บิ๊กฟุต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บิ๊กฟุต หรือ ซาสควาทช์ (อังกฤษ: Bigfoot, Sasquatch) หรือชื่อที่แปลตรงตัวว่า "ไอ้ตีนโต" เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เชื่อว่ามีรูปร่างคล้ายมนุษย์หรือเอป แต่มีขนดก พบในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยชื่อที่เรียกมีที่จากรอยเท้าที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่ใหญ่โตกว่ามาก และมีสัตว์ลักษณะคล้ายเคียงกันพบที่เทือกเขาหิมาลัยในเนปาล เรียกเป็นภาษาพื้นเมืองว่า "เยติ" (Yeti) หรือ มนุษย์หิมะ ที่ออสเตรเลียก็มีสัตว์ลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ เรียกว่า "โยวี่" (Yowie) เป็นต้น

การพบเห็น[แก้]

บิ๊กฟุตเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1811 ในเมืองจัสเปอร์ ประเทศแคนาดา โดยพบรอยเท้าบนหิมะซึ่งมีขนาดยาว 14 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว พบโดย เดวิด ทอมป์สัน ซึ่งเรื่องนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกี่ยวกับบิ๊กฟุต

เรื่องราวของบิ๊กฟุตที่โด่งดังและเหลือเชื่อที่สุด เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1924 มีการพบเห็นมันอย่างจังถึง 3 ครั้งใหญ่ ๆ ด้วยกัน ครั้งแรกโดย อัลเบิร์ต ออสมาน ชาวแคนาดา เขาอ้างว่าถูกครอบครัวบิ๊กฟุตครอบครัวหนึ่งจับไปกักขังไว้และเกิดหนีออกมาได้ในภายหลัง โดยการหลอกล่อให้มันกินกาแฟกระป๋อง ผู้ที่เจอมันครั้งที่สอง คือกลุ่มนักขุดแร่แถบภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์ ในรัฐวอชิงตัน ซึ่งยิงบิ๊กฟุตตัวหนึ่งตาย และในคืนนั้นพวกเขาก็ถูกฝูงบิ๊กฟุตของเจ้าตัวที่ตายไปมารุมรังควานตลอดคืน สถานที่พบบิ๊กฟุตครั้งสุดท้ายในปีเดียวกัน นี้ยังคงเป็นแถบภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์อีก แต่คราวนี้เป็นนักสำรวจแร่ซึ่งถูกฝูงบิ๊กฟุตขว้างก้อนหินใส่กระท่อมที่เขาพักแทบทั้งคืนเช่นกัน เมื่อตื่นเช้ามาเขาก็พบรอยเท้าขนาดใหญ่รอบกระท่อมเต็มไปหมด

ส่วนหลักฐานแรกสุดและเก่าแก่สุดที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของบิ๊กฟุต คือ ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำของอินเดียนแดง ในเขตสงวนอินเดียนแดง ที่อยู่ห่างไปทางตอนเหนือของลอสแอนเจลิสเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง อายุราว ค.ศ. 500 เป็นภาพของบิ๊กฟุตตัวผู้และตัวเมีย และมีบิ๊กฟุตตัวเล็กที่เหมือนกับเป็นตัวลูกด้วย[1]

แผนที่แสดงการพบเห็นบิ๊กฟุต ซึ่งพบแทบทั่วสหรัฐอเมริกาในตอนเหนือ

นอกนั้นแล้ว อินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่ ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐอริโซน่า ก็มีคำสอนบอกต่อกันว่า หากเดินเข้าไปในป่าตอนกลางคืน ให้เคาะหินหรือผิวปาก เพราะมนุษย์ขนดกก็จะทำเหมือนกัน เป็นการแสดงให้ทราบถึงตำแหน่งที่อยู่ของตน[2]

โดยรายงานการพบเห็นบิ๊กฟุตมากที่สุด เกิดขึ้นที่บริเวณคาบสมุทรโอลิมปิก รัฐวอชิงตัน[3] และในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 มีผู้ค้นพบรอยเท้าของบิ๊กฟุตที่ริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง ที่เมืองลอนดอน รัฐโอไฮโอ จำนวนมากถึง 122 รอย นับว่ามากที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา ซึ่งรอยเหล่านี้ได้ถูกหล่อปูนปลาสเตอร์ไว้[4]

ภาพเคลื่อนไหว[แก้]

หลักฐานการพบบิ๊กฟุตครั้งสำคัญถูกบันทึกไว้ได้ในปี ค.ศ. 1967 โดยนักล่าบิ๊กฟุต 2 คน คือ โรเจอร์ แพตเตอร์สัน และ บ็อบ กิมลิน ได้ใช้กล้องวิดีโอบันทึกภาพสัตว์ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งร่างกายคล้ายมนุษย์ตัวหนึ่งกำลังเดินผ่านทุ่งโล่งใกล้ บลัฟฟ์ ครีก ทางตอนเหนือของแคนาดา ไม่มีการพิสูจน์ว่าภาพวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพจริงหรือไม่ คนที่ได้ดูภาพส่วนใหญ่ก็ยังคงเคลือบแคลงอยู่ว่าทั้งภาพที่บันทึกได้นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อ เช่นเดียวกับภาพถ่ายต่าง ๆ ของบิ๊กฟุตที่มีผู้บันทึกไว้ในภายหลังมากมายนั่นเอง แต่กระนั้นหลายฝ่ายก็ยอมรับว่าท่าทางการเดินของสัตว์ตัวนี้เหมือนมนุษย์มากทีเดียว

ลักษณะของบิ๊กฟุตที่รวบรวมได้จากผู้ที่อ้างว่าพบเห็น สรุปได้ว่ามีรูปร่างคล้ายกอริลลา มีส่วนสูงได้ประมาณ 9 ฟุต หนักราว 600-900 ปอนด์ ลักษณะคล้ายมนุษย์แต่มีขนดกดำ ยาวปกคลุมทั้งตัวยกเว้นอุ้งมือและมีขนที่เท้าเงาเป็นมัน

หลักฐานเกี่ยวกับบิ๊กฟุตที่ดูน่าเชื่อถือน่าคงจะเป็นรอยเท้าที่พบมากกว่าหลักฐานอื่น ส่วนใหญ่จะมีขนาดยาว 16-18 นิ้ว กว้าง 7 นิ้ว ไม่มีส่วนโค้งที่อุ้งเท้า ส่วนส้นเท้า แบ่งเป็นลูกกลม ๆ 2 ลูก คาดว่าเกิดจากการปรับตัวเพื่อรองรับน้ำหนักตัวที่มาก

บิ๊กฟุตได้รับความสนใจมากถึงขนาดมีการตั้งหน่วยงานวิจัยและศึกษาขึ้นหลายแห่งเพื่อทำการศึกษาค้นคว้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น The Bigfoot Field Researchers Organization (BFRO) มีการนำกล้องวิดีโอไปแอบบันทึกภาพบิ๊กฟุตในสถานที่ต่าง ๆ ที่อ้างว่าเคยมีการพบ เห็น ด้วยหวังว่าจะมีโอกาสได้หลักฐานที่น่าเชื่อถืออย่างชัดเจนหากเกิดบังเอิญจับภาพได้[5]

ในปี ค.ศ. 1997 ได้มีผู้ถ่ายภาพวิดีโอของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นลูกบิ๊กฟุตขณะกำลังห้อยโหนต้นไม้ไว้ได้ ที่ป่าแห่งหนึ่ง ในรัฐนิวยอร์ก แต่เห็นเป็นเพียงเงาดำ ๆ โดดจากบ่าของสิ่งที่ใหญ่กว่า ภาพนี้ เจน กูดดอลล์ นักวานรวิทยาที่มีชื่อเสียงได้ดูแล้วลงความเห็นว่า นี่ไม่ใช่ชิมแปนซี[6]

ในตอนเหนือของรัฐอริโซน่า มีกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในป่าได้บันทึกภาพของบิ๊กฟุตได้อย่างไม่เจตนา โดยบิ๊กฟุตเปิดฝากล่องใส่น้ำอัดลม หยิบน้ำอัดลมกระป๋องออกมาแล้วปิดฝา แต่คุณภาพของเทปชุดนี้ค่อนข้างพร่ามัว มองไม่ชัด เชื่อว่าเป็นบิ๊กฟุตที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือยังไม่โตเต็มวัย[2]

เรื่องหลอกลวง[แก้]

มีผู้มากมายเชื่อว่า แท้จริงแล้วเรื่องบิ๊กฟุตเป็นเพียงแค่เรื่องหลอกหลวงหรือแหกตา โดยใช้คนใส่ชุดหมีหรือกอริลลา เดินผ่านไปมาเพื่อบันทึกภาพหลอกลวงมากกว่า กระนั้น ในกลางปี ค.ศ. 2008 ก็มีหนุ่มวัยรุ่นชาวอเมริกัน 2 คน อ้างว่าขณะที่พวกเขากำลังเดินป่า ก็พบกับศพของบิ๊กฟุตตัวหนึ่งโดยบังเอิญ ในป่าทางตอนเหนือของรัฐจอร์เจีย ในเดือนมิถุนายน โดยบิ๊กฟุตตัวนี้ มีความสูง 7 ฟุต 7 นิ้ว หรือราว ๆ 230 เซนติเมตร หนัก 225 กิโลกรัม และพวกเขาได้อ้างว่านำผลตรวจดีเอ็นเอเนื้อเยื่อของศพที่ทำการตรวจโดย เคิร์ต เนลสัน นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมินนิโซตา ยืนยันด้วยว่า เป็นบิ๊กฟุตจริง ๆ

โดยพวกเขาอ้างว่ายังเห็นบิ๊กฟุตที่มีชีวิตอีก 3 ตัวมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงขณะที่พวกเขาพยายามนำศพบิ๊กฟุตตัวนี้ออกมา แต่พวกมันไม่ส่งเสียงอะไร นอกจากนี้แล้วพวกเขายังได้นำภาพถ่ายศพที่มีลักษณะเหมือนลิงตัวใหญ่ มีขนรุงรังออกมาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ตามล่าหาบิ๊กฟุตของพวกเขาเองด้วย และบอกว่าพวกเขาเก็บศพบิ๊กฟุตตัวนี้แช่แข็งไว้ในสถานที่ไม่เปิดเผยในเมืองแอตแลนตา[7]

ซึ่งเรื่องนี้ต่อมาได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องหลอกลวงกัน[8]

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

มีการอ้างอิงถึงบิ๊กฟุตในวัฒนธรรมร่วมสมัยต่าง ๆ มากมาย อาทิ เป็นตัวละครตัวหนึ่งในภาพยนตร์ชุด Star Wars ชื่อ ชิวแบคคา ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของ ฮาน โซโล, เป็นตัวละครเอกในซีรีส์ซิทคอมชุด Harry and the Hendersons ซึ่งออกอากาศระหว่างปี ค.ศ. 199193 เป็นเรื่องราวของบิ๊กฟุตตัวหนึ่งชื่อ แฮร์รี่ ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวเฮนเดอร์สัน หรือถูกอ้างถึงในภาพยนตร์สยองขวัญ เรื่อง Exists ในปี ค.ศ. 2014 กำกับโดย เอดูอาร์โด ซานเชส ผู้กำกับฯคนเดียวกับภาพยนตร์เรื่องดัง The Blair Witch Project[9]

และถูกอ้างอิงถึงในสารคดีของดิสคัฟเวอรีแชนแนล ในชุด Lost Tapes (นำมาออกอากาศในประเทศไทยช่วงกลางปี ค.ศ. 2009) ซึ่งเป็นสารคดีเกี่ยวเรื่องราวของสัตว์ประหลาดที่โจมตีใส่มนุษย์ชนิดต่าง ๆ ในส่วนของบิ๊กฟุตมีชื่อตอนว่า Big Foot

อีกทั้งทางช่องแอนิมอลแพลนเน็ต ยังมีสารคดีชุด Finding Bigfoot ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ภาคสนาม 4 คน เดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกเพื่อตามพิสูจน์การมีอยู่จริงของบิ๊กฟุต ออกอากาศตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011–ปัจจุบัน[10]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Bigfoot Cave Paintings
  2. 2.0 2.1 Finding Bigfoot ตอน Dances With Bigfoot, สารคดีทางแอนิมอลพลาเนท: ทรูวิชันส์
  3. Finding Bigfoot ตอน Squatch spies, สารคดีทางแอนิมอลพลาเนท: ทรูวิชั่นส์
  4. Finding Bigfoot ตอน Virgin Bigfoot, สารคดีทางแอนิมอลพลาเนท: ทรูชั่นส์
  5. บิ๊กฟุต
  6. Finding Bigfoot ตอน Baby Bigfoot, สารคดีทางแอนิมอลพลาเนท: ทรูวิชันส์
  7. พบศพ "บิ๊กฟุต" !!!
  8. ยันศพ ?ไอ้ตีนโต? แหกตา คืนแชมป์ชายสูงที่สุดให้จีน
  9. "Exists บิ๊กฟุตผ่านกล้องสุดสยอง หนังใหม่จากผู้กำกับ The Blair Witch Project". เอ็มไทยดอตคอม. 5 September 2014. สืบค้นเมื่อ 21 May 2016. 
  10. "Finding Bigfoot". แอนิมอลแพลนเน็ต. สืบค้นเมื่อ 21 May 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]