พระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม)
พระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม).jpg
พระนามาภิไธยพระศรีวรราช
พระปรมาภิไธยพระสุนทรราชวงศา
พระอิสริยยศเจ้าประเทศราช
ราชวงศ์สุวรรณปางคำ
ครองราชย์พ.ศ. 2421
รัชกาล8 ปี
รัชกาลก่อนพระสุนทรราชวงศา (เจ้าเหม็น)
รัชกาลถัดไปเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล
ข้อมูลส่วนพระองค์
พิราลัยพ.ศ. 2429 (เมืองยโสธร)
พระบิดาพระสุนทรราชวงศา (เจ้าเหม็น)
พระมารดาไม่ปรากฏพระนาม
พระมเหสีไม่ปรากฏพระนาม
พระบุตรไม่มี

พระสุนทรราชวงศา หรือ เจ้าสุพรหม เจ้าผู้ครองเมืองยศสุนทรประเทศราช องค์ที่ 5 และเป็นพระโอรสของพระสุนทรราชวงศา (เจ้าเหม็น) เจ้าผู้ครองเมืองยศสุนทรประเทศราช องค์ที่ 4 เป็นพระนัดดาของพระสุนทรราชวงศาฯ (เจ้าฝ่ายบุต) และพระปนัดดาของเจ้าพระวิไชยราชสุริยวงษขัติยราช เจ้าผู้ครองอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก องค์ที่ 3 และเจ้าพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองเมืองอุบลราชธานีศรีวนาไลยประเทศราชองค์แรก อันสืบเชื้อสายมาแต่พระเจ้าสุวรรณปางคำ ปฐมราชวงศ์สุวรรณปางคำ ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (จังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบัน)

พระประวัติ[แก้]

พ.ศ. 2420 พระสุนทรราชวงศา (เจ้าเหม็น) ได้ประชวร และถึงแก่พิราลัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2421 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระศรีวรราช (สุพรหม) บุตรพระสุนทรราชวงศาฯ (เจ้าเหม็น) เป็นที่พระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม) เจ้าผู้ครองเมืองยศสุนทร คนที่ 5 (พ.ศ. 2420-2429)

พ.ศ. 2423 หลวงจุมพลภักดี นายกอง บุตรหลานของเจ้าพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ไปตั้งบ้านบึงโดนขึ้นแขวงเมืองยศสุนทร ซึ่งพระสุนทรราชวงศา (เจ้าเหม็น) เจ้าผู้ครองเมืองยศสุนทรคนก่อนได้ตั้งให้เป็นกรมการเมืองยศสุนทรนั้น จะขอทำส่วยผลเร่วแยกจากเมืองยศสุนทรขึ้นต่อกรุงเทพฯ โดยตรง แต่ฝ่ายพระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม) เจ้าผู้ครองเมืองไม่ยอมตามหลวงจุมพลภักดีๆ มีความขุ่นเคืองจึงเอาบัญชีรายชื่อตัวเลขไปสมัครขึ้นกับพระราษฎรบริหาร เจ้าเมืองกมลาไสย และมีใบกราบบังคมทูลขอตั้งบ้านบึงโดนขึ้นเป็นเมือง ขอตั้งหลวงจุมพลภักดีเป็นเจ้าเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านบึงโดนขึ้นเป็นเมืองเสลภูมินิคม ให้หลวงจุมพลภักดีเป็นพระนิคมบริรักษ์ เจ้าเมืองเสลภูมินิคม ให้ท้าวสุริยะเป็นอัคฮาด ให้ท้าวผู้ช่วยเป็นอัควงษ์ ท้าวสุทธิสารเป็นอัคบุตร รักษาราชการเมืองเสลภูมินิคมขึ้นกับเมืองกมลาไสย

พระกรณียกิจ และเหตุการณ์สำคัญ[แก้]

พ.ศ. 2426 พวกฮ่อได้ยกกำลังมาตั้งอยู่ที่ทุ่งเชียงคำ เมืองยศสุนทรได้รับเกณฑ์ให้เอากำลังช้างม้าโคต่าง ๆ ไปเป็นพาหนะบรรทุกเสบียงไปเลี้ยงกองทัพ

พิราลัย[แก้]

พระสุนทรวรราชวงศา (เจ้าสุพรหม) ได้ถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. 2429 ปี พ.ศ. 2435 เจ้าอุปราช (แก) เจ้าราชบุตร (หนู) พระศรีวรราช พร้อมด้วยท้าวเพี้ยกรมการเมืองบอกขอรับพระราชทานหีบศิลาหน้าเพลิงขึ้นมาพระราชทานเพลิงศพพระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม) แต่หาทันได้เผาไม่

พ.ศ. 2436 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ข้าหลวงต่างพระองค์ผู้สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้หลวงพิทักษ์สุเทพ (ข้าหลวง) ท้าวไชยกุมารแห่งเมืองอุบลราชธานี ขึ้นมาจัดราชการเมืองยโสธร แล้วเจ้าอุปราช (แก) เจ้าราชบุตร (หนู) พระศรีวรราช ท้าวสิทธิกุมาร ผู้ที่รับหน้าที่เจ้าราชวงศ์ จึงพร้อมด้วยหลวงพิทักษ์สุเทพ ขึ้นมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพพระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม) เมื่องานพระราชทานเพลิงศพฯ เสร็จลง เมืองยโสธรก็ว่างเว้นจากเจ้าผู้ครองเมือง เหลือแต่เจ้าอุปราช (แก) เจ้าราชบุตร (หนู) รับราชการกับหลวงพิทักษ์สุเทพ

ในปีนี้เองเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้ยกกำลังจากเมืองญวนมาตีเมืองสมโบกของไทย ฝ่ายเมืองยโสธรได้ถูกเกณฑ์กำลังทหารไปสมทบกองทัพจากกรุงเทพฯ ทั้งสามกองทัพ กองทัพละ 1,000 คน จำนวน 1,000 นาย โดยมีหลวงพิทักษ์สุเทพเป็นนายคุมทัพไป

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า พระสุนทรราชวงศา (เจ้าสุพรหม) ถัดไป
พระสุนทรราชวงศาฯ (เจ้าเหม็น)
พ.ศ. 2400 - พ.ศ. 2412
2leftarrow.png Seal Yasothon.png
เจ้าผู้ครองเมืองยศสุนทรประเทศราช
(พ.ศ. 2421 - พ.ศ. 2429)
2rightarrow.png พระสุนทรราชเดช (แก)
พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2438