พระยาพายัพพิริยกิจ (เป้า จารุเสถียร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำมาตย์เอก
พระยาพายัพพิริยกิจ (เป้า จารุเสถียร)
ว.ป.ร.4
เกิด8 พฤษภาคม พ.ศ. 2424
เสียชีวิต10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 (45 ปี)
สาเหตุเสียชีวิต
ถูกลอบยิง
ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสระบุรี
บุตรพลเอก จำเป็น จารุเสถียร
จอมพล ประภาส จารุเสถียร

อำมาตย์เอก พระยาพายัพพิริยกิจ (8 พฤษภาคม 2424-10 กุมภาพันธ์ 2470) ขุนนางชาวไทย ต้นตระกูลจารุเสถียรโดยได้ขอพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะมียศและบรรดาศักดิ์เป็น อำมาตย์โท พระบุรีสราธิการ ผู้ว่าราชการเมืองสระบุรี และได้รับพระราชทานมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2456 เป็นลำดับที่ 889 [1] อดีตผู้ตรวจการ มณฑลนครราชสีมา อดีตผู้ว่าราชการ เมืองสระบุรี อดีตปลัด มณฑลกรุงเก่า อดีตปลัด มณฑลภูเก็ต อดีตปลัด มณฑลพายัพ อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดพระประแดง และเป็นบิดาของ พลเอก จำเป็น จารุเสถียร อดีตสมุหราชองครักษ์ อดีตนายก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ จอมพลประภาส จารุเสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต ผู้บัญชาการทหารบก อดีตรอง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตรักษาการ อธิบดีกรมตำรวจ และอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ประวัติ[แก้]

อำมาตย์เอก พระยาพายัพพิริยกิจ มีนามเดิมว่า เป้า จารุเสถียร เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2424 เป็นบุตรชายของ ขุนศรีพลภักดิ์ จบการศึกษาจาก โรงเรียนมหาดเล็กหลวง และได้เดินทางไปฝึกราชการที่ มณฑลกรุงเก่า ก่อนจะเดินทางกลับมายังกรุงเทพมหานครและได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2445 [2]

ด้านชีวิตครอบครัวมีภรรยาทั้งสิ้น 2 ท่านคือ คุณหญิงแช่ม จารุเสถียร และ เจ้าบัวตอง โดยมีบุตรธิดาที่เกิดจาก คุณหญิงแช่ม 4 คนและที่เกิดจาก เจ้าบัวตอง 6 คน

พระยาพายัพพิริยกิจถึงแก่กรรมเนื่องจากถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 [3] และได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพที่ วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 9 กันยายน ปี พ.ศ. 2473 โดยได้พระราชทานเงิน 1000 สตางค์ ผ้าขาว 4 พับ[4]

รับราชการ[แก้]

  • 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2446 - รับพระราชทานสัญญาบัตรตำแหน่งหน้าที่ราชการ [5]
  • 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2446 ผู้ตรวจการ มณฑลนครราชสีมา[6]
  • นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์
  • 7 มกราคม พ.ศ. 2447 - กรมการในกองข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครราชสีมา ถือศักดินา 600 [7]
  • ข้าหลวงมหาดไทยมณฑลอุดร
  • 2 มิถุนายน พ.ศ. 2456 ผู้รั้งผู้ว่าราชการเมืองสระบุรี[8]
  • 21 สิงหาคม พ.ศ. 2456 - ผู้ว่าราชการ เมืองสระบุรี[9]
  • 8 ตุลาคม พ.ศ. 2457 ปลัดมณฑลกรุงเก่า[10]
  • 18 ธันวาคม พ.ศ. 2457 - ปลัดมณฑลภูเก็ต[11]
  • 25 ตุลาคม พ.ศ. 2459 - ปลัด มณฑลพายัพ[12]
  • 25 มีนาคม พ.ศ. 2468 - รั้งตำแหน่งนครบาล จังหวัดพระประแดง[13]
  • 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469 - ผู้ว่าราชการ จังหวัดพระประแดง[14]

บรรดาศักดิ์[แก้]

  • 7 มกราคม พ.ศ. 2447 - ขุนวรภักดิ์พิบูลย์ [15]
  • 22 เมษายน พ.ศ. 2451 - หลวงอนุรักษ์ภักดี[16]
  • 21 สิงหาคม พ.ศ. 2456 - พระบุรีสราธิการ[17]
  • 24 ธันวาคม พ.ศ. 2463 - พระยาพายัพพิริยกิจ[18]

ยศ[แก้]

  • 20 สิงหาคม พ.ศ. 2454 - อำมาตย์ตรี[19]
  • 16 มิถุนายน พ.ศ. 2455 นายหมู่ตรี[20]
  • 21 สิงหาคม พ.ศ. 2456 - อำมาตย์โท[21]
  • 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2458 - นายหมวดโท[22]
  • 20 ธันวาคม พ.ศ. 2461 - อำมาตย์เอก[23]
  • 23 ธันวาคม พ.ศ. 2461 นายหมวดเอก[24]
  • นายกองตรีเสือป่า
  • 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 นายกองโทเสือป่า[25]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศพระราชทานนามสกุลครั้งที่ 10
  2. นักเรียนหลวงเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
  3. ข่าวตาย (หน้า 3801)
  4. พระราชทานเพลิงศพ
  5. พระราชทานสัญญาบัตรตำแหน่งหน้าที่ราชการ
  6. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย
  7. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  8. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย
  9. ตั้งและเลื่อนบรรดาศักดิ์
  10. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ย้ายผู้ว่าราชการเมืองนครราชสีมา
  11. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ย้ายข้าราชการ
  12. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย
  13. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย (หน้า 3954)
  14. แจ้งความกระทรวงมหาดไทย (หน้า 3197)
  15. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  16. ส่งสัญญาบัตรขุนนางไปพระราชทาน
  17. ตั้งและเลื่อนบรรดาศักดิ์
  18. พระราชทานบรรดาศักดิ์ (หน้า 3267)
  19. พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานยศ แก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย (หน้า 978)
  20. สั่งสัญญาบัตรเสือป่าไปพระราชทาน
  21. พระราชทานยศ
  22. พระราชทานเลื่อนยศนายเสือป่า (หน้า ๘๘๒)
  23. พระราชทานยศ (หน้า 2473)
  24. พระราชทานยศเสือป่า
  25. พระราชทานยศเสือป่า
  26. พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน