พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร
Golden Buddha statue at Wat Traimit.jpg
พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ประดิษฐาน ณ พระมหามณฑป พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อเต็ม พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร
ชื่อสามัญ พระสุโขทัยไตรมิตร หรือพระทองสุโขทัย
ประเภท พระพุทธรูป
ศิลปะ ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย
ขนาด
• ความกว้าง
• ความสูง

6 ศอก 5 นิ้ว
7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว (3.04 เมตร)
วัสดุ ทองคำแท้ น้ำหนัก 5.5 ตัน (ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา)
สถานที่ประดิษฐาน พระมหามณฑป พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
ความสำคัญ พระพุทธรูปทองคำแท้ในสมัยสุโขทัย
หมายเหตุ สามารถแยกออกจากกันได้ 9 ส่วน คือ พระเศียร 1 ส่วน พระองค์ 1 ส่วน พระพาหาข้างละ 3 ส่วน และพระเพลาอีก 1 ส่วน นอกจากนี้ยังมีพระเกตุมาลาซึ่งแยกไว้ต่างหาก

พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ทั้งองค์ หนักถึง 5.5 ตัน เฉพาะมูลค่าทองคำตามที่บันทึกในกินเนสบุ๊คนั้น อยู่ที่ประมาณ 28.5 ล้านปอนด์

ประวัติ[แก้]

ข้อสันนิษฐาน[แก้]

ประวัติว่าสร้างเมื่อใดยังไม่แน่ชัด เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญของวัดมหาธาตุ สุโขทัย ดังที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกว่า "วัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัย มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม" ซึ่งพิจารณาทั้งตามหลักฐานอื่นและเหตุผลประกอบแล้ว พระพุทธรูปองค์นี้ น่าจะเป็น พระพุทธรูปทอง องค์ดังกล่าว เพราะปริมาณทองคำแท้นี้ รวมถึงขนาดพระพุทธรูปนี้ ย่อมเกินกว่าที่สามัญชนทั่วไปพึงสร้างเป็นสมบัติ

แต่อย่างไรก็ดี ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกพอกปูนลงรักปิดทองทั่วทั้งองค์ เพื่อเป็นการอารักขาภัย แต่ไม่ทราบว่าตกไปอยู่ในสถานที่ใดบ้าง ทราบแต่เพียงว่าล่าสุด ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระยาไกร (วัดโชตนาราม) แต่ต่อมา วัดพระยาไกร กลายเป็นวัดร้าง ไม่มีผู้ดูแล ประกอบกับ บริษัท อีสต์เอเชียติก จำกัด ประสงค์ขอเช่าพื้นที่ของวัดเพื่อดำเนินกิจการของบริษัท ที่ประชุมคณะสงฆ์จึงให้วัดไตรมิตรวิทยาราม และวัดไผ่เงินโชตนาราม ไปอัญเชิญพระพุทธรูปสององค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระยาไกรนั้น ไปประดิษฐานไว้ตามสมควร ทางคณะของวัดไผ่เงินฯได้เดินทางไปถึงก่อน จึงเลือกอัญเชิญพระพุทธรูปสำริดไป เหลือพระพุทธรูปปูนปั้นไว้ให้วัดไตรมิตร

ข้อสันนิษฐานว่าเหตุใด พระพุทธรูปจึงประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกร บ้างก็ว่าสมัยรัชกาลที่ 1 ได้ให้กรมพระราชวังบวรสุรสิงหนาท อัญเชิญพระพุทธรูปจากเมืองสุโขทัยและเมืองอื่น ๆ เป็นจํานวน 100 กว่าองค์ นํามาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ รวมทั้งพระพุทธรูปทองคําองค์นี้ด้วย แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเป็นพระพุทธรูปทองคําขนาดใหญ่มาก นําไปประดิษฐานไว้ในพระอารามหลวงมากกว่าที่จะนําไปประดิษฐานที่วัดราษฎร์ อีกประการคือ เมื่อหุ้มด้วยปูนน่าจะเกิดการกะเท่าแตกบ้างขณะขนย้ายมายังกรุงเทพ และเรื่องที่ว่า มีขุนนางบางคนเห็นประโยชน์ส่วนตัว จึงยักยอกเอาพระพุทธรูปทองคําองค์นี้ไว้เป็นสมบัติส่วนตัว แล้วสั่งให้ช่างเอาปูนไล้เสียให้ทั่วองค์พระ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะการเก็บเป็นความลับเรื่องพระพุทธรูปทองคําที่มีขนาดใหญ่จึงเป็นเรื่องที่ทําได้ยากมาก

ส่วนอีกข้อสันนิษฐาน คือ พระพุทธรูปทองคําองค์นี้น่าจะหล่อขึ้นในสมัยเดียวกันกับการสร้างวัดพระยาไกร กล่าวคือ พระยาไกรโกษาได้สร้างพระพุทธรูปทองคําขึ้นมาเพื่อเป็นพระประธานของวัด สันนิษฐานได้ว่า พระยาไกรโกษาเป็นผู้ที่ มองการณ์ไกล เนื่องจากถ้าเกิดศึกสงครามขึ้นมาก็สามารถถอดออกและขนย้ายได้สะดวกกว่าการขนย้ายพระทั้งองค์ ส่วนการไล้ปูนทั่วองค์พระพุทธรูปนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ประการแรก เพื่อเป็นการป้องกันการครหานินทา เนื่องจากว่าไม่เคยมีผู้ใดเคยสร้างพระพุทธรูปทองคําขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อน[1]

ค้นพบ[แก้]

ในขั้นแรกเมื่อถึงวัดไตรมิตร ก็ได้แต่เพียงปลูกเพิงสังกะสีธรรมดา เพื่อบังแดดบังฝน ไว้ริมถนนด้านทิศตะวันออกของพระอุโบสถ เป็นเวลาถึง 20 ปี ด้วยยังหาที่จะประดิษฐานอันเหมาะสมมิได้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 จึงทำการสร้างวิหารใหม่ ด้วยตั้งใจจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้โดยเฉพาะ เพื่อจะได้ทำการประดิษฐานพระพุทธรูป ให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี แต่ในขณะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูป เนื่องจากพระพุทธรูปมีน้ำหนักมาก สายเครื่องกว้านจึงขาดลง ทำให้พระพุทธรูปตกกระแทกพื้น ส่งผลให้ปูนที่หุ้มบริเวณพระอุระกระเทาะออก เผยให้เห็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ท่านเจ้าอาวาสจึงให้ลอกปูนออกทั้งองค์ แล้วนำขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิหารนั้นมาจนถึงปี 2550

พอย่างเข้าปลายปี 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างพระมหามณฑป พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แทนพระพระวิหารองค์เดิม ซึ่งคับแคบมาก และเมื่อปลายปี 2552 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพิธีสวมพระเกตุมาลาบนเหนือพระเศียรพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรด้วย

ลักษณะ[แก้]

พระสุโขทัยไตรมิตร ขณะประดิษฐาน ณ พระวิหารหลังเก่า ภายในวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

พระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปสุโขทัย ปางมารวิชัย มีหน้าตักกว้าง 3.10 เมตร มีหน้าตัก กว้าง 6 ศอก 1 คืบ น้ำหนักประมาณ 5 ตันเศษ มีรูปลักษณะพระพักตร์ยาว คางหยัก สังฆาฏิเป็นเขี้ยว ตะขาบทั้งข้างหน้าและข้างหลัง นิ้วเป็นนิ้วมนุษย์ผิดกับนิ้วพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยหมวดพระชินราช ซึ่งมีนิ้ว พระหัตถ์เสมอกันทั้ง 5 นิ้ว สูงจากฐานถึงยอดพระเกตุมาลา 3.94 เมตร ถอดออกได้เป็น 9 ชิ้น คือ พระพาหาทั้งสอง พระหัตถ์ทั้ง สอง พระชงฆ์ทั้งสอง พระเพลาทั้งสอง และตรงพระศอ โดยมีกุญแจสําหรับถอดและประกอบกันเข้าแล้วก็สนิทเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน[1] มีความบริสุทธิ์ของเนื้อทองจากฐานขององค์พระ 40 เปอร์เซนต์ เรื่อยขึ้นไปถึงพระพักตร์มีความบริสุทธิ์ของทอง 80 เปอร์เซนต์ ส่วนยอดเป็นทองคำเนื้อแท้ 99.99 เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำหนักเฉพาะส่วนยอดนี้ 45 กิโลกรัม[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ตำนาน "วัดพระยาไกร" กับ "หลวงพ่อทองคำ" ก่อนถูกย้ายสู่ "วัดไตรมิตร"". ศิลปวัฒนธรรม. 6 ธันวาคม พ.ศ.2562.
  2. โรม บุนนาค (24 ต.ค. 2561). "พระพุทธรูปทองคำถูกโบกปูนซ่อนไว้มีที่ไหนบ้าง! เผยออกมาแล้วหลายองค์ ที่ถูกซ่อนอยู่ก็ยังมี!!". ผู้จัดการออนไลน์.
  • พระครูโสภณสุทธิวัฒน์. ประวัติพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : บริษัท กราฟิกอาร์ตพริ้นติ้ง จำกัด, พฤษภาคม 2549.

ดูเพิ่ม[แก้]