มาทิลดาแห่งอังกฤษ ดัชเชสแห่งซัคเซิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

มาทิลดาแห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Matilda of England, เยอรมัน: Mathilde von England) หรือ มอด เป็นพระธิดาคนโตของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษกับพระราชินีเอเลนอร์แห่งอากีแตน ผ่านทางการแต่งงานเข้าตระกูลเวล์ฟ กับดยุคไฮน์ริชสิงห์ ทรงเป็นดัชเชสคู่สมรสแห่งแซกโซนีและบาวาเรีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1168 จนถึงการถูกปลดออกจากตำแหน่งของสามีในปี ค.ศ. 1180

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

มาทิลดาแห่งอังกฤษประสูติเมื่อ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1156 ที่ปราสาทวินด์เซอร์ ทรงถูกตั้งชื่อตามพระอัยกี จักรพรรดินีมาทิลดา เลดี้ของชาวอังกฤษ พระองค์เป็นพระธิดาคนโตและเป็นคนที่สามในพระโอรสธิดาแปดคนของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษกับเอเลนอร์แห่งอากีแตน ผ่านทางบุตรชายคนสุดท้องของพระองค์ วิลเฮล์มแห่งวินเชสเตอร์ พระองค์เป็นบรรพบุรุษของตระกูลฮันโนเวอร์ที่ขึ้นครองบัลลังก์อังกฤษในปี ค.ศ. 1714

มาทิลดาได้รับการทำพิธีศีลล้างบาปโดยธีโอบาลด์ อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์บรีในโบสถ์แห่งตรีเอกานุภาพในอัล์ดเกต ลอนดอน ทรงถูกเลี้ยงดูทั้งในอังกฤษและนอร์มองดี

การแต่งงาน[แก้]

การราชาภิเษกของไฮน์ริชสิงห์กับมาทิลดา จากบทสวดของไฮน์ริชสิงห์ (ปี ค.ศ. 1188)

ในปี ค.ศ. 1165 เรโนลด์ แดสเซล อาร์ชบิชอปแห่งโคโลญมาที่รูออง นอร์มองดี พร้อมกับข้อเสนอขอเจรจาเรื่องการแต่งงานกับพระเจ้าเฮนรีที่ 2 หนึ่งคือระหว่างพระธิดาคนที่สอง เอเลนอร์ กับพระโอรสของฟรีดริชที่ 1 บาร์บารอสซา จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ กับอีกหนึ่งคือระหว่างพระธิดาคนโต มาทิลดา กับไฮน์ริชสิงห์ ดยุคแห่งแซกโซนีและบาวาเรีย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของฟรีดริช แผนแต่งงานของเอเลนอร์ไม่สำเร็จ ทว่าพระเชษฐภคินีของพระองค์ มาทิลดา ได้แต่งงานกับไฮน์ริชสิงห์

ไฮน์ริชสิงห์ ดยุคแห่งแซกโซนีและบาวาเรียเป็นหนึ่งในเจ้าชายที่ทรงอำนาจที่สุดในเวลานั้น หนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของลูกพี่ลูกน้องของตน ฟรีดริชที่ 1 บาร์บารอสซา จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นผู้ก่อตั้งนครของเยอรมนีหลายแห่งรวมถึงมิวนิกกับบรุนสวิกที่เป็นเมืองหลวงของตน เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1129 จึงแก่กว่ามาทิลดา 27 ปี เป็นสมาชิกของตระกูลเวล์ฟที่ประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ของเยอรมนีและบริเตนหลายพระองค์ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 11 ถึง 20 การแต่งงานครั้งแรกของไฮน์ริชกับเคลเมนเทีบแห่งซีริงเกินถูกประกาศเป็นโมฆะด้วยเหตุผลทางการเมือง

ในปลายเดือนกันยายนของปี ค.ศ. 1167 มาทิลดาเดินทางออกจากอังกฤษไปพร้อมกับพระมารดา เอเลนอร์แห่งอากีแตน สู่นอร์มองดีด้วยเรือสามลำที่บรรทุกคณะผู้ติดตามกลุ่มใหญ่, เครื่องแต่งกายเจ้าสาว และสินสอดก้อนโตรวม 4500 ปอนด์ มีค่าเกือบๆ หนึ่งในสี่ของรายได้ต่อปีของอังกฤษ จากนอร์มองดี มาทิลดาเดินทางพร้อมกับทูตของว่าที่สามีไปเยอรมนี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1168 ที่มหาวิหารมินเดิน มาทิลดาวัย 11 พรรษาแต่งงานกับไฮน์ริชวัย 38 ปี แม้อายุจะต่างกัน แต่การแต่งงานเป็การแต่งงานที่มีความสุขและนำไปสู่การขยายตัวทางการค้าระหว่างอังกฤษกับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

การสำเร็จราชการแผ่นดินและการถูกขับไล่ออกจากประเทศ[แก้]

ในปี ค.ศ. 1172 ไฮน์ริชจาริกแสวงบุญไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มาทิลดาทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในช่วงที่เขาไม่อยู่ มาทิลดาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเหนียวแน่นในการยกย่องโธมัส เบคเกต ที่ถูกฆาตกรรมในมหาวิหารแคนเทอร์บรีโดยอัศวินสี่คนของพระบิดาของพระองค์ในปี ค.ศ. 1170 เป็นนักบุญในปี ค.ศ. 1173 มหาวิหารบรุนสวิกที่มาทิลดากับไฮน์ริชถูกฝังถูกอุทิศให้กับนักบุญโธมัส เบคเกต, นักบุญเบลส และนักบุญจอห์นผู้ทำพิธีศีลล้างบาปหลังการเจิมถวาย

ไฮน์ริชบริหารปกครองดินแดนของตนอย่างเป็นอิสระจากจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และการบริหารปกครองที่เป็นอิสระกับความพยายามที่จะขยายดินแดนเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งกับนักบวชและขุนนางคนอื่นๆ รวมถึงฟรีดริชที่ 1 บาร์บารอสซา จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ท้ายที่สุดไฮน์ริชก็ถูกล้มล้างอำนาจในปี ค.ศ. 1180 หลังต่อสู้ในสงครามที่พ่ายแพ้ เขาถูกขับไล่ออกจากประเทศในปี ค.ศ. 1182 และขอลี้ภัยกับพระบิดาของภรรยา พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ มาทิลดาถูกขับไล่ออกจากประเทศพร้อมกับสามีและบุตรสาว ริเชินซา กับบุตรชาย ไฮน์ริชกับออตโต บุตรชายของทั้งคู่ โลธาร์ ยังคงอยู่ในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จนถึงเดือนมิถุนายนของปี ค.ศ. 1184 ครองครัวอาศัยอยู่ที่ราชสำนักของเฮนรีที่ 2 ในนอร์มองดี (เฮนรีเป็นดยุคแห่งนอร์มองดีด้วย) จากนั้นครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อังกฤษเป็นเวลาหนึ่งปี มาทิลดาคลอดบุตรคนสุดท้องของไฮน์ริชในวินเชสเตอร์และทั้งคู่ใช้เวลาในวันคริสต์มาสของปี ค.ศ. 1184 ด้วยกันที่ปราสาทวินด์เซอร์

ด้วยความพยายามด้านการทูตของฟรีดริช, พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ และพระสันตะปาปา ไฮน์ริชได้รับอนุญาตให้กลับสู่ดินแดนของตนได้หลังถูกขับไล่ออกจากประเทศเป็นเวลาสามปี ในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 1185 ไฮน์ริชกับคริบครัวเดินทางจากอังกฤษไปนอร์มองดี ที่ซึ่งลูกๆ ของทั้งคู่ ริเชินซา (ที่เปลี่ยนชื่อเป็นมาทิลดาในช่วงที่ถูกขับไล่ออกจากประเทศ), ออตโต และวิลเฮล์ม ถูกทิ้งให้เติบโตในราชสำนักของปู่ ในปลายเดือนกันยายนของปี ค.ศ. 1185 ไฮน์ริชสิงห์กลับไปบรุนสวิกพร้อมกับมาทิลดาและบุตรชายคนโต ไฮน์ริช

ต้นปี ค.ศ. 1189 จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์มีคำสั่งขับไล่ไฮน์ริชออกจากประเทศอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาทิลดายังคงอยู่ในบรุนสวิกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสามี เฮนรีจะไม่ทำสัญญาสันติภาพกับจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งนี้คือไฮน์ริชที่ 6 พระโอรสของฟรีดริช และจะไม่ได้เจอภรรยา มาทิลดา อีก ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1189 มาทิลดาสิ้นพระชนม์ที่บรุนสวิกด้วยพระชนมายุ 33 พรรษา ราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ พระองค์ถูกฝังที่มหาวิหารบรุนสวิกที่ยังสร้างไม่เสร็จ ที่เดียวกับที่สามีของพระองค์ ไฮน์ริช ถูกฝังหลังตายในปี ค.ศ. 1195

ทายาท[แก้]

มาทิลดากับไฮน์ริชมีบุตรด้วยกันห้าคน คือ

  1. มาทิลดาหรือริเชินซา (ค.ศ. 1172 – 1204) แต่งงานกับ (1) กอดเฟรย์ เคานต์แห่งแปช มีทายาท (2) เอนเกร์รันด์ที่ 2 ลอร์ดแห่งคูซี ไม่มีทายาท
  2. ไฮน์ริชที่ 5 เคานต์ผู้เสมอเหมือนกษัตริย์แห่งไรน์ (ค.ศ. 1173 – 1227) แต่งงานกับ (1) แอกเนสแห่งโฮเฮนสเตาเฟิน มีทายาท (2) แอกเนสแห่งลันด์สเบิร์ก ไม่มีทายาท
  3. โลธาร์แห่งบาวาเรีย (ค.ศ. 1174 – 1190)
  4. ออตโตที่ 4 จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และดยุคแห่งสวาเบีย (ค.ศ. 1175 – 1218) แต่งงานกับ (1) เบียทริซแห่งสวาเบีย ไม่มีทายาท (2) มาเรียแห่งบราบองต์ ไม่มีทายาท
  5. วิลเฮล์มแห่งวินเชสเตอร์ ลอร์ดแห่งลุนบวร์ก (ค.ศ. 1184 – 1213) แต่งงานกับเฮเลนาแห่งเดนมาร์ก มีทายาทหนึ่งคน ออตโต ดยุคที่ 1 แห่งบรุนสวิก-ลุนบวร์ก บรรพบุรุษของตระกูลฮันโนเวอร์

แหล่งข้อมูล[แก้]

http://www.unofficialroyalty.com/matilda-of-england-duchess-of-saxony/