ฟอร์ตลอเดอร์เดล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟอร์ตลอเดอร์เดล
นคร
City of Fort Lauderdale
Fort Lauderdale in February 2013
Fort Lauderdale in February 2013
ธงของฟอร์ตลอเดอร์เดล
ธง
ตราอย่างเป็นทางการของฟอร์ตลอเดอร์เดล
ตรา
สมญา: Venice of America
Map of Florida highlighting Fort Lauderdale.svg
U.S. Census Bureau map
U.S. Census Bureau map
พิกัดภูมิศาสตร์: 26°8′N 80°9′W / 26.133°N 80.150°W / 26.133; -80.150พิกัดภูมิศาสตร์: 26°8′N 80°9′W / 26.133°N 80.150°W / 26.133; -80.150
ประเทศ  สหรัฐ
รัฐ  รัฐฟลอริดา
County Logo of Broward County, Florida.svg Broward
Established March 27, 1911
การปกครอง
 • ประเภท Commission-Manager
 • Mayor Jack Seiler
พื้นที่[1]
 • นคร 38.6 ตร.ไมล์ (99.9 ตร.กม.)
 • พื้นดิน 34.7 ตร.ไมล์ (90.0 ตร.กม.)
 • พื้นน้ำ 3.8 ตร.ไมล์ (9.9 ตร.กม.)  9.87%
ความสูง[2] 9 ฟุต (2.75 เมตร)
ประชากร (2012)
 • นคร 170,747 (US: ที่ 139)
 • ความหนาแน่น 4,761 คน/ตร.ไมล์ (1,838.3 คน/ตร.กม.)
 • เขตมหานคร 5,762,717 (US: ที่ 8)
เขตเวลา Eastern (EST) (UTC-5)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) EDT (UTC-4)
ZIP code 33301-33340, 33345-33349
รหัสพื้นที่ 754, 954
FIPS code 12-24000
GNIS feature ID 0282693[3]
เว็บไซต์ www.fortlauderdale.gov

ฟอร์ตลอเดอร์เดล (อังกฤษ: Fort Lauderdale, เสียงอ่าน: /ˌfɔːrt ˈlɔːdɚdeɪl/) เป็นเมืองในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่บนชายฝั่งแอตแลนติก 37 กิโลเมตรไปทางเหนือของไมอามี ตามสำรวจประชากรในปี ค.ศ. 2010 เมืองนี้มีหระชากร 165,521 คน[4] และเป็นเมืองใหญ่ในตอนใต้ของฟลอริดา ซึ่งเป็นที่อาศัยของประชากรถึง 5,564,635 คน ตามสำรวจประชากรในปี ค.ศ. 2010

ฟอร์ตลอเดอร์เดลเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ที่ 77 องศา และ มีพระอาทิตย์ส่องแสง 3,000 ชั่วโมงต่อปี ฟอร์ตลอเดอร์เดลส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในมณฑลโบรวาร์ด (Broward County) ซึ่งเคยต้อนรับนักท่องเที่ยวถึง 12 ล้านรายในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 2.8 ล้านคน ในปี 2012 สามารถเรียกเก็บภาษีได้ 43.0 ล้านดอลล่าร์สหรัฐสำหรับการเก็บภาษีที่พัก 5% โรงแรมมียอดผู้เข้าพัก 72.7 เปอร์เซ็นต์ และเฉลี่ยอัตรารายวันที่ 114.48 ดอลล่าร์สหรัฐ ในเขตมีโรงแรม 561 แห่ง และมีโรงแรมเกือบ 35,000 ห้อง มีเรือ 46 ลำแล่นจาก อ่าว เอเวอร์แกลด (Everglades) ในปี 2012 ฟอร์ตลอเดอร์เดลมีภัตตาคาร ร้านอาหาร มากกว่า 4,000 ร้าน, สนามกอฟ 63 แห่ง, ห้างสรรพสินค้า 12 แห่ง, พิพิธภัณฑ์ 16 แห่ง, ไนท์คลับ 132 แห่ง, 278 ที่พักแคมป์ค้างแรม, และ ที่จอดพักเรือ 100 แห่งสำหรับเรือยอช์ต 45,000 ลำ[5]

ฟอร์ตลอเดอร์เดล มีชื่อเรียกตามป้อมปราการที่สร้างโดยสหรัฐอเมริกาในระหว่างสงคราม เซมิโนเอลครั้งที่สอง ป้อมนี้มีชื่อเรียกตามนายพลวิลเลี่ยม ลอเดอร์เดล (ปีค.ศ. 1782-1838), น้องชายของนายพันโท เจมส์ ลอเดอร์เดล นายพลวิลเลี่ยม ลอเดอร์เดลเป็นผู้บังคับการของกองทหารย่อยผู้ซึ่งสร้างป้อมปราการแรก[6] อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของเมืองไม่ได้เริ่มจนกระทั่ง 50 ปีหลังจากที่ป้อมได้ถูกละทิ้งณ.ช่วงสิ้นสุดความขัดแย้ง 3 ป้อมปราการ ชื่อ ฟอร์ตลอเดอร์เดลถูกก่อสร้าง; แห่งแรกที่ทางแยกของแม่น้ำนิว, แห่งที่สองที่ ทาร์บอนเบนด์ของแม่น้ำนิว ระหว่างคี แฮมมอกค์ และย่าน ริโอ วิสต้า และแห่งที่สามใกล้กับบาเฮีย มาร์ มารินา[6]

ประวัติ[แก้]

The New River in downtown Fort Lauderdale
ดูบทความหลักที่: History of Fort Lauderdale, Florida

พื้นที่ซึ่งเมือง ฟอร์ตลอเดอร์เดล ถูกพบต่อมา เป็นเมืองที่อินเดียแดงชนเผ่าทเควส์ต้า[7] เคยอยู่อาศัยมามากกว่าพันปี ตามหลักฐานของนักสำรวจชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ได้แสดงถึงความหายนะของชนเผ่าเทเควส์ต้า โดยชาวยุโรปได้นำโรคระบาดมาสู่ชาวพื้นเมืองโดยไม่ตั้งใจ เช่น ฝีดาษ ซึ่งชาวพื้นเมืองนี้ไม่มีภูมิต้านทานโรคนี้ นอกจากโรคระบาดแล้ว ชนเผ่าเทเควส์ต้ายังต้องเผชิญกับความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านเผ่าคาลลูซา ซึ่งทำให้ประชากรลดลงเป็นอย่างมากในสองร้อยปีถัดมา[8] ในปี 1763 มีชนเผ่าเทเควส์ต้าเหลือน้อยมาในฟลอริดา และส่วนใหญ่จะอพยพไปอาศัยอยู่ที่ประเทศคิวบา เมื่อประเทศสเปนยกฟลอริดาให้ประเทศอังกฤษในปี1763 ภายใต้สนธิสัญญาปารีส (1763) ซึ่งทำให้ สงครามเจ็ดปี [7] จบลง ถึงแม้ว่าพื้นที่จะถูกควบคุมผลัดเปลี่ยน โดยประเทศสเปน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และแคว้นภาคใต้ของสหรัฐอเมริกาซึ่งทำศึกกลางเมืองกับฝ่ายเหนือ มันยังคงไม่ได้รับการพัฒนาจนกระทั่งศตวรรษที่ 20

พื้นที่เมืองฟอร์ตลอเดอร์เดล ถูกรู้จักในฐานะของการตั้งรกรากแม่น้ำนิวก่อนศตวรรษที่ 20 ในปี 1830 มีผู้อพยพประมาณ 70 คนอาศัยตามริมแม่น้ำนิว วิลเลี่ยม คูลเล่ย์ ผู้พิพากษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นชาวนาและผู้หาของจากเรืออับปางและทำการค้ากับอินเดียแดงชนเผ่าเซมิโนเอล ในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1836 ขณะที่วิลเลี่ยม คูลเล่ย์ ได้นำผู้คนเพื่อกู้เรืออับปาง กลุ่มชนเผ่าเซมิโนเอลได้จู่โจมไร่นา ฆ่าภรรยาและลูก ๆ และพี่เลี้ยงของลูก เจ้าของไร่อื่น ๆ ที่ตั้งรกรากอยู่ด้วยนั้น ไม่ได้ถูกจู่โจม แต่ชนผิวขาวทั้งหมดก็ได้ละทิ้งถิ่นฐาน และอพยนไปยังประภาคารแหลมฟลอริดาที่คีย์ บิสเคนท์ และคีย์เวสต์.[9]

ป้อมแรกของสหรัฐอเมริกาชื่อ ฟอร์ตลอเดอร์เดล ถูกสร้างขั้นใน ค.ศ. 1838[10] และต่อมาเป็นสถานที่การสู้รบในสงครามเซมิโนเอลครั้งที่สอง ป้อมได้ถูกละทิ้งในปี ค.ศ. 1842 หลังจากสิ้นสุดสงคราม พื้นที่ก็ไม่มีคนอยู่อาศัย จนกระทั่งปี ค.ศ. 1890 แฟรงค์ สตรานาฮาน มาในปี ค.ศ. 1893 เพื่อดำเนินธุรกิจเรือเฟอร์รี่ข้ามแม่น้ำนิว และทางรถไฟชายฝั่งตะวันออกของฟลอริดาได้สร้างผ่านพื้นที่เสร็จในปีค.ศ. 1896 การพัฒนาต่าง ๆ จึงเริ่มเกิดขึ้น เมืองได้ถูกรวมในปี ค.ศ. 1911 และในปี ค.ศ. 1915 ได้ถูกกำนดให้เป็นมณฑลโบรวาร์ด [11]

การพัฒนาครั้งใหญ่ ครั้งแรกของ ฟอร์ตลอเดอร์เดล เริ่มในปี ค.ศ. 1920[12] ระหว่างที่ ที่ดินในฟลอริดาได้เจริญและมีราคาแพงขึ้น การเกิดไมอามี่เฮอริเคน [13] ในปี ค.ศ. 1926 และ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1930 เป็นสาเหตุในการเกิดการเคลื่อนย้ายเศรษฐกิจ เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้น ฟอร์ตลอเดอร์เดลกลายเป็นฐานใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสถานนีฝึกนักบิน การปฏิบัติการเรดาร์ และการปฏิบัติการควบคุมไฟ ฐานยามรักษาการณ์ชายฝั่งที่อ่าวเอเวอร์แกลดส์ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเช่นกัน[14]

Downtown Fort Lauderdale

หลังจากสิ้นสุดสงคราม ผู้คนได้กลับมายังพื้นที่นี้ ซึ่งกระตุ้นการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นอย่างมาก หลังจากการลดลงในช่วงความเจริญปี ค.ศ. 1920[15] การสำรวจสำมะโนประชากรในปี ค.ศ. 1960 มีประชากรอาศัยอยู่ 83,648คน หรือประมาณ เพิ่มขึ้น230%ของประชากรในปี ค.ศ. 1950[15] การรายงานในปี ค.ศ. 1967 เมืองได้มีการพัฒนา 85%,[16] และในปี ค.ศ. 1970 ประชากรมีจำนวน 139,590 คน.[17]

หลังจากปี ค.ศ. 1970 ฟอร์ตลอเดอร์เดลได้ถูกสร้างความเจริญ และเติบโต จนไปถึงพื้นที่รอบนอกเมือง จนถึงฝั่งตะวันตก เมืองต่าง ๆ เช่น คอรอลสปริงส์, มิรามาร์, และเปมโบร์ค ไพน์ ได้มีการเติบโตเป็นอย่างมาก ประชากรของฟอร์ตลอเดอร์เดลหยุดนิ่ง และซึ่งจริง ๆ แล้วมีจำนวนลดลงเกือบ 4,000 คน ระหว่างปี ค.ศ. 1980 ที่มีประชากร 153,279 คน[18] และปี ค.ศ. 1990 ที่มีประชากร 149,377 คน ในปี ค.ศ. 2000 มีประชากรเพิ่มกลับขึ้นมาเล็กน้อยที่ 152,397 คน ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2000 ฟอร์ตลอเดอร์เดลมีประชาการเพิ่มขึ้นอีกกว่า 18,000 คนโดยการถือเอาพื้นที่โดยรอบ 7 พื้นที่ในการรวมมณฑลโบร์วาร์ด[19] ปัจจุบัน ฟอร์ตลอเดอร์เดลถือเป็นศูนย์กลางใหญ่ของเรือยอช์ต หนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด[20] one of the nation's largest tourist destinations,[20] และเป็นศูนย์กลางของเมืองที่มี่ประชากรถึง 1.8 ล้านคน.[21]

ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ[แก้]

สถานที่ตั้ง[แก้]

ฟอร์ตลอเดอร์เดลตั้งอยู่ที่ 26 องศา 8 ลิปดาเหนือ และ 80 องศา 9 ลิปดาตะวันตก (26.141,-80.144) [22]

ตามสำนักสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกา เมืองมีพื้นที่ทั้งหมด 38.6 ตารางไมล์ (99.9 ตารางกิโลเมตร), เป็นพื้นดินอยู่ 34.7 ตารางไมล์ (90.0 ตารางกิโลเมตร) และเป็นพื้นน้ำอยู่ 3.8 ตารางไมล์ (9.87 ตารางกิโลเมตร)[4] ฟอร์ตลอเดอร์เดลเป็นที่รู้จักดีในส่วนที่มีเครือข่ายของแม่น้ำลำคลองอยู่มาก ซึ่งมีทางน้ำถึง 165 ไมล์ (266กิโลเมตร) ภายในเมือง [23]

ฟอร์ตลอเดอร์เดลอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก รวมชายหาด 7 ไมล์ (11กิโลเมตร) [24] และอยู่ติดกับเมืองต่าง ๆ ดังนี้


ทิศตะวันออก: ทิศใต้: ทิศตะวันตกเฉียงใต้:
ทิศตะวันตก: ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ: On its north:
Fort Lauderdale Beach

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของฟอร์ตลอเดอร์เดลแยกจากส่วนที่เหลือของเมือง ติดกันเพียงคลองไซเปรสครีก ซึ่งไหลผ่าน I-95 ส่วนนี้มีอาณาเขตติดต่อกับเมืองทามาแรก และโอ๊คแลนด์พาร์คด้านใต้ โอ๊คแลนด์พาร์คมีอาณาเขตติดต่อกับฟอร์ตลอเดอร์เดลด้านตะวันตกในส่วนของตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่ใหญ่กว่าของฟอร์ตลอเดอร์เดลด้านใต้มีอาณาเขตติดต่อกับด้านเหนือของวิลตัน มานอร์

นอกชายฝั่งของฟอร์ตลอเดอร์เดลคือออสบอร์นรีฟ แนวหินเทียมซึ่งทำจากยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศวิทยา[25] การทิ้งเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1960 ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างที่อยู่อาศัยแก่ปลาขณะเดียวกันก็ต้องการกำจัดขยะจากพื้นดิน อย่างไรก็ตามสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรถูกทำลายและไม่สวยงาม เส้นไนลอนที่ให้รัดยางถูกกัดกร่อน เคเบิลเป็นสนิม และยางก็แตกเป็นอิสระ ล้อยางที่แตกออกได้เคลื่อนย้ายไปตามชายฝั่งและวิ่งเข้าหินโสโครกตามชายฝั่ง เข้าไปชะล้างแนวลาดเอียง และฆ่าสิ่งมีชีวิตในเส้นทางที่พัดมันไป ในช่วยปีที่ผ่านมา ล้อยางนับพันเส้นได้ชะล้างชายหาดใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงมีพายุเฮอร์ลิเคน ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร่วมกับกองทัพสหรัฐอเมริกา กองเรือและยามรักษาการ์ณชายฝั่ง[26] กำลังช่วยกันกำจัดล้อยาง 700,000 ล้อ

บริเวณใกล้เคียง[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: List of neighborhoods in Fort Lauderdale

ฟอร์ตลอเดอร์เดล มีโปรแกรมอย่างเป็นทางการสำหรับการกำหนดและรับรองบริเวณใกล้เคียง ภายใต้โปรแกรมการรับรองขององค์กรในบริเวณใกล้เคียง [27] มีย่านต่าง ๆ กว่า 60 ย่าน ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และมี 25-30 ย่านเพิ่มเติมที่ไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่แสดงอยู่ในแผนที่ของเมือง[28]

ภูมิอากาศ[แก้]

Sunrise at Fort Lauderdale Beach

ฟอร์ตลอเดอร์เดล มีลักษณะภูมิอากาศเป็นป่าฝนในเมืองร้อน [29] ที่มีความแตกต่างในอุณหภูมิเพียงเล็กน้อย อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่เหนือ 66 องศาฟาเรนต์ไฮ (18.9องศาเซลเซียส) และเฉลี่ยฝนตกต่อเดือน มากกว่า 2.39 นิ้ว (60.71มิลลิเมตร) [30] ซึ่งทำให้เมืองนี้มีอากาศตามฤดูกาลแบบเมืองร้อน ไม่มีฤดูแห้งแล้ง ขณะที่ฝนตกหนักในฤดูหนาว และฝนตกส่วนใหญ่จะตกในฤดูร้อน

ฤดูร้อน (ฤดูเปียก) จาก เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม จะร้อน ชื้นและเปียกด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่ 86-90 องศาฟาเรนต์ไฮ (30-32 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิต่ำประมาณ 71-76 องศาฟาเรนต์ไฮ (22-24 องศาเซลเซียส) ในช่วงฤดูนี้ มากกว่าครึ่งวันอาจจะมีฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่ายและเย็น.[31] อุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 100 องศาฟาเรนต์ไฮ (38องศาเซลเซียส) ซึ่งถูกบันทึกในวันที่ 22 มิถุนายน 2009[13]

ฤดูหนาว (ฤดูแห้ง) จาก เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน จะมีอากาศอบอุ่น และแห้งด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่ 75-82 องศาฟาเรนต์ไฮ (24-28 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิต่ำที่ 59-67 องศาฟาเรนต์ไฮ (15-19 องศาเซลเซียส) อย่างไรก็ตาม เคยมีอากาศเย็นในช่วงนี้ โดยอุณหภูมิสูงที่ 60 องศาฟาเรนต์ไฮ (16-21 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิต่ำที่ 40 องศาฟาเรนต์ไฮ (4-10 องศาเซลเซียส) ซึ่งจะเกิดเพียงวันเดียว [31] อากาศหนาวจัดจนเป็นน้ำแข็งจะเกิดน้อยครั้ง ทุก 10หรือ20 ปี มีเพียงครั้งเดียวที่มีการรายงานถึงหิมะตก ซึ่งเห็นได้บนพื้นดิน ในวันที่ 19 มกราคม 1977[32] ในช่วงฤดูหนาว อากาศแห้ง ไฟป่าเป็นสิ่งที่ต้องระวังในหลายปี

ฝนตกเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 64.2 นิ้ว (1,630มิลลิเมตร) ส่วนใหญ่จะเกิดในระหว่างฤดูเปียกจาก เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม ฝนตกจะเกิดในทุกเดือน ส่วนมากจะตกหนักและมีฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่าย ฟอร์ตลอเดอร์เดลมีฝนตกเฉลี่ย 143 วัน และมีแดดออก 250 วันในทุกปี ฤดูพายุเฮอร์ริเคน อยู่ระหว่างวันที่ 1 ของเดือนมิถุนายน ถึง 30 ของเดือนพฤศจิกายน พายุแรงที่มีผลกระทบกับเมืองจะเกิดในช่วงเดือนกันยายนและเดือนตุลาคม [33] พายุที่กระทบกับเมืองเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือพายุ คาทรินา และ วิลมา พายุทั้งสองลูกเกิดขึ้นในเมืองในปี 2005 และพายุคลีโอเกิดขึ้นในปี 1964 พายุคิงเกิดในปี 1950 และพายุฟอร์ตลอเดอร์เดล เกิดในปี 1947

ข้อมูลภูมิอากาศของFort Lauderdale, Florida (1981–2010 normals)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภมูิสูงสุดที่เคยบันทึก °F (°C) 92
(33.3)
94
(34.4)
94
(34.4)
95
(35)
98
(36.7)
98
(36.7)
99
(37.2)
100
(37.8)
99
(37.2)
98
(36.7)
91
(32.8)
90
(32.2)
100
(37.8)
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °F (°C) 75.4
(24.11)
78.7
(25.94)
79.5
(26.39)
81.9
(27.72)
85.5
(29.72)
88.5
(31.39)
89.8
(32.11)
90.2
(32.33)
88.8
(31.56)
85.8
(29.89)
80.9
(27.17)
76.9
(24.94)
83.2
(28.44)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °F (°C) 58.1
(14.5)
61.0
(16.11)
63.2
(17.33)
65.9
(18.83)
70.7
(21.5)
74.4
(23.56)
75.4
(24.11)
75.8
(24.33)
75.2
(24)
71.9
(22.17)
65.7
(18.72)
60.4
(15.78)
67.8
(19.89)
อุณหภมูิต่ำสุดที่เคยบันทึก °F (°C) 28
(-2.2)
28
(-2.2)
32
(0)
40
(4.4)
49
(9.4)
57
(13.9)
64
(17.8)
66
(18.9)
61
(16.1)
44
(6.7)
35
(1.7)
29
(-1.7)
28
(-2.2)
ปริมาณฝน นิ้ว (มม) 2.62
(66.5)
3.06
(77.7)
3.55
(90.2)
3.52
(89.4)
6.20
(157.5)
9.79
(248.7)
7.29
(185.2)
7.54
(191.5)
9.45
(240)
6.40
(162.6)
3.90
(99.1)
2.43
(61.7)
65.75
(1,670.1)
วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย (≥ 0.01 in) 8.3 7.8 8.7 7.3 10.3 16.9 16.4 17.5 18.5 13.5 10.5 8.8 144.7
แหล่งที่มา: NOAA (extremes 1912–present)[34]

ประชากร[แก้]

ประชากร
สำมะโนประชากร Pop.
1900 91
1910 336 269.2%
1920 2,257 571.7%
1930 8,668 284.0%
1940 17,996 107.6%
1950 36,328 101.9%
1960 83,648 130.3%
1970 139,122 66.3%
1980 153,279 10.2%
1990 149,238 −2.6%
2000 152,397 2.1%
2010 165,521 8.6%
Est. 2012 170,747 3.2%
U.S. Decennial Census[35]
2012 Estimate[36]
Fort Lauderdale Demographics
2010 Census Fort Lauderdale Broward County Florida
Total population 165,521 1,748,066 18,801,310
Population, percent change, 2000 to 2010 +8.6% +7.7% +17.6%
Population density 4,761.1/sq mi 1,444.9/sq mi 350.6/sq mi
White or Caucasian (including White Hispanic) 62.6% 63.1% 75.0%
(Non-Hispanic White or Caucasian) 52.5% 43.5% 57.9%
Black or African-American 31.0% 26.7% 16.0%
Hispanic or Latino (of any race) 13.7% 25.1% 22.5%
Asian 1.5% 3.2% 2.4%
Native American or Native Alaskan 0.3% 0.3% 0.4%
Pacific Islander or Native Hawaiian 0.1% 0.1% 0.1%
Two or more races (Multiracial) 2.1% 2.9% 2.5%
Some Other Race 2.4% 3.7% 3.6%

ตามสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2000 มี 68,468 ครอบครัว และ 33,001ครอบครัวอาศัยอยู่ในเมือง จาก 68,468 ครอบครัว 19.6% มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 อาศัยอยู่กับครอบครัว, 32.2% เป็นคู่สมรสที่อยู่ร่วมกัน, 11.5% เป็นผู้หญิงที่อยู่ลำพัง, และ 51.8% ไม่ได้อยู่เป็นครอบครัว 40.3% ของครอบครัวทั้งหมดประกอบไปด้วยหลายบุคคล และ 11.7% เป็นผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่า รายได้เฉลี่ยสำหรับครอบครัวในเมืองอยู่ที่ 37,887 ดอลลาร์สหรัฐ และรายได้เฉลี่ยสำหรับครอบครัวอยู่ที่ 46,175 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ชายมีรายได้เฉลี่ย 34,478 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผู้หญิงมีรายได้เฉลี่ย 27,230 ดอลลาร์สหรัฐ รายได้ต่อหัวของผู้อาศัยในเมืองอยู่ที่ 27,798 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 13.8% ของครอบครัวและ 17.7% ของประชากรมีรายได้ต่ำกว่าเส้นวัดความจน ซึ่งรวมถึง 29.0% ของผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี และ 11.1% ของผู้มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่า

ฟอร์ตลอเดอร์เดล มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงของผู้อาศัยที่เกิดโดยชาวต่างชาติมากกว่ารัฐอื่น ๆ ข้อมูลสำมะโนประชากรในปี 2000 ระบุว่า 21.7% ของประชากรในเมืองเป็นผู้ที่เกิดจากชาวต่างชาติ ผู้อาศัยที่เกิดโดยชาวต่างชาติ 69.2% เกิดจากชาวลาตินอเมริกาและ 17.3% เกิดจากชาวยุโรป ด้วยเปอร์เซ็นต์เพียงเล็กน้อยเกิดจากชาวอเมริกาเหนือ,อัฟริกา,เอเชีย,และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก[37] ในปี 2000, ฟอร์ตลอเดอร์เดลมีเปอร์เซ็นต์สูงสุดถึง 26% ของผู้อาศัยที่เป็นชาวเฮติในสหรัฐอเมริกา และที่ 6.9% ของประชากรในเมือง[38] และอันดับ 127 เปอร์เซ็นต์สูงสุดของชาวคิวบา และที่ 1.7% ของประชากรในเมือง[39]

เหมือนกับฟลอริดาตอนใต้ทั่ว ๆ ไป ฟอร์ตลอเดอร์เดล มีผู้อาศัยที่สามารถพูดภาษาอื่น ๆ นอกเหนือไปจากภาษาอังกฤษ ทั้งที่ มีสัดส่วนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของมณฑล [40] ตามปี ค.ศ.2000, 75.6%ของประชากรพูดเพียงภาษาอังกฤษที่บ้าน ผู้ที่พูดภาษาสเปนอยู่ที่ 9.4%, ผู้ที่พูดภาษาเฮติ ครีโอเลอยู่ที่ 7.5%, ผู้ที่พูดภาษาฝรั่งเศสอยู่ที่ 2.0%, ผู้ที่พูดภาษาโปรตุเกสอยู่ที่ 1.0% และผู้ที่พูดภาษาอิตาลีอยู่ที่ 0.8%[41]

เมืองที่ล้อรอบด้วยเมืองโอ๊คแลนด์พาร์คและเมือง วิลตัน มานอร์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นชุมชน LGBT ที่ใหญ่ ละมีอัตราส่วนสูงสุดของเกย์และเลสเบียน โดยเป็นเกย์ที่แสดงตัวมาก[42] ในสหรัฐอเมริกา [43] เมืองนี้ยังเป็นแหล่งที่พักผ่อนที่มีชื่อเสียงสำหรับเกย์และเลสเบียน[44]

เศรษฐกิจ[แก้]

City skyline, featuring Las Olas River House (center), 110 Tower (far right), and Bank of America Plaza (far left)
A luxury yacht in Fort Lauderdale's harbor

เศรษฐกิจของฟอร์ตลอเดอร์เดลส่วนใหญ่พึ่งพิงการท่องเที่ยว จากปี ค.ศ.1940 ถึงปี ค.ศ.1980 เมืองนี้ถูกรู้จักในฐานะที่เป็นเมืองเป้าหมายในการท่องเที่ยวในช่วงปิดภาคฤดูใบไม้ผลิสำหรับนักศึกษา เรือท่องเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจทางน้ำทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว ปัจจุบัน ฟอร์ตลอเดอร์เดลดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีความซับซ้อนและมั่งคั่ง ขณะที่ส่วนใหญ่ละเลยนักศึกษาที่มีจำนวนน้อยลง[45] มีศูนย์อำนวยความสะดวกตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของชายหาดและตะวันออกเฉียงใต้ของย่านกลางเมือง ซึ่งพื้นที่ 600,000 ตารางนิ้ว (55,742 ตารางเมตร) ซึ่งรวมพื้นที่การจัดแสดง 200,000 ตารางนิ้ว (18,581 ตารางเมตร)[46] ประมาณ30% ของผู้มาเยี่ยมจำนวนเฉลี่ย 10 ล้านคนต่อปี จะเข้าชมที่ศูนย์การจัดแสดง[47]

ย่านกลางเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนน ลาสโอลาส ที่เริ่มมีการพัฒนาในปี ค.ศ. 2002[48] และปัจจุบัน เป็นแหล่งโรงแรมใหม่และแหล่งพัฒนาคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่หลายแห่ง[49] ย่านกลางเมืองใหญ่ที่สุดอยู่ในโบรวาร์ด อาคารสำนักงาน ตึงสูง ซึ่งรวมถึงลาสโอลาสริเวอร์เฮ้าส์, ลาสโอลาสแกรนด์, 110 ทาวเวอร์ (เดิมชื่อ ออโตเนชั่น ทาวเวอร์), แบงค์ออฟอเมริกา พลาซ่า, วันไฟแนนเชียล พลาซ่า, โบรวาร์ด ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์, วันอีสต์โบรวาร์ด บลูเลอวาร์ด, บาร์เนทแบงค์พลาซ่า, พีเอ็นซี เซ็นเตอร์, นิวริเวอร์เซ็นเตอร์, วันคอร์ปอเร็ทเซ็นเตอร์, ซันทรัสต์เซ็นเตอร์, 101 ทาวเวอร์, และ เซาร์ทรัสต์ทาวเวอร์[50]

The Fort Lauderdale metropolitan area foreclosures increased 127.4% from 2006 to 2007, or one filing per 48 households in the quarter. Fort Lauderdale ranks fourth in the list of top 10 metropolitan areas ranked by foreclosure filings per household for the third quarter of 2007.[51]

ฟอร์ตลอเดอร์เดล เป็นเมืองอุตสาหกรรมและศูนย์กลางการซ่อมบำรุงเรือยอช์ตขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมเรือเป็นที่รองรับกว่า 109,000 งานในมณฑล[52] ด้วยมีคลองหลายสาย และใกล้เคียงกับบาฮามาสและแคริบเบียน เมืองนี้จึงเป็นที่นิยมสำหรับการพักผ่อนท่องเรือยอช์ต และมีอ่าวสำหรับเรือ 42,000 ลำและที่จอดเรือประมาณ 100 ลำ[20] ยิ่งไปกว่านั้น มีงานแสดงเรือระหว่างชาติที่ ฟอร์ตลอเดอร์เดลทุกปี ซึ่งเป็นงานแสดงเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก[53] นำผู้มาท่องเที่ยวมากกว่า 125,000 คนในแต่ละปี[54][55]

บริษัทที่มีฐานที่ ฟอร์ตลอเดอร์เดล ได้แก่ ออโตเนชั่น, ซิทริก ซิสเต็ม, ดีเอชแอล เอ็กเพรส, สปิริต แอร์ไลน์, และเนชั่นแนล เบฟเวอร์เรจ คอร์ปอเรชั่น ผู้ว่าจ้างรายใหญ่ที่สุดในมณฑล คือ ทีเน็ท เฮลแคร์ ซึ่งว่าจ้างพนักงาน 5,000 คน อเมริกัน เอ็กเพรส ซึ่งว่าจ้างพนักงาน 4,200 คน เดอะ คอนติเนนทัล กรุ๊ป ซึ่งว่าจ้างพนักงาน 3,900 คน โมโตโรลา ซึ่งว่าจ้างพนักงาน 3,000 คน และแม็กซิม อินทิเกรเต็ด โพรดักส์ ซึ่งว่าจ้างพนักงาน 2,000 คน[56]

กัลฟสตรีม อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ สายการบิน ที่มีสำนักงานใหญ่ใกล้ดาเนียบีช [57][58][59] แอน ออนไลน์ อคาเดมีเซ็นเตอร์ ก็ตั้งอยู่นเมืองนี้เช่นกัน

อ้างอิง[แก้]

  1. "Florida by Place. Population, Housing, Area, and Density: 2000". US Census Bureau. สืบค้นเมื่อ 2007-09-23. 
  2. "Fort Lauderdale, United States Page". Falling Rain Genomics. สืบค้นเมื่อ 2007-09-23. 
  3. "US Board on Geographic Names". United States Geological Survey. 2007-10-25. สืบค้นเมื่อ 2008-01-31. 
  4. 4.0 4.1 "Geographic Identifiers: 2010 Demographic Profile Data (G001): Fort Lauderdale city, Florida". U.S. Census Bureau, American Factfinder. สืบค้นเมื่อ October 22, 2013. 
  5. "2012 Year-End Statistics". Greater Fort Lauderdale Convention & Visitors Bureau. สืบค้นเมื่อ March 1, 2014. 
  6. 6.0 6.1 "Old Fort Lauderdale Museum-Sneak Preview". Fort Lauderdale Historical Society. Archived from the original on July 4, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-17. 
  7. 7.0 7.1 Hughes, Kenneth J (1993). "Three Tequesta and Seminole hunting camps on the edge of the Everglades" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission). 16 (3 and 4). pp. 31–42. สืบค้นเมื่อ 2007-07-01. 
  8. McGoun, Bill (1978). "A History of Broward County" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission) 2 (3 and 4). pp. 15–22. สืบค้นเมื่อ 2007-07-03. 
  9. "Coastal History – The Seminole War Period". Vone Research. Archived from the original on September 28, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-21. 
  10. Butler, Stuart (1981). "Records in the Military Archives Division Which Relate to South Florida" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission). 4 (1 and 2). pp. 11–20. สืบค้นเมื่อ 2007-07-15. 
  11. "The Creation of Broward County: Victory in Tallahassee" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission) 11 (3 and 4). 1988. pp. 6–8. สืบค้นเมื่อ 2007-07-02. 
  12. Kirk, Cooper (1985). "Foundations of Broward County Waterways" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission). 8 (1 and 2). pp. 2–18. สืบค้นเมื่อ 2007-07-14. 
  13. 13.0 13.1 "Top 10 Weather Events-Broward County". National Oceanic and Atmospheric Administration. Archived from the original on April 18, 2008. สืบค้นเมื่อ 2007-07-01.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "NOAA" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  14. George, Paul S. (1991). "Submarines and Soldiers: Fort Lauderdale in World War II" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission) 14 (1 and 2). pp. 2–14. สืบค้นเมื่อ 2007-07-05. 
  15. 15.0 15.1 "Census of Population:1960 Florida-Volume I Part 11" (PDF). United States Census Bureau. pp. 11–9. สืบค้นเมื่อ 2007-07-01. 
  16. George, Paul S. (1991). "Downtown Fort Lauderdale: Its Demise and Renaissance in the Post-War Era" (PDF). Broward Legacy (Broward County Historical Commission) 14 (3 and 4). pp. 9–19. สืบค้นเมื่อ 2007-07-17. 
  17. "1970 Census of Population" (PDF). United States Census Bureau. pp. 11–12. สืบค้นเมื่อ 2007-07-01. 
  18. "1980 Census of Population" (PDF). United States Census Bureau. pp. 11–20. สืบค้นเมื่อ 2007-07-01. 
  19. "Broward by the Numbers:Unincorporated Broward" (PDF). Broward County Planning Services Division. December 2005. Archived from the original on August 10, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-15. 
  20. 20.0 20.1 20.2 "Greater Fort Lauderdale 2006 Statistics" (Press release). Greater Fort Lauderdale Convention and Visitors Bureau. March 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-18. 
  21. "Annual Estimates of the Population of Metropolitan and Micropolitan Statistical Areas: April 1, 2000 to July 1, 2007" (XLS). U.S. Census Bureau. สืบค้นเมื่อ 2008-07-11. [ลิงก์เสีย]
  22. "US Gazetteer files: 2010, 2000, and 1990". United States Census Bureau. 2011-02-12. สืบค้นเมื่อ 2011-04-23. 
  23. "About Fort Lauderdale". City of Fort Lauderdale. สืบค้นเมื่อ 2007-07-17. 
  24. "Fort Lauderdale Beach". City of Fort Lauderdale. สืบค้นเมื่อ 2007-07-17. 
  25. "Tire reef off Florida proves a disaster". Associated Press. February 16, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-06-21. 
  26. Loney, Jim (July 9, 2007). "Florida Raises Ill-Fated Artificial Reefs". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2007-07-10. 
  27. "Neighborhood Organization Recognition Program". City of Fort Lauderdale. สืบค้นเมื่อ 2013-06-24. 
  28. "Neighborhood Associations" (PDF). City of Fort Lauderdale. สืบค้นเมื่อ 2013-06-24. 
  29. "Köppen−Geiger Climate Classification Map of North America". 
  30. Monthly Averages for Fort Lauderdale, FL
  31. 31.0 31.1 "Historical Weather for Fort Lauderdale, Florida, United States of America – Travel, Vacation and Reference Information". Weatherbase. สืบค้นเมื่อ 2011-06-09. 
  32. South Florida Sun-Sentinel (Fort Lauderdale, Fla.) Article date: January 19, 2007
  33. "Frequently Asked Questions- When are major hurricanes likely to strike different states?". Atlantic Oceanographic and Meteorological Laboratory. สืบค้นเมื่อ 2007-07-21. 
  34. "NOWData – NOAA Online Weather Data". National Oceanic and Atmospheric Administration. สืบค้นเมื่อ 2012-08-20. 
  35. United States Census Bureau. "Census of Population and Housing". สืบค้นเมื่อ November 18, 2013. 
  36. "Annual Estimates of the Resident Population: April 1, 2010 to July 1, 2012". สืบค้นเมื่อ November 18, 2013. 
  37. "DP-2. Profile of Selected Social Characteristics: 2000". US Census Bureau. สืบค้นเมื่อ 2007-10-28. 
  38. "Ancestry Map of Haitian Communities". Epodunk.com. สืบค้นเมื่อ 2007-10-22. 
  39. "Ancestry Map of Cuban Communities". Epodunk.com. สืบค้นเมื่อ 2007-10-22. 
  40. "Modern Language Association Data Center Results of Broward County, Florida". Modern Language Association. สืบค้นเมื่อ 2007-06-21. 
  41. "Modern Language Association Data Center Results, Fort Lauderdale, Florida". Modern Language Association. Archived from the original on August 17, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-06-21. 
  42. The Miami Herald. "Steve Rothaus' Gay South Florida". Miamiherald.typepad.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-18. 
  43. Ost, Jason. "Facts and Findings from The Gay and Lesbian Atlas". Urban.org. สืบค้นเมื่อ 2012-12-18. 
  44. Lee, Gary (15 May 2005). "Where the Boys Are, Part 2: Watch out, South Beach. Fort Lauderdale is making its moves as a top gay spot". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 2 September 2010. 
  45. "Fort Lauderdale Travel Guide". Fodor's. สืบค้นเมื่อ 2007-06-21. 
  46. "Fact Sheet-Greater Fort Lauderdale/Broward County Convention Center". Greater Fort Lauderdale Convention and Visitors Bureau. สืบค้นเมื่อ 2007-07-18. 
  47. "Fall 2006 newsletter:The Way We Were" (PDF) (Press release). Greater Fort Lauderdale/Broward County Convention Center. Fall 2006. สืบค้นเมื่อ 2007-07-18. 
  48. "Las Olas Boulevard needs help, yet Mayor Seiler does nothing.". A Better Fort Lauderdale: New Visions for Our City. สืบค้นเมื่อ 3 October 2012. 
  49. Owers, Paul. "Developers look to revive stretch of New River in Fort Lauderdale". Sun Sentinel. สืบค้นเมื่อ 3 October 2012. 
  50. "SkyscraperPage.com". สืบค้นเมื่อ September 2, 2010.  Other improvements include a wide array of new boutiques, art galleries, and restaurants.[ต้องการอ้างอิง]
  51. "Report: Fort Lauderdale, Miami high in foreclosures per household". South Florida Business Journal. November 14, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-11-24. 
  52. Cantanese Center for Urban and Environmental Studies (January 2005). Interim Boat Facility Siting Plan (PDF). Draft. Broward County Environmental Protection Department. p. 38. Archived from the original on August 10, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-22. 
  53. "World’s Largest Boat Show Opens amid Cautious Optimism". Business Wire. สืบค้นเมื่อ 3 October 2012. 
  54. Visitor numbers, International Federation of Boat Show Organisers (IFBSO)
  55. "47th Annual Fort Lauderdale International Boat Show". City of Fort Lauderdale. สืบค้นเมื่อ 2007-07-22. 
  56. "Largest Employers in Broward County" (PDF). The Broward Alliance. Archived from the original on August 10, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-22. 
  57. "Dania Beach city, Florida." U.S. Census Bureau. Retrieved on May 21, 2009.
  58. "Contact Us." Gulfstream International Airlines. Retrieved on May 21, 2009.
  59. Pasztor, Andy and Susan Carey. "Gulfstream Faces Penalty on Pilot Hours, Maintenance." The Wall Street Journal. May 21, 2009. Retrieved on May 21, 2009.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ ฟอร์ตลอเดอร์เดล ได้โดยค้นหาจาก
โครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย :
Wiktionary-logo-th.png หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
Wikibooks-logo.svg หนังสือ จากวิกิตำรา
Wikiquote-logo.svg คำคม จากวิกิคำคม
Wikisource-logo.svg ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
Commons-logo.svg ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
Wikinews-logo.svg เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
Wikiversity-logo-en.svg แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย