน
畫麗珠萃秀 Gathering Gems of Beauty (梁木蘭) 2.jpg
ภาพเขียนสมัยราชวงศ์ชิง
จีนตัวเต็ม 花木蘭
จีนตัวย่อ 花木兰
พินอิน Huā Mùlán

ฮวา มู่หลาน (จีน: 花木蘭; พินอิน: Huā Mùlán; เวด-ไจลส์: Hwa1 Mu4-lan2; ยฺหวืดพิง: Faa1 Muk6 laan4) เป็นบุคคลชาวจีนโบราณซึ่งไม่มีตัวตนอยู่จริง ปรากฏครั้งแรกในร้อยกรองชื่อ มู่หลานฉือ (木蘭辭; "ลำนำมู่หลาน") ที่บรรยายว่า นางไปรับราชการทหารแทนบิดาผู้สูงวัย ออกรบสิบสองปีจนมีความดีความชอบ แต่ไม่รับรางวัลใด ๆ ขอกลับคืนมาอยู่บ้านดังเดิมก็พอแล้ว

เรื่องมู่หลานนั้นได้รับการดัดแปลงเป็นสื่อบันเทิงสมัยใหม่หลายรูปแบบ ทั้งภาพยนตร์แอนิเมชัน ภาพยนตร์คนแสดง และละครโทรทัศน์

เอกสาร[แก้]

ร้อยกรอง มู่หลานฉือ นั้นปรากฏครั้งแรกในเอกสารที่เรียกว่า กู่จินเยฺว่ลู่ (古今樂錄; "บันทึกบทเพลงเก่าใหม่") ซึ่งจัดทำขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ราวร้อยปีก่อนตั้งราชวงศ์ถัง ปัจจุบัน เนื้อความดั้งเดิมของร้อยกรองนั้นสูญหายไปสิ้นแล้ว ส่วนเนื้อความที่มีอยู่นั้นเอามาจากที่บันทึกไว้ในเอกสารอีกชุด เรียกว่า เยฺว่ฝู่ชือ (樂府詩; "ประชุมร้อยกรองสำนักสังคีต") ซึ่งกัว เม่าเชี่ยน (郭茂倩) จัดทำขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 หรือ 12 เพื่อรวบรวมเนื้อเพลงและโคลงกลอนเอาไว้ โดยระบุว่า เอาเนื้อความมาจาก กู่จินเยฺว่ลู่

มู่หลานฉือ เป็นร้อยกรอง แต่ละวรรคจึงมีพยางค์เท่ากันตามฉันทลักษณ์ จากเนื้อความที่มีอยู่เห็นได้ว่า แต่ละบทมีห้าวรรค แต่บางบทอาจเพิ่มเป็นเจ็ดหรือเก้าวรรค และลำนำมีคำคล้องจองทั้งสิ้นสามสิบเอ็ดคู่

มู่หลานฉือ ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไร จนกระทั่งสมัยราชวงศ์หมิง สฺวี เว่ย์ (徐渭) เอาไปแต่งเป็นบทงิ้วชื่อ ฉือมู่หลาน (雌木蘭; "แม่สาวมู่หลาน") หรือชื่อเต็มว่า ฉือมู่หลานที่ฟู่ฉงจฺวิน (雌木蘭替父從軍; "แม่สาวมู่หลานเข้าเป็นทหารแทนบิดา") มีเนื้อหาสององก์[1][2] ทำให้เรื่องราวของมู่หลานมีชื่อเสียงขึ้นมา ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง ฉู่ เหรินโฮ่ว (褚人獲) เอาไปแต่งเป็นส่วนหนึ่งของนิยายเรื่อง สุยถัง (隋唐)[3][4] มู่หลานจึงกลายเป็นตำนานเล่าขานในหมู่ชาวจีนทำนองเดียวกับตำนานเรื่อง เหลียงชานปั๋ว-ยฺหวี่จู้อิงไถ (梁山伯與祝英台; "เหลียง ชานปั๋ว กับจู้ อิงไถ")

ชื่อ[แก้]

คำว่า "มู่หลาน" (木蘭) แปลตรงตัวว่า "กล้วยไม้ป่า" (wild orchid) และสามารถหมายถึง ดอกแมกโนเลีย

ชื่อสกุลของมู่หลานนั้นปรากฏต่างกัน เอกสาร หมิงฉื่อ (明史; "พงศาวดารหมิง") ว่า มู่หลานแซ่ "จู" (朱) แปลว่า ชาด ส่วนบทงิ้ว ฉือมู่หลาน ว่า แซ่ "ฮวา" (花) ที่แปลว่า "ดอกไม้" และ ชิงฉือเก่า (清史稿; "ร่างพงศาวดารชิง") รับเอาแซ่ "ฮวา" นี้ไปบันทึกไว้[1] ในสมัยหลังมักถือกันว่า มู่หลานแซ่ "ฮวา" เพราะความหมาย "ดอกไม้" สอดคล้องกับชื่อตัวที่แปลว่า "กล้วยไม้ป่า" และมีสุนทรียรสทางโคลงกลอนมากกว่า

เรื่องราว[แก้]

มู่หลานฉือ[แก้]

มู่หลานฉือ ระบุว่า แต่ละสกุลต้องส่งบุรุษหนึ่งคนไปเป็นทหาร มู่หลานวิตกมาก เพราะชายในครอบครัวมีเพียงบิดาผู้ชรา และน้องชายซึ่งยังเล็กนัก มู่หลานจึงตัดสินใจไปเป็นทหารแทนบิดา มู่หลานแต่งกายเป็นชาย โดยที่เพื่อนร่วมทัพไม่รู้ระแคะระคายแม้แต่น้อย หลังจากรบทัพจับศึกได้สิบสองปี กองทัพก็กลับคืนสู่พระนคร มีการปูนบำเหน็จ มู่หลานมีความชอบมาก จะได้เป็นขุนน้ำขุนนาง แต่นางบอกปัดตำแหน่งลาภยศใด ๆ ขอเพียงม้าเร็วให้ขึ้นขี่กลับไปบ้านได้ทันใจก็พอ

เมื่อกลับถึงบ้าน ครอบครัวและชาวบ้านใกล้เรือนเคียงพากันมายินดี มู่หลานเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นหญิงออกมาเชิญเพื่อนทหารให้เข้าบ้าน คนเหล่านั้นจึงตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

สุยถัง[แก้]

ส่วน สุยถัง ว่า ฮวา มู่หลาน และครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย ฮวา หู (花弧) บิดาผู้สูงวัย, มารดาแซ่ ยฺเหวียน (袁), น้องสาวหนึ่งคนชื่อ ฮวา โย่วหลาน (花又蘭), กับน้องชายวัยทารกอีกหนึ่งคน เป็นชาวเมืองข่านเติร์กตะวันตก (Western Turkic Khaganate) ซึ่งมีเหอซัวน่าข่าน (曷娑那可汗; Heshana Khan) ปกครอง ต่อมา เมืองข่านเข้าช่วยราชวงศ์ถังทำสงคราม ราชวงศ์ถังนั้นเพิ่งตั้งขึ้นและหมายจะปกครองเมืองจีนทั้งแว่นแคว้น ฮวา หู ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร มู่หลานจึงแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นบุรุษแล้วไปรับราชการแทนบิดา กองทัพกบฏของโต้ว เจี้ยนเต๋อ (竇建德) จับมู่หลานได้ เซี่ยนเหนียง (線娘) ธิดาของโต้ว เจี้ยนเต๋อ นำมู่หลานไปสอบสวน และพยายามให้มู่หลานเข้าเป็นพวก แต่เมื่อทราบว่า มู่หลานเป็นสตรี เซี่ยนเหนียงก็ประทับใจในความเสียสละของมู่หลานเป็นอันมาก หญิงทั้งสองจึงสาบานเป็นพี่น้องกัน มู่หลานก็นับถือโต้ว เจี้ยนเต๋อ เป็นบิดา และเข้าร่วมทัพกบฏ[4][5]

ภายหลัง ฝ่ายกบฏแพ้สงครามและจะต้องถูกประหาร มู่หลานกับเซี่ยนเหนียงจึงมอบตัวต่อกองทัพราชวงศ์ถังและขอตายแทนคนทั้งหลาย หลี่ ยฺเหวียน (李淵) กษัตริย์ถัง ซึ้งพระทัยในความกตัญญูของสตรีทั้งสอง จึงอภัยโทษให้คนทั้งปวง ชายาของหลี่ ยฺเหวียน ซึ่งเป็นมารดาของหลี่ ชื่อหมิน (李世民) ประทานเงินรางวัลให้มู่หลาน และประทานสมรสให้เซี่ยนเหนียงกับลัว เฉิง (罗成) แม่ทัพราชวงศ์ถังที่รักใคร่ชอบพอกันอยู่[6]

มู่หลานรับเงินแล้วก็เดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอน หวังใจว่า จะพากันย้ายรกรากไปเมืองเล่อโช่ว (樂壽) ซึ่งเคยเป็นที่มั่นกบฏ ปัจจุบัน คือ นครชางโจว (沧州) แห่งเทศมณฑลเซี่ยน (獻縣) ในมณฑลเหอเป่ย์ (河北省) แต่เมื่อถึงบ้าน มู่หลานพบว่า บิดาสิ้นชีพนานแล้ว ส่วนมารดาก็มีสามีใหม่แซ่เว่ย์ (魏) นอกจากนี้ ข่านยังเรียกนางไปเป็นสนม มู่หลานจึงฆ่าตัวตาย ก่อนตายได้สั่งให้โย่วหลาน น้องสาว เอาจดหมายไปให้เซี่ยนเหนียงที่เมืองจีน โย่วหลานจึงแต่งกายเป็นชายแล้วเดินทางไปพบลัว เฉิง สามีของเซี่ยนเหนียง แต่คนทั้งหลายจับได้ว่า แท้จริงแล้วชายหนุ่มที่มาส่งจดหมายนั้นเป็นหญิง ก็หัวเราะลั่น[7]

เนื้อเรื่องว่า บิดาของมู่หลานเป็นชาวเติร์ก ส่วนมารดาเป็นจีน[8] จึงมีผู้อธิบายว่า ที่มู่หลานฆ่าตัวตายนั้น เพราะแม้ไม่ใช่จีนเต็มร้อย แต่ไม่ก็ประสงค์จะอยู่ในเงื้อมมือเจ้าแคว้นแดนอื่น[9]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. 1.0 1.1 Kwa & Idema 2010, p. xvii
  2. Huang, Martin W. (2006), Negotiating Masculinities in Late Imperial China, University of Hawaii Press, pp. 67–8, ISBN 0824828968
  3. Kwa & Idema 2010, pp. xx-xxi, 119–120
  4. 4.0 4.1 Huang 2006, pp. 120,124–5
  5. Ren-Huo Chu. Suei Tang Yan Yi ที่ โครงการกูเทนแบร์ก , Ch. 56 (第五十六回)
  6. Ren-Huo Chu. Suei Tang Yan Yi ที่ โครงการกูเทนแบร์ก , Ch. 59 (第五十九回)
  7. Ren-Huo Chu. Suei Tang Yan Yi ที่ โครงการกูเทนแบร์ก , Ch. 60 (第六十回)
  8. Ch. 56, "其父名弧,字乘之,拓拔魏河北人,为千夫长。续娶一妻袁氏,中原人。"
  9. Huang 2006, p. 120

บรรณานุกรม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]