ข้ามไปเนื้อหา

พลังงานการแผ่รังสี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตัวอย่างของพลังงานที่ถูกแผ่รังสีมาจากแหล่งพลังงานดวงอาทิตย์ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

พลังงานการแผ่รังสี (อังกฤษ: Radiant Energy) เป็นพลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คำนวณได้จากผลรวมของฟลักซ์ (flux หรือ กำลัง) ที่แผ่ออกมาเมื่อเทียบกับเวลา มีหน่วยเป็น จูล พลังงานจะถูกส่งออกมาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งสู่สิ่งแวดล้อมโดยรอบ อาจมองเห็นหรืออาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

คำศัพท์เฉพาะทาง

[แก้]

คำว่า "พลังงานการแผ่รังสี" ส่วนใหญ่จะถูกใช้ในสาขาการวัดรังสี, พลังงานจากดวงอาทิตย์, การให้ความร้อนและแสงสว่าง และโทรคมนาคม การส่งกำลังงานจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งก็ถือว่าเป็นการแผ่รังสี แต่เราจะเรียกว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แทนที่จะเรียกว่าพลังงาน

การวิเคราะห์

[แก้]

เนื่องจากการแผ่รังสีของแม่เหล็กไฟฟ้า (EM) สามารถถูกนิยามได้ว่าเป็นลำแสงของโฟตอน พลังงานที่แผ่รังสีออกไป ก็สามารถมองได้ว่าพลังงานถูกพาไปกับโฟตอน หรืออีกทางหนึ่ง การแผ่รังสีของ EM สามารถถูกมองได้ว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่นำพาพลังงานในสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของมันเอง การมองทั้งสองแบบนี้เหมือนกันและใช้แทนกันได้ในทฤษฎีสนามควอนตัม

การแผ่รังสีของ EM มีหลากหลายความถี่ แถบความถี่ของสัญญาณ EM ใด ๆ อาจถูกกำหนดได้ชุดเจน อย่างที่เห็นในแถบความถี่ของอะตอม หรืออาจมีแถบความถี่ที่กว้าง เหมือนการแผ่รังสีของวัตถุดำ ในภาพของโฟตอน พลังงานมี่ถูกนำพาไปในแต่ละโฟตอนมีอัตราส่วนกับความถี่ ในภาพของคลื่น พลังงานของคลื่นสีเดียวมีอัตราส่วนกับความเข้ม นี่หมายความว่าถ้าสองคลื่น EM มีความเข้มเท่ากันแต่ความถี่ต่างกับ ตัวที่มีความถี่สูงกว่าจะมีพลังงานน้อยกว่า

เมื่อคลื่น EM ตกกระทบวัตถุ พลังงานของคลื่นจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน หรือเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า ถ้าเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ คลื่น EM อาจสะท้อนหรือกระจาย พลังงานก็จะสะท้อนหรือกระจายเหมือนกัน

ระบบเปิด

[แก้]

พลังงานแผ่รังสีเป็นหนึ่งในกลไกโดยที่พลังงานสามารถเข้าไปหรือออกมาจากระบบเปิด[1] ได้ ระบบนี้อาจเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ตัวเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ตัวเก็บอากาศที่มีตามธรรมชาติ ในสาขาธรณีวิทยา แก๊สในบรรยากาศส่วนมากรวมทั้งแก๊สเรือนกระจก ยอมให้พลังงานที่แผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ที่ความยาวคลื่นสั้นผ่านทะลุลงมายังผิวโลกได้ พลังงานนี้ให้ความร้อนกับพื้นดินและมหาสมุทร พลังงานของดวงอาทิตย์ที่ถูกดูดซับไว้บางส่วนถูกสะท้อนกลับไปด้วยความยาวคลื่นที่ยาวกว่า (นำโดยคลื่นอินฟราเรด) พลังงานบางส่วนถูกดูดซับไว้โดยแก๊สเรือนกระจก พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ถูกสร้างขึ้นเป็นผลจากปฏิกิริยานิวเคลียร์

การนำไปประยุกต์ใช้งาน

[แก้]
เครื่องปฏิกรณ์การถ่ายภาพรังสีด้วยนิวตรอน ที่ศุนย์การทดสอบเชื้อเพลิงร้อน ห้องทดลองแห่งชาติไอดาโฮ ขนาด 250 kW ประกอบด้วยหลอดลำแสง 2 หลอด และสถานีแยกรังสี 2 สถานี อุปกรณ์นี้ถูกใช้สำหรับการถ่ายภาพรังสีด้วยนิวตรอนสำหรับวัตถุขนาดเล็ก แสงวาบสีฟ้าเกิดจากการแผ่รังสีเชเรนคอฟ น้ำใส ๆ รอบแกนกลางใช้ป้องกันผู้สังเกตการณ์จากการแผ่รังสี

พลังงานแผ่รังสีถูกใช้สำหรับแผ่รังสีความร้อน สามารถให้แสงสว่างกับหลอดอินฟราเรด หรือทำให้น้ำร้อน พลังงานความร้อนจะถูกส่งออกไปจากแหล่งผลิตใต้พื้น หรือหลังฝาผนังหรือบนฝ้า เพื่อให้ความอบอุ่นกับคนหรือสิ่งของที่อยู่ในห้องแทนที่จะให้ความร้อนโดยตรงด้วยอากาศร้อน วิธีนี้ อุณหภูมิของอากาศอาจต่ำกว่าการทำอาคารให้ร้อนโดยวิธีเดิม

นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีการนำไปใช้ในลักษณะดังต่อไปนี้

  • การตรวจโรคและการรักษาโรค
  • การแยกและเรียงลำดับ
  • ตัวกลางในการควบคุม
  • ตัวกลางในการสื่อสาร

การนำไปประยุกต์ใช้งานเหล่านี้ต้องใช้แหล่งพลังงานที่แผ่รังสีและตรวจจับสัญญาณการแผ่รังสีที่บอกลักษณะสมบัติของรังสีที่แผ่ออกมา ตัวตรวจจับพลังงานที่แผ่รังสีนี้ จะสร้างสภาวการณ์ให้ทำการเพิ่มหรือลดการแผ่รังสีโดยวิธีทางกระแสไฟฟ้าหรือวิธีอื่น เช่นการปรับเปลี่ยนแผ่นฟิล์มที่รับแสงเป็นต้น

หนึ่งในโทรศัพท์ไร้สายยุคแรก ที่มีพื้นฐานมาจากพลังงานแผ่รังสีถูกประดิษฐ์โดย นิโคลา เทสลา อุปกรณ์ใช้เครื่องส่งและเครื่องรับที่มีการสั่นพ้องที่ความถี่เดียวกัน ทำให้มีการสื่อสารระหว่างกันได้ ในปี ค.ศ. 1916 เขานำเอาการทดลองที่เคยทำเมื่อปี ค.ศ. 1896[2] มาศึกษาใหม่ เขาพบว่า "เมื่อไรก็ตามทีผมได้รับผลกระทบของเครื่องส่ง หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด (ในการตรวจจับการส่งสัญญาณแบบไร้สาย) คือ ป้อนสนามแม่เหล็กให้เกิดกระแสในตัวนำ และเมื่อผมทำอย่างนั้น ความถี่ต่ำให้เสียงออกมา"

หน่วยวัดรังสี

[แก้]

หน่วยเอสไอของการวัดปริมาณการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Radiometry)

ปริมาณ หน่วย มิติ หมายเหตุ
ชื่อ สัญลักษณ์[nb 1] ชื่อ สัญลักษณ์ สัญลักษณ์
พลังงานการแผ่รังสี
(Radiant energy)
Qe[nb 2] จูล (joule) J ML2T−2 พลังงาน
ฟลักซ์การแผ่รังสี
(Radiant flux)
Φe[nb 2] วัตต์ (watt) W ML2T−3 พลังงานการแผ่รังสีต่อหน่วยเวลา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "กำลังการแผ่รังสี"
ฟลักซ์เชิงสเปกตรัม
(Spectral flux)
Φeλ[nb 2][nb 3] วัตต์ต่อเมตร Wm−1 MLT−3 พลังงานการแผ่รังสีต่อความยาวคลื่น
ความเข้มของการแผ่รังสี
(Radiant intensity)
Ie วัตต์ต่อสเตอเรเดียน Wsr−1 ML2T−3 กำลังต่อหน่วยมุมตัน
ความเข้มเชิงสเปกตรัม
(Spectral intensity)
Ieλ[nb 3] วัตต์ต่อสเตอเรเดียนต่อเมตร Wsr−1m−1 MLT−3 ความเข้มการแผ่รังสีต่อความยาวคลื่น
ความแผ่รังสี
(Radiance)
Le วัตต์ต่อสเตอเรเดียนต่อตารางเมตร Wsr−1m−2 MT−3 power per unit solid angle per unit projected source area.

confusingly called "intensity" in some other fields of study.

ความแผ่รังสีเชิงสเปกตรัม
(Spectral radiance)
Leλ[nb 3]
or
Leν[nb 4]
วัตต์ต่อสเตอเรเดียนต่อลูกบาศก์เมตร
หรือ
วัตต์ต่อสเตอเรเดียนต่อตารางเมตรต่อเฮิรตซ์
Wsr−1m−3
หรือ
Wsr−1m−2Hz−1
ML−1T−3
หรือ
MT−2
commonly measured in Wsr−1m−2nm−1 with surface area and either wavelength or frequency.


ความรับอาบรังสี
(Irradiance)
Ee[nb 2] วัตต์ต่อตารางเมตร Wm−2 MT−3 power incident on a surface, also called radiant flux density.

sometimes confusingly called "intensity" as well.

ความรับอาบรังสีเชิงสเปกตรัม
(Spectral irradiance)
Eeλ[nb 3]
or
Eeν[nb 4]
วัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
หรือ
วัตต์ต่อตารางเมตรต่อเฮิรตซ์
Wm−3
หรือ
Wm−2Hz−1
ML−1T−3
หรือ
MT−2
commonly measured in Wm−2nm−1
or 10−22Wm−2Hz−1, known as solar flux unit.[nb 5]


ความเปล่งรังสี
(Radiant emittance)
Me[nb 2] วัตต์ต่อตารางเมตร Wm−2 MT−3 power emitted from a surface.
ความเปล่งรังสีเชิงสเปกตรัม /
(Spectral radiant emittance)
Meλ[nb 3]
or
Meν[nb 4]
วัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
หรือ
วัตต์ต่อตารางเมตรต่อเฮิรตซ์
Wm−3
หรือ
Wm−2Hz−1
ML−1T−3
หรือ
MT−2
power emitted from a surface per wavelength or frequency.


Radiosity Je หรือ Jeλ[nb 3] วัตต์ต่อตารางเมตร Wm−2 MT−3 emitted plus reflected power leaving a surface.
Radiant exposure He จูลต่อตารางเมตร Jm−2 MT−2
ความหนาแน่นของพลังงานการแผ่รังสี
(Radiant energy density)
ωe จูลต่อลูกบาศก์เมตร Jm−3 ML−1T−2
ดูเพิ่ม SI · การวัดรังสี (Radiometry) · การวัดแสง (Photometry)
  1. Standards organizations recommend that radiometric quantities should be denoted with a suffix "e" (for "energetic") to avoid confusion with photometric or photon quantities.
  2. 1 2 3 4 5 Alternative symbols sometimes seen: W or E for radiant energy, P or F for radiant flux, I for irradiance, W for radiant emittance.
  3. 1 2 3 4 5 6 Spectral quantities given per unit wavelength are denoted with suffix "λ" (Greek) to indicate a spectral concentration. Spectral functions of wavelength are indicated by "(λ)" in parentheses instead, for example in spectral transmittance, reflectance and responsivity.
  4. 1 2 3 Spectral quantities given per unit frequency are denoted with suffix "ν" (Greek)—not to be confused with the suffix "v" (for "visual") indicating a photometric quantity.
  5. NOAA / Space Weather Prediction Center includes a definition of the solar flux unit (SFU).

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Moran, M.J. and Shapiro, H.N., Fundamentals of Engineering Thermodynamics, Chapter 4. "Mass Conservation for an Open System", 5th Edition, John Wiley and Sons. ISBN 0-471-27471-2.
  2. Anderson, Leland I. (editor), Nikola Tesla On His Work With Alternating Currents and Their Application to Wireless Telegraphy, Telephony and Transmission of Power, 2002, ISBN 1-893817-01-6.