ผู้ใช้:M sky/4 มินิตส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"4 มินิตส์"
ภาพปกซิงเกิล "4 มินิตส์"
ซิงเกิล โดย มาดอนน่า ร่วมกับ จัสติน ทิมเบอร์เลก และ ทิมบาแลนด์
จากอัลบั้ม ฮาร์ดแคนดี
ออกจำหน่าย17 มีนาคม พ.ศ. 2551
รูปแบบแผ่นเสียง ซีดีซิงเกิล ดิจิตอลดาวน์โหลด
บันทึกเสียงพ.ศ. 2550
แนวเพลงแดนซ์ป๊อป ฮิปฮอป
ความยาว4:04 (ฉบับอัลบั้ม)
3:10 (ปรับใหม่)
ค่ายเพลงวอร์เนอร์มิวสิกกรุ๊ป
ผู้ประพันธ์มาดอนน่า, ทิมบาแลนด์, จัสติน ทิมเบอร์เลก, แดนจา
โปรดิวเซอร์มาดอนน่า, ทิมบาแลนด์, จัสติน ทิมเบอร์เลก, แดนจา
ลำดับผลงานอื่นๆ ของ มาดอนน่า
"เฮย์ยู"
(2550)
"4 มินิตส์"
(2551)
"กิฟอิตทูมี"
(2551)
ลำดับผลงานของ จัสติน ทิมเบอร์เลก
"รีลีส"
(2551)
"4 มินิตส์"
(2551)
"เดดแอนด์กอน"
(2552)
ลำดับผลงานของ ทิมบาแลนด์
"อีลีเวเตอร์"
(2551)
"4 มินิตส์"
(2551)
"เดนเจอร์รัส"
(2551)

"4 มินิตส์" (อังกฤษ: 4 Minutes) คือซิงเกิลแรกของมาดอนน่าจากอัลบั้ม ฮารืดแคนดี ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดยวอร์เนอร์มิวสิกกรุ๊ป แต่เดิมเพลงนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "4 มินสิตส์ทูเซฟเดอะเวิลด์" (4 Minutes to Save the World) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความเร่งด่วนในปัจจุบันที่ต้องรักษาโลกไว้[1] ซึ่งมาดอนน่ากล่าวว่าบทเพลงนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เธออำนวยการผลิตสารคดี ไอแอมบีคอสวีอาร์

เพลงนี้ยังมีศิลปินชาวอเมริกันอีก 2 คนร่วมขับร้องด้วยคือจัสติน ทิมเบอร์เลกและทิมบาแลนด์ มีการผสมผสานแนวดนตรีอัปเทมโปร่วมกับฮิปฮอป และทิมบาแลนด์ยังได้ขับร้องเสียงในลักษณะ bhangr[2] เครื่องดนตรีที่ใช้ในเพลงนี้ประกอบไปด้วยเครื่องเป่าทองเหลือง, ฟอกฮอร์น และคาวเบลล์ เนื้อเพลงได้สื่อถึงการเตือนใจสังคมที่มาดอนน่าได้รับแรงบันดาลใจจากการเยือนแอฟริกา[3]

"4 มินิตส์" ได้รับการยอย่องจากนักวิจารณ์เพลงร่วมสมัยมากมายและประสบความสำเร็จทั่วโลกจากการขึ้นชาร์ตเพลงในอันดับสูงสุดในออสเตรเลีย, แคนาดา, เยอรมนี, อิตาลี และประเทศในทวีปยุโรปอื่นๆ และเป็นซิงเกิลอันดับที่หนึ่งลำดับที่ 13 ของมาดอนน่าในสหราชอาณาจักร และเป็นศิลปินหญิงที่มีเพลงขึ้นชาร์ตรวมสูงสุดในบริติชชาร์ต[4] ในสหรัฐอเมริกา "4 มินิตส์" ขึ้นสู่อันดับสูงสุดที่ 3 ในบิลบอร์ด ฮอต 100 ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ 37 ของมาดอนน่าที่ขึ้นชาร์ตติด 1 ใน 10 และทำลายสถิติของเอลวิส เพรสลีย์อีกด้วย[5]

เพลงนี้ได้จัดทำมิวสิกวิดีโอควบคู่กับการประชาสัมพันธ์เพลง มาดอนน่าและจัสตินร้องและเต้นเบื้องหน้าจอยักษ์สีดำที่คืบคลานกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า ในตอนท้ายของมิวสิกวิดีโอมาดอนน่าและจัสตินถูกจอยักษ์ดังกล่าวดูดกลืนไปในที่สุด[6] นอกจากนี้มาดอนน่ายังขับร้องเพลง "4 มินิตส์" ระหว่างการจัด คอนเสิร์ตทัวร์สติกกีแอนด์สวีต เพื่อประชาสัมพันธ์อัลบั้ม ฮาร์ดแคนดี ต่อมาเพลงนี้ได้นำมาใช้ในการเปิดตัวช่วงการแสดงเรปซึ่งมาดอนน่าแต่งกายในชุดคล้ายหุ่นยนต์ในโลกอนาคต ระหว่างการขับร้องจัสตืนและทิมบาแลนด์จะขับร้องในวิดีโอ[7] เพลงนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีในสาขาเพลงป๊อปร้องประสานยอดเยี่ยม (Best Pop Collaboration with Vocals)[8]

การประพันธ์และแรงบันดาลใจ[แก้]

"4 มินิตส์ " เป็นผลงานการขับร้องร่วมกันของมาดอนน่า, จัสติน ทิมเบอร์เลก และทิมบาแลนด์ นอกจากนี้ทั้งสามยังเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเพลงนี้อีกด้วย ในส่วนของเนื้อเพลงเป็นผลงานการประพันธ์ร่วมของมาดอนน่าและทิมบาแลนด์[1] แต่เดิมนั้นเพลงนี้มีชื่อว่า "4 มินิตส์ ทูเซฟเดอะเวิลด์" ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายในการบันทึกเสียงของมาดอนน่าในอัลบั้ม ฮาร์ดแคนดี[3][6] ระหว่างการสัมภาษณ์กับเอ็มทีวี มาดอนน่ากล่าวถึงแนวคิดหลักของเพลงที่พัฒนาจากการอภิปรายร่วมกับจัสติน เธอยังอธิบายความหมายเพิ่มเติมของบทเพลงไว้ว่า

Well I don't think it's important to take it too literally. I think the song more than anything is about having a sense of urgency; about how we are you know, living on borrowed time essentially and people are becoming much more aware of the environment and how we're destroying the planet. We can't just keep distracting ourselves we do have to educate ourselves and wake up and do something about it. You know at the same time we don't want to be boring and serious and not have fun so it's kind of like well if we're going to save the planet can we have a good time while we are doing it?[1]

อินกริด ซิสชี จากนิตยสาร อินเทอร์วิว กล่าวว่าบทเพลงนี้เป็นเพลงบัลลาดสำหรับโลก ประกอบด้วย "เสียงแห่งวงที่รวมกันที่ยิ่งใหญ่"[3] มาดอนน่าเห็นด้วยกับอินกริดและตอบกลับว่าเพลงนี้เป็นหนึ่งในแรงบันลดาลใจของเธอในการจัดทำสารดีชุด ไอแอมบีคอสวีอาร์ ซึ่งเป็นสารคดีเกี่ยวกับความอดอยากของชาวแอฟริกันอย่างประเทศมาลาวี [3]

การเรียบเรียงดนตรี[แก้]

A 20-second sample of Madonna's "4 Minutes" song where the chorus is played. Madonna and Justin Timberlake trade the verses, and Madonna sings the words "tick-tock" at the end.

หากมีปัญหาในการเล่นไฟล์นี้ ดูที่ วิธีใช้สื่อ

"4 มินิตส์" เป็นเพลงอัปเทมโป้แดนซ์ผสมผสานแนวเพลงฮิปฮอป[9] และยังใช้เสียงเบสของวงมาร์ช It incorporates the bass effect of a marching band, a clanging beat and instrumentation from a brass that is played in a high riff.[6] Other musical instruments used are fog horns and cow bells.[2] The song is written in the key of G minor and is set in time signature of common time with a tempo of 115 beats per minute.[10] Timbaland's bhangra beats are featured at the start and the end of the song. Madonna and Timberlake's vocal range spans two octaves, from F3 to Bb5.[10] The song has a basic sequence of D–G–C–F–A–D as its chord progression.[10] Jon Pareles of The New York Times stated that "[h]owever, the song sounds as if four minutes is the time taken for a song to be a guaranteed pop hit or the time required for a quicky; in reality it is the only song from Hard Candy album which contains a message of social awareness in it." The sound of a clock ticking away emphasizes this message further.[11] Regarding the line "Sometimes I feel what I need is a you intervention", Madonna explained, "[y]eah, meaning, sometimes I think you need to save me."[3]

Critical reception[แก้]

Caryn Ganz of Rolling Stone described the song as having "a marching band aesthetic as blasting brass play a scale-like riff." She also called it "a loud, busy, energetic track," while comparing Timberlake's vocals with that of Michael Jackson.[6] Billboard music reviewer and editor Chuck Taylor said that with the song, Madonna "is poised to score her first top 10 hit since 2005's 'Hung Up'. [...] There's an awful lot going on in the busy dance track [...] but the trade-off chorus between Madge and Justin of 'We've only got four minutes to save the world' is hooky enough unto itself to sell the song." He added that "4 Minutes" qualifies as a record event "between superpowers [Madonna and Timberlake] who not only share equal billing, but sound gangbusters together."[2] Mark Savage of BBC described the sound as "so futuristic it could realistically have been beamed in from the end of the world."[12] Andy Gill of The Independent called "4 Minutes" one of Hard Candy's saviors. He noted that "the Mardi Gras marching-band bumping rumbustiously along," is one of the album's "most ambitious offerings."[13] Joey Guerra of Houston Chronicle compared the track to the work of Nelly Furtado and felt that the composition was "a bid for radio play."[14]

According to Sal Cinquemani of Slant Magazine, the song is "a blatant advertisement for the rest of the album."[15] Chris Williams of Entertainment Weekly called it a "flirty duet".[16] Ben Thompson of The Guardian said: "It has a hard to escape sense that all concerned are going through the motions [of life] – effortlessly, sometimes brilliantly."[17] Joan Anderman of The Boston Globe believed that the "song is a sure thing, a chart-topper for its sheer star power as well as instant musical allure, and on the eve of Madonna's 50th birthday [...] '4 Minutes' feels a lot like an icon's can't-miss gift to herself." However, he noticed that the "shift in the power structure [is nowhere] more blatant than on '4 Minutes', where Madonna sounds like a featured guest trying to keep pace with Timbaland's colossal beats and Timberlake's nimble melody."[18] Freedom du Lac of The Washington Post complimented the song for being busy and brassy. She commented: "[P]ropelled by a detonative marching-band beat [...] it's one of the most thrilling things Madonna has done in this decade."[19] Stephen Thomas Erlewine of Allmusic praised the melodic and rhythmic hook, but was disappointed that Madonna's voice is "drowned out by Timbaland's farting four-note synth – which might not have been so bad if the tracks were fresher and if the whole enterprise didn't feel quite so joylessly mechanical."[20]

ความนิยมบนชาร์ต[แก้]

A stage with four rectangular screens which display a black geometric patterned screen approaching. In front of the screen stands a female performer and her three dancers, clad in a robotic outfit
มาดอนน่าและนักเต้นออกมาจากจอเคลื่อนไหวเพื่อแสดงเพลง "4 มินิตส์"

ในสหรับอเมริกา "4 มินิตส์" ขึ้นชาร์ตครั้งแรกในอันดับที่ 68 ของบิลบอร์ด ฮอต 100 เสมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ทางแอร์เพลย์เท่านั้น[21] ในสัปดาห์เดียวกันเพลงนี้ก้าวกระโดดมาอยู่ในอันดับที่ 3 ของชาร์ต มียอดการดาวน์โหลดในสัปดาห์แรกกว่า 217,000 ครั้ง ทำให้เพลงนี้ขึ้นชาร์ต บิลบอร์ด ดิจิตอลชาร์ต ในอันดับที่ 2 ต่อจากเพลง "ทัชมายบอดี" ของมารายห์ แครีซึ่งครองอันดับที่ 1 ในขณะนั้น เพลงนี้กลายเป็นเพลงแรกของมาดอนน่าที่ติด 1 ใน 10 บนชาร์ตหลังจากการออกซิงเกิล "ฮังอัป" ในปี พ.ศ. 2548 และกลายเป็นเพลงที่ 37 ของเธอที่ติด 1 ใน 10 ชาร์ตฮอต 100 ซึ่งทำลายสถิติของเอลวิส เพรสลีย์[5] "4 มินิตส์" ยังเป็นซิงเกิลที่ขึ้นอันดับสูงที่สุดในชาร์ตฮอต 100 นับตั้งแต่เพลง "มิวสิก" ซึ่งขึ้นชาร์ตอันดับ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2543 สำหรับจัสตินเพลงนี้เป็นเพลงที่ 9 ที่ติดอันดับ 1 ใน 10[22] เพลงนี้ยังขึ้นอันดับสูงสุดในอันดับที่ 2 ของชาร์ตป๊อป 100[23] "4 มินิตส์" ประสบความสำเร็จใน บิลบอร์ด แดนซ์ชาร์ตซึ่งขึ้นอันดับสูงสุดทั้งในชาร์ตฮอตแดนซ์คลับซองและฮอตแดนซ์แอร์เพลย์[24][25] สี่เดือนภายหลังการออกจำหน่ายเพลง "4 มินิตส์" เพลงนี้ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว 2 แผ่นจากสมาคมอุตสาหกรรมดนตรีแห่งสหรัฐอเมริกา (RIAA) สำหรับยอดดาวน์โหลดกว่า 2 ล้านครั้ง[26] ปัจจุบันเพลงนี้มียอดดาวน์โหลด 2,476,000 ครั้งในสหรัฐอเมริกา[27] ในแคนาดาเพลงนี้ขึ้นชาร์ตครั้งแรกในอันดับที่ 27[28] และขึ้นสู่อันดับสูงสุดในสัปดาห์ต่อมา[29] เพลงนี้อยู่บนชาร์ตในอันดับที่ 1 อย่างไม่ต่อเนื่องกว่า 9 สัปดาห์[30]

"4 Minutes" was also a success in Australia and New Zealand. The song made its debut at number three on the Australian ARIA Singles Chart,[31] and ascended to the number-one position two weeks later, where it stayed for three consecutive weeks.[32] "4 Minutes" has been certified platinum by the Australian Recording Industry Association (ARIA) for the shipment of 70,000 copies.[33] In New Zealand, "4 Minutes" made its debut at number fourteen on the New Zealand Singles Chart,[34] and ascended to the top ten, finally peaking at number three.[35] The song has been certified gold by the Recording Industry Association of New Zealand (RIANZ) for the shipment of 7,500 copies.[36]

"4 Minutes" debuted on the official UK Singles Chart at number seven, based only on download sales. The song became Madonna's sixtieth top-ten single in the UK.[37] The song rose to the top of the chart on April 20, 2008, thus giving Madonna her thirteenth UK number-one single.[38] She became the female solo artist with the most number-one singles in the British chart history; Kylie Minogue has the second most, with seven.[4] "4 Minutes" was number one on Billboard's Eurochart Hot 100 Singles for four weeks.[39] The song achieved similar success in the rest of Europe; it topped the charts in Belgium (Flanders and Wallonia), Denmark, Finland, Germany, Italy, Netherlands, Norway, Portugal and Switzerland, and reached number two in Austria, France and Sweden.[40]

Music video[แก้]

ไฟล์:4MinutesVideo(G3).PNG
A still from the music video showing Madonna and Justin Timberlake. The black background is seen behind Timberlake, devouring his sides.

The music video was directed by French duo Jonas & François.[41] It featured choreography by Jamie King, who worked on Madonna’s Confessions, Re-Invention and Drowned World tours as well as her video for the single "Sorry" (2006).[6] Japanese hip-hop dancing duo Hamutsun serve also made an appearance in the video.[6] Before its release, Rolling Stone said the video had Madonna and Timberlake playing superheroes while tackling physical obstacles.[6] In the video, Madonna wore a cream colored corset, glistening black boots and styled her hair in platinum blond waves while Timberlake wore mainly denims and had a scarf wrapped around his neck.[9] Regarding the idea behind the music video, Madonna said that "it was conceptualistic". She explained that the video was shot like a march past; "It's a movement, and we want to take everybody with us."[3] About the idea of a black screen devouring everything, Madonna said,

None of us did [understand the concept of the black screen]. It was just, you know, it's very conceptual. We basically gave the song to the two French directors [Jonas & Francois] and they came up with the only concept that I thought was interesting, with this black sort of amorphous graphic line slowly eating up the world. I just liked that as a concept.[1]

The video used soft focus, gentle lighting and airbrushing looks on Madonna.[42] It starts with Timbaland chanting the opening line in front of a giant timer screen that counts down from four minutes. As he sings, a black geometric patterned screen comes from behind and engulfs all of the musical devices present. Madonna and Timberlake enter a house but run away from it after finding the screen there, which starts eating the hands and legs of the inhabitants of the house, thus showing their insides. After a number of shots showing Madonna and Timberlake jumping on the cars to escape from the screen, they finally move into a supermarket. The screen follows them, consuming the long lines of stalls and the people present there.[9] As the second chorus starts, they arrive in front of the screen where Timbaland was singing. After choreographed dancing, Madonna performs a back arch as the timer reaches zero time.[42] The last "tick-tock, tick-tock" sound is heard, Madonna and Timberlake dance again on a long stage; the black screen approaches them from both sides. The video ends with both of them kissing, and the black screen devouring them. Timberlake's bones and ribs, and Madonna's cheeks are seen in the last shot.[42]

Regarding the video, Madonna said it was like "[g]oody goody gum drops," referring to the candy oriented theme of the album.[9] The New York Times called the video heart-pounding, and compared its momentum with the music video of "Thriller", "In the Air Tonight" and "Shadows of the Night".[43] However, they commented that the video did not yield a breakout Madonna look compared to her videos from the 1980s.[44] Singer Miley Cyrus created her own version of the video and posted it on her YouTube channel. Madonna responded to it in her own video and said, "All you people out there who are making videos to my new single, '4 Minutes,' keep up the good work, nice job." She was portrayed cleaning the set of the music video, of her follow up single "Give It 2 Me".[45] "4 Minutes" was nominated for an award at the 2008 MTV Video Music Awards in the "Best Dancing in a Video" category but lost to the Pussycat Dolls single "When I Grow Up".[46]

Live performances[แก้]

ไฟล์:4minuteslive.jpg
Madonna performs "4 Minutes" at the Sticky & Sweet Tour. Justin Timberlake appears on the screens.

The song was performed during the promotional tour for Hard Candy and Sticky & Sweet Tour (2008–09). At the promotional tour, "4 Minutes" was performed as the third song of the setlist. Madonna wore a shiny black dress with black tails, Adidas track pants and high-heeled, lace-up boots for the performance.[47] Justin Timberlake made an appearance alongside Madonna, at the Roseland Ballroom in New York, to perform the song.[48] As Timbaland appeared on the video screens, the beat of the song started. The four side-stage video screens began to glide across the stage, and swiveled around to reveal Timberlake behind one and Madonna behind the other. They performed the song in a similar choreography from the music video.[47] When the song came to an end, Madonna pushed Timberlake against a wall.[49]

On the Sticky & Sweet Tour, "4 Minutes" was performed as the opening song of the "Futuristic rave with Japanese influence" section.[50] During this segment, Madonna wore a futuristic robotic dress designed by Heatherette. She coupled it with metallic plates on her shoulder and a wig with long curled hair.[7][51] Madonna and her dancers emerged from behind backdrops, on which Timbaland and Timberlake appeared, to perform their lines. An apparent duet between Madonna and Timberlake ensues, with Timberlake singing and dancing his part from the screens. He joined Madonna in person, for the show at Los Angeles's Dodger Stadium on November 6, 2008, the same show in which Britney Spears appeared alongside Madonna to perform "Human Nature".[52] They performed "4 Minutes" in similar fashion to the promotional tour choreography.[53] Timbaland joined Madonna during the performance at Dolphin Stadium in Miami. The song was also used as a mashup during the introduction video called, "The Sweet Machine" and intermediate video "Get Stupid". The latter was a save-the-world video that portrayed people with good and bad intentions. It juxtaposed John McCain with Hitler and Barack Obama with Mahatma Gandhi.[7] "4 Minutes" was also used as mashups during the performance of songs like "Vogue" and "Hung Up".[54][55]

รูปแบบและรายชื่อเพลง[แก้]

Credits and personnel[แก้]

ชาร์ตและยอดจำหน่าย[แก้]

ก่อนหน้า M sky/4 มินิตส์ ถัดไป
"Bleeding Love" by Leona Lewis 2leftarrow.png U.S. Billboard Hot Dance Airplay number-one single
(June 7, 2008 – June 14, 2008)
2rightarrow.png "Pocketful of Sunshine" by Natasha Bedingfield
Canadian Hot 100 number-one single (first run)
(April 12, 2008 – May 24, 2009)
2rightarrow.png "Take a Bow" by Rihanna
"Touch My Body" by Mariah Carey 2leftarrow.png U.S. Billboard Hot Dance Club Play number-one single
(May 17, 2008 – May 31, 2008)
2rightarrow.png "Pocketful of Sunshine" by Natasha Bedingfield
"American Boy" by Estelle featuring Kanye West 2leftarrow.png UK Singles Chart number-one single
(April 20, 2008 – May 18, 2008)
2rightarrow.png "That's Not My Name" by The Ting Tings
"Low" by Flo Rida featuring T-Pain 2leftarrow.png Australian ARIA Singles Chart number-one single
(April 28, 2008 – May 19, 2008)
2rightarrow.png "Sweet About Me" by Gabriella Cilmi
"Take a Bow" by Rihanna 2leftarrow.png Canadian Hot 100 number-one single (second run)
(May 31, 2008 – June 21, 2008)
2rightarrow.png "I Kissed a Girl" by Katy Perry


References[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 MTV News (2008-03-13). "Madonna Talks Filth, Wisdom And Confectionary". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-04-24.
  2. 2.0 2.1 2.2 Taylor, Chuck (2008-03-29). "4 Minutes: Single review". Billboard.com. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2008-04-14.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 Sischy, Ingrid (2008-04-21). "Madonna: the one and only, on her life unchained". Interview magazine. CNET Networks. สืบค้นเมื่อ 2008-08-21.
  4. 4.0 4.1 4.2 Pahwa, Kiran (2008-04-21). "Madonna's '4 Minutes' tops UK singles chart". The Official Charts Company. TopNews.in. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  5. 5.0 5.1 5.2 Pietroluongo, Silvio (2008-04-02). "Mariah, Madonna Make Billboard Chart History". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 6.5 6.6 Ganz, Caryn (2008-02-15). "Madonna's New Album and Video: Exclusive Rolling Stone Preview". Rolling Stone. Jann Wenner. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  7. 7.0 7.1 7.2 Pareles, Jon (2008-10-05). "Aerobic, Not Erotic: The Concert as Workout". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27.
  8. Harris, Chris (2008-12-04). "Lil Wayne, Coldplay Lead Grammy Nominations". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27.
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 Harris, Chris (2008-04-03). "Madonna's '4 Minutes' Video Gets Online Sneak Peek". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  10. 10.0 10.1 10.2 "Madonna 4 Minutes - Digital Sheet Music". Music Notes. Alfred Publishing Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  11. Pareles, Jon (2008-04-27). "Material Woman, Restoring Her Brand". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  12. Savage, Mark (2008-04-08). "Review: Madonna's Hard Candy". BBC. สืบค้นเมื่อ 2008-04-14.
  13. Gill, Andy (2008-04-11). "Album: Madonna, Hard Candy (Warner Brothers)". The Independent. Independent News & Media. สืบค้นเมื่อ 2008-04-14.
  14. Guerra, Joey (2008-04-28). "Madonna's Hard Candy is mostly a success". Houston Chronicle. Hearst Corporation. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  15. Cinquemani, Sal (2008-04-23). "Madonna - Hard Candy". Slant Magazine. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  16. Williams, Chris (2008-04-18). "Music Review: Hard Candy (2008)". Entertainment Weekly. Time Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  17. Thompson, Ben (2008-04-20). "Thanks to her henchmen, the shameless idol still has much to give". The Guardian. Guardian News and Media Limited. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  18. Anderman, Joan (2008-04-27). "On her 11th CD, Madonna still has control issues". The Boston Globe. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  19. du Lac, Freedom (2008-04-29). "Madonna Gives Hip-Hop Fans Some Sugar". The Washington Post. The Washington Post Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  20. Erlewine, Stephen Thomas (2008-04-29). "allmusic ((( Hard Candy > Overview )))". Allmusic. Rovi Corporation. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  21. Cohen, Jonathan (2008-03-27). "Leona Lewis Scores First U.S. No. 1 Hit". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-01-08.
  22. Stack, Tim (2008-04-10). "Mariah Carey vs. Madonna: Total Eclipse of the Charts". Entertainment Weekly. Time Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  23. "Billboard Pop 100". Billboard. New York: Nielsen Business Media, Inc. 120 (20): 108. 2008-05-17. ISSN 0006-2510. สืบค้นเมื่อ 2009-07-23.
  24. "Billboard Hot Dance Club Play". Billboard. New York: Nielsen Business Media, Inc. 120 (21): 84. 2008-05-24. ISSN 0006-2510. สืบค้นเมื่อ 2009-07-23.
  25. "Billboard Hot Dance Airplay". Billboard. New York: Nielsen Business Media, Inc. 120 (23): 74. 2008-06-07. ISSN 0006-2510. สืบค้นเมื่อ 2009-07-23.
  26. 26.0 26.1 "RIAA certification - Madonna featuring Justin Timberlake - "4 Minutes"". Recording Industry Association of America. 2008-08-18. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  27. Trust, Gary (2009-08-28). "Ask Billboard: Battle of the Divas, Round 3". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-08-31.
  28. "Canadian Hot 100". Billboard. acharts.us. 2008-04-05. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  29. 29.0 29.1 "Canadian Hot 100". Billboard. acharts.us. 2008-04-12. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  30. "Canadian Hot 100". Billboard. acharts.us. 2008-05-24. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  31. "ARIA Singles Chart". ARIA Charts. acharts.us. 2008-04-14. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  32. 32.0 32.1 "ARIA Singles Chart". ARIA Charts. acharts. 2008-04-28. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  33. 33.0 33.1 "ARIA Charts - Accreditations - 2008 Singles". Australian Recording Industry Association. ARIA Charts. 2008-12-31. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  34. "RIANZ Top 40". Recording Industry Association of New Zealand. acharts.us. 2008-03-31. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  35. 35.0 35.1 "RIANZ Top 40". Recording Industry Association of New Zealand. acharts.us. 2008-04-28. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  36. 36.0 36.1 "Chart#1622 - New Zealand Weekly Top 40". Recording Industry Association of New Zealand. 2008-06-23. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  37. "UK Singles Chart". The Official Charts Company. acharts.us. 2008-03-24. สืบค้นเมื่อ 2008-04-21.
  38. Reporter, Daily (2008-04-20). "Madonna claims UK singles crown". BBC. BBC Online. สืบค้นเมื่อ 2009-09-14.
  39. 39.0 39.1 "Eurochart Hot 100 Singles". Billboard. New York: Nielsen Business Media, Inc. 120 (22): 60. 2008-05-31. ISSN 0006-2510. สืบค้นเมื่อ 2009-07-23.
  40. 40.00 40.01 40.02 40.03 40.04 40.05 40.06 40.07 40.08 40.09 40.10 40.11 "Madonna - 4 Minutes Ultratop". Ultratop 50. Ultratop.be/nl. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  41. News Staff, MTV (2008-01-31). "Madonna Sings 'Happy Birthday' To Justin Timberlake". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2008-04-08.
  42. 42.0 42.1 42.2 Trombetta, Natalie (2008-04-04). "Madonna touched up by the airbrush for her video striptease". Daily Mail. Associated Newspapers. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  43. Heffernan, Virginia (2008-04-17). "Madonna Cleans House". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  44. Wilson, Eric (2008-06-17). "Who's That Girl?". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  45. Guanlao, Nicole (2008-04-18). "Miley Cyrus' '4 Minutes' Viral Video Gets A Reply From Madonna". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-05-04.
  46. "MTV Video Music Awards 2008 - Highlights, Winners, Performers". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  47. 47.0 47.1 Rodman, Sarah (2008-04-30). "Madonna Opens Up "Candy" Shop". The Boston Globe. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-04-26.
  48. Hawgood, Alex (2008-05-01). "Gonna Make You Sweat". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27. Text " Madonna at the Roseland Ballroom" ignored (help)
  49. Trombetta, Natalie (2008-05-02). "Put Justin down Madonna, you're old enough to be his mother". Daily Mail. Associated Newspapers. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  50. Bernstein, Jacob (2008-08-05). "Madonna's Costumes for Her Sticky and Sweet Tour". WWD Lifestyle Magazine. Fairchild Fashion Group. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27.
  51. Harris, Chris (2008-06-06). "Madonna's Gonna Dress Herself Up In Heatherette". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27.
  52. Reporter, Staff (2008-11-07). "Britney and Justin's Mini Reunion at Madonna Concert". People. Time Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  53. Kaufman, Gil (2008-11-07). "Britney Spears And Justin Timberlake Appear Onstage With Madonna". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  54. Ganz, Caryn (2008-10-07). "Madonna's Sticky & Sweet Tour Rolls Into New York With Reworked Hits, Virtual Britney". Rolling Stone. Jann Wenner. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  55. Mumbi Moody, Nekesa (2008-10-05). "Madonna gives fans a treat with "Sticky & Sweet"". USA Today. Gannett Company. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  56. "Chartverfurlong - Madonna - 4 Minutes". Media Control Charts. สืบค้นเมื่อ 2009-08-27.
  57. "Irish Singles Chart". Irish Recorded Music Association. acharts.us. 2008-05-01. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  58. "Spanish Singles Chart". Productores de Música de España. acharts.us. 2008-04-30. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  59. "Belgium gold and platinum singles - 2008". Ultratop 50. Ultratop.be/nl. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  60. "Gold/Platin-Datenbank - (search for Madonna)". International Federation of the Phonographic Industry. MusikIndustrie.de. June 2008. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  61. "Mexican certification for "4 Minutes"". Asociación Mexicana de Productores de Fonogramas y Videogramas (in Spanish). สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.
  62. "Top 50 Canciones Anual 2008 Canciones" (PDF). Productores de Música de España (in Spanish). สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.

External links[แก้]

แม่แบบ:Madonna แม่แบบ:Madonna songs แม่แบบ:Justin Timberlake แม่แบบ:Timbaland